ในที่สุด “บุ๋ม” ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี และ “ก็อต” อธิป อนันทวรรณ สามี ก็จำต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างเป็นทางการ ช่วงเช้าวันนี้ (6 พ.ย.2569) โดยตำรวจ ปอศ. นำหมายค้นและหมายจับศาลอาญาเข้าจับกุม “บุ๋ม” ปนัดดา ที่บ้านพัก ส่วน “ก็อต” อธิป อนันทวรรณ เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนที่กองบัญชาการสอบสวนกลาง (บชก.) และปฏิเสธตอบคำถามใด ๆ ทั้งสิ้น
"บุ๋ม" ปนัดดา ถูกแจ้ง 3 ข้อกล่าวหาหลักในคดีอาญาฐานฉ้อโกงประชาชน, ฟอกเงิน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หลังตำรวจรวบรวมหลักฐานสอบเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการเปิดรับบริจาคเข้าบัญชี 2 คือ มูลนิธิองค์กรทำดี โดย น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี และมูลนิธิองค์กรทำดี พบวงเงินหมุนเวียนกว่า 900 ล้านบาท โอนเข้าบัญชีส่วนตัวและสามี แต่มีการนำเงินเข้ามูลนิธิเพียง 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เป็นการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์เข้าข่ายคดีที่มีลักษณะความผิดด้านเศรษฐกิจและการเงิน
อาญาแผ่นดิน "บุ๋ม ปนัดดา" คดีฉ้อโกงประชาชน สู่ ธุรกรรมฟอกเงิน
ส่วน "ก็อต อธิป" สามีถูกแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันฟอกเงินหรือสมคบการฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนคดีเงินบริจาคมูลนิธิองค์กรทำดี เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบความเชื่อมโยงของเส้นเงินจำนวนมากที่โอนจากบัญชีของ "บุ๋ม ปนัดดา" ไปยังสามี ต่างกรรมต่างวาระ หลังตำรวจตรวจสอบธุรกรรมเชิงลึกผ่านการเปรียบเทียบรายการเดินบัญชีธนาคาร (Statement) พบมีการรับโอนหรือจ่ายออกภายในบัญชีที่เกี่ยวข้องกว่า 1.8 ล้านครั้ง
และยังมีการนำเงินของมูลนิธิฯ โอนกระจายเข้าบัญชีส่วนตัวของ "บุ๋ม ปนัดดา" จำนวนกว่า 300 ล้านบาท และเข้าบัญชีของ "ก็อต อธิป" อีก 200 ล้านบาท จึงเป็นที่มาของคำสั่งอายัดทรัพย์สินส่วนตัวและทั้งครอบครัวมูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท เมื่อวันที่ 4 พ.ย.ที่ผ่านมา
สำหรับ 3 ข้อกล่าวหาหลัก คือ ฉ้อโกงประชาชน, ฟอกเงิน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ล้วนเป็นความผิดตามกฎหมายอาญา มีโทษทั้งจำและปรับ ในบางคดีอาจยอมความได้และไม่ได้ แต่คดีที่เกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกับ "บุ๋ม ปนัดดา" และสามี ซึ่งเข้าข่ายคดีอาชญากรรมทางเศรษกิจที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก ถือเป็นความผิดอาญาแผ่นดินที่ยอมความไม่ได้
ส่วนการดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงินของ ปปง. นั้น พนักงานสอบสวนระบุว่า หากพบรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย (Suspicious Transaction Report STR) ก็จะส่งให้ ปปง.ดำเนินการต่อ โดย ปปง.จะทำการตรวจสอบบัญชีของผู้กระทำความผิดและผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์ทั้งหมด หากพยานหลักฐานและเส้นเงินชัดเจน ทั้งญาติ สามี ภรรยา บุตร บุคคลที่อยู่ในทะเบียนบ้านเดียวกัน บุคคลที่ทำนิติกรรมมีเส้นเงินร่วมกันก็จะถูกยึดอายัดทรัพย์สินทั้งหมด
แต่ในส่วนที่เป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการรับจ้าง แสดง พิธีกร หากพิสูจน์ที่มาของทรัพย์ได้ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือมูลฐานใด ๆ ตามกฎหมายฟอกเงิน ปปง. ระบุว่า เจ้าของเงินสามารถยื่นคำร้องพร้อมพยานหลักฐาน เช่น สัญญาจ้าง, กำหนดการงาน, หลักฐานการหักภาษี ณ ที่จ่าย, แชตการติดต่อหรือใบเสร็จ ต่อเลขาธิการ ปปง. หรือชี้แจงต่อพนักงานสอบสวนเพื่อขอเพิกถอนคำสั่งยึดอายัดได้ตามขั้นตอนตามกรอบระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เช่น ภายใน 30 วันหลังจากได้รับแจ้ง หรือยื่นคำร้องขอความเป็นธรรม
อาญาแผ่นดิน "บุ๋ม ปนัดดา" คดีฉ้อโกงประชาชน สู่ ธุรกรรมฟอกเงิน
วิทยาพร จันทวาส ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านสืบสวนสอบสวนทางการเงิน และในฐานะรองโฆษกประจำสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการใช้อำนาจยึดอายัดก็เพื่อต้องการติดตามทรัพย์สินคืนให้ผู้เสียหายทั้งหมด และขณะนี้ทาง ปอศ.ได้ออกคำสั่งอายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราวจำนวนหนึ่งแล้ว ซึ่งพนักงานสอบสวนจะจัดทำรายงานพร้อมสำนวนการยึดอายัดทรัพย์สิน เพื่อส่งให้สำนักงาน ปปง.ดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีต่อ
เนื่องจากตามกฎหมายคดีฟอกเงินถือเป็นความผิดอาญาที่แยกต่างหากจากการทำความผิดมูลฐาน เช่น การฉ้อโกงหรือยักยอกเงินบริจาค และเกิดขึ้นเมื่อมีการนำทรัพย์สินที่ได้จากความผิดนั้นมาผ่านกระบวนการโอน ซุกซ่อน หรืออำพราง
“ระหว่างนี้พนักงานสอบสวนยังสามารถพิจารณาคืนหรือไม่คืนทรัพย์สินที่อายัดแก่ผู้เกี่ยวข้องได้ หรือจะพิจารณาว่าทรัพย์สินใดจะยึดไว้เป็นของกลางในคดีก็ได้ และเมื่อเสร็จสิ้นแล้วจึงจะส่งรายการทรัพย์สินให้ ปปง.ดำเนินการตามขั้นตอน”
มีรายงานจาก ปปง.ระบุว่า หาก "บุ๋ม ปนัดดา" และ "ก็อต อธิป" สามี ถูกดำเนินคดีในข้อหาฟอกเงิน ซึ่งเป็น 1 ใน 28 ความผิดมูลฐานตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 กลุ่มที่ 2 คือ การโกง ทุจริต และอาชญากรรมทางเศรษฐกิจก็จะมีความผิดตามมาตรา 3 และมาตรา 5
โดยเฉพาะมาตรา 3 ตามกฎหมายฟอกเงิน หมายถึงทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับความผิด ไม่ว่าจะเปลี่ยนมือกี่ครั้ง อยู่กับใคร หรือมีชื่อใครในทะเบียนก็ตาม ครอบคลุม 3 ประเภทหลัก คือ
- เงินหรือทรัพย์สินที่ได้โดยตรงจากการกระทำความผิด เช่น จากความผิดมูลฐาน, ความผิดฐานฟอกเงิน, หรือจากการสนับสนุน/ช่วยเหลือ
- เงินหรือทรัพย์สินที่ได้มาจากการเปลี่ยนสภาพ เช่น นำเงินที่โกงมาไปซื้อบ้าน รถ หรือทองคำ แม้จะเปลี่ยนมือหรือเปลี่ยนชื่อไปกี่ทอดก็ตาม
- ดอกผลที่เกิดจากทรัพย์สินนั้น เช่น ดอกเบี้ยธนาคาร เงินปันผลหุ้น หรือค่าเช่าที่ได้จากทรัพย์สินที่ผิดกฎหมาย ผลตอบแทนอื่น
โดยกฎหมายกำหนดชัดเจนว่า ต่อให้มีการโอนย้าย หรือเปลี่ยนสภาพไปกี่ครั้ง ก็ยังถือเป็น "ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด" อยู่ดี
อาญาแผ่นดิน "บุ๋ม ปนัดดา" คดีฉ้อโกงประชาชน สู่ ธุรกรรมฟอกเงิน
ส่วนมาตรา 5 กำหนดความผิดฐานฟอกเงิน โดยมุ่งเอาผิดกับผู้ที่กระทำการใด ๆ กับทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดมูลฐาน เพื่อปกปิด ซ่อนเร้น หรืออำพรางแหล่งที่มาของทรัพย์สินนั้น หรือเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นผิดหรือรับโทษน้อยลง รวมถึงผู้ที่ได้มา ครอบครอง หรือใช้ทรัพย์สินดังกล่าวโดยรู้ว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด สาระสำคัญ คือ
- ผู้ที่โอน รับโอน หรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพื่อซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มา หรือเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นโทษหรือรับโทษน้อยลง ถือว่ากระทำความผิดฐานฟอกเงิน
- ผู้ที่กระทำการใด ๆ เพื่อปกปิดหรืออำพรางลักษณะที่แท้จริงของการได้มา แหล่งที่ตั้ง การจำหน่าย การโอน หรือการได้สิทธิในทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ถือว่ากระทำความผิดฐานฟอกเงิน
- ผู้ที่ได้มา ครอบครอง หรือใช้ทรัพย์สิน โดยรู้ในขณะนั้นว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ถือว่ากระทำความผิดฐานฟอกเงิน
อ่านข่าว :
Data Center โอกาสทองไทย ส.อ.ท. ชี้ปั้นอุตสาหกรรม ดึงลงทุน 2 ล้านล้านบาท
ผบช.ก. สอบ "บุ๋ม-ก๊อต" จ่อส่งฝากขังพรุ่งนี้ เตรียมออกหมายจับเพิ่มกลุ่ม 2
"หุ้นไทย" ปรับตัวลดลง 22.91 จุด อยู่ที่ 1,475.08 ตามทิศทางตลาดหุ้นโลก
