บริจาคให้ถูกที่ มีสิทธิลดหย่อนภาษี เช็กรายชื่อองค์กรลดหย่อนได้ 2 เท่า

สังคม
17:35
จำนวนผู้ชม 298
Thai PBS
บริจาคให้ถูกที่ มีสิทธิลดหย่อนภาษี เช็กรายชื่อองค์กรลดหย่อนได้ 2 เท่า

การบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือสังคมและสนับสนุนกิจกรรมสาธารณกุศล นอกจากจะเป็นการแบ่งปันและช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนแล้ว ยังเป็นอีกช่องทางที่ผู้บริจาคสามารถนำเงินไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ แต่ไม่ใช่ทุกมูลนิธิหรือองค์กรการกุศลจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ผู้บริจาคจึงควรตรวจสอบรายชื่อและสถานะของหน่วยงานให้ชัดเจนก่อนโอนเงิน เพื่อไม่ให้เสียสิทธิประโยชน์ที่ควรได้รับ

หลักเกณฑ์สำคัญในการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากการบริจาค คือ มูลนิธิหรือองค์กรที่ได้รับเงินบริจาคจะต้องเป็นหน่วยงานที่ได้รับการประกาศจากกระทรวงการคลังให้เป็น "องค์การหรือสถานสาธารณกุศล" จึงจะสามารถนำเงินบริจาคไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ ภายใต้เงื่อนไขของกรมสรรพากร

โดยเฉพาะผู้ที่มีวัตถุประสงค์ต้องการนำยอดบริจาคไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ก่อนบริจาคควรตรวจสอบรายชื่อมูลนิธิ สมาคม และสถานสาธารณกุศลผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร เพื่อให้มั่นใจว่า องค์กรดังกล่าวได้รับการรับรองตามหลักเกณฑ์แล้ว

ทั้งนี้ การบริจาคให้มูลนิธิที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อหน่วยงานที่ได้รับการรับรอง อาจไม่สามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ แม้ว่าองค์กรดังกล่าวจะดำเนินกิจกรรมช่วยเหลือสังคมและสาธารณประโยชน์ก็ตาม

ขณะที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 26 พ.ค.2569 มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร เพื่อเพิ่มหน่วยรับบริจาคอีก 9 แห่ง ซึ่งผู้บริจาคผ่านระบบ e-Donation ของกรมสรรพากร สามารถนำเงินหรือทรัพย์สินที่บริจาคไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีหรือหักเป็นรายจ่ายได้ 2 เท่าของจำนวนที่บริจาคจริง

มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนและประชาชนในการสนับสนุนการพัฒนาด้านการแพทย์ การสาธารณสุข และการศึกษา โดยเป็นการต่อยอดจากมาตรการเดิมที่สนับสนุนการบริจาคให้แก่องค์กรและมูลนิธิด้านการแพทย์และสาธารณสุขจำนวน 27 แห่ง

สำหรับมาตรการดังกล่าวกำหนดให้ครอบคลุมการบริจาคตั้งแต่วันที่ ครม. มีมติอนุมัติหลักการ จนถึงวันที่ 31 ธ.ค.2570 โดยมีหลักเกณฑ์การใช้สิทธิ ดังนี้

  • บุคคลธรรมดา สามารถนำเงินบริจาคมาหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าของจำนวนเงินที่บริจาคจริง แต่เมื่อรวมกับเงินบริจาคอื่นตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องแล้ว ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนต่าง ๆ
  • นิติบุคคล สามารถนำเงินหรือทรัพย์สินที่บริจาคมาหักเป็นรายจ่ายได้ 2 เท่าของจำนวนที่บริจาคจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายเพื่อการกุศลหรือสาธารณประโยชน์

ประเภทเงินบริจาค

  1. เงินบริจาคลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน โดยเป็นการบริจาคทั่วไป เช่น วัดวาอาราม ช่วยเหลือผู้ประสบภัย บริจาคให้พรรคการเมือง
  2. เงินบริจาคลดหย่อนภาษี ได้ 2 เท่า เท่าของที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน

บริจาคอย่างไร? ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า

สำหรับการบริจาคที่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมการสนับสนุนด้านต่าง ๆ ได้แก่

1. การบริจาคให้สถานศึกษา เช่น สถานศึกษาตามโครงการพระราชดำริ สถานศึกษาที่อยู่ภายใต้นโยบายยกระดับคุณภาพการศึกษา รวมถึงสถานศึกษาที่รองรับการพัฒนาเด็กด้อยโอกาสและเด็กพิการ โดยเป็นการบริจาคเพื่อจัดหาหรือก่อสร้างอาคาร อาคารพร้อมที่ดิน หรือที่ดินเพื่อใช้ประโยชน์ทางการศึกษา ตลอดจนจัดหาอุปกรณ์การเรียน แบบเรียน ตำรา หนังสือทางวิชาการ สื่อ เทคโนโลยี และวัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา

2. การบริจาคให้โรงพยาบาลของรัฐหรือสถานพยาบาลที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ เพื่อสนับสนุนการให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุข โดยต้องเป็นไปตามรายชื่อและหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด

3.การบริจาคเพื่อสนับสนุนกิจกรรมทางการกีฬา ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของมาตรการที่กำหนด

ตัวอย่างเช่น หากบริจาคเงินจำนวน 10,000 บาท และเป็นการบริจาคให้หน่วยงานที่เข้าเงื่อนไขลดหย่อนภาษี 2 เท่า ผู้บริจาคจะสามารถนำยอด 20,000 บาทไปคำนวณสิทธิลดหย่อนภาษีได้ ทั้งนี้ ต้องอยู่ภายใต้เพดานและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับเงินคืนภาษีจำนวน 20,000 บาท

ช่องทางตรวจสอบรายชื่อก่อนบริจาค

ประชาชนสามารถตรวจสอบรายชื่อหน่วยงานที่สามารถนำเงินบริจาคไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ ผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร ดังนี้

  • รายชื่อมูลนิธิ สมาคม และสถานสาธารณกุศล คลิก
  • รายชื่อสถานสงเคราะห์ สถานพักฟื้น และสถานฟื้นฟูเด็ก คนชรา และคนพิการ ที่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนเงินบริจาคได้ คลิก
  • ตรวจสอบรายชื่อสถานพยาบาลของทางราชการที่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนเงินบริจาคได้ 2 เท่า คลิก

ทั้งนี้ ผู้บริจาคควรตรวจสอบคุณสมบัติของหน่วยรับบริจาค ประเภทเงินบริจาค และช่องทางการบริจาคให้ตรงตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร โดยเฉพาะการบริจาคที่ต้องผ่านระบบ e-Donation เพื่อให้สามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้อย่างถูกต้อง

อ้างอิง : กรมสรรพากร

อ่านข่าว :

ส่อง "มูลนิธิ" ทั่วไทยกว่า 1.4 หมื่นแห่ง เปิดกฎหมาย-ข้อบังคับการจัดตั้ง

"องค์กรการกุศล" กับคำถาม "ถ้ารัฐมีสวัสดิการและระบบที่ดี จำเป็นต้องมีหรือไม่"

เมื่อการให้ คือ การเติมเต็มความสุขทางใจ คนไทยจึงบริจาคสูงกว่าแสนล้านต่อปี