อาญาแผ่นดิน "บุ๋ม ปนัดดา" คดีฉ้อโกงประชาชน สู่ ธุรกรรมฟอกเงิน

อาชญากรรม
12:12
จำนวนผู้ชม 1,682
Thai PBS
อาญาแผ่นดิน "บุ๋ม ปนัดดา" คดีฉ้อโกงประชาชน สู่ ธุรกรรมฟอกเงิน
ผู้ช่วย AI

ในที่สุด “บุ๋ม” ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี และ “ก็อต” อธิป อนันทวรรณ สามี ก็จำต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างเป็นทางการ ช่วงเช้าวันนี้ (6 พ.ย.2569) โดยตำรวจ ปอศ. นำหมายค้นและหมายจับศาลอาญาเข้าจับกุม “บุ๋ม” ปนัดดา ที่บ้านพัก ส่วน “ก็อต” อธิป อนันทวรรณ เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนที่กองบัญชาการสอบสวนกลาง (บชก.) และปฏิเสธตอบคำถามใด ๆ ทั้งสิ้น

"บุ๋ม" ปนัดดา ถูกแจ้ง 3 ข้อกล่าวหาหลักในคดีอาญาฐานฉ้อโกงประชาชน, ฟอกเงิน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หลังตำรวจรวบรวมหลักฐานสอบเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการเปิดรับบริจาคเข้าบัญชี 2 คือ มูลนิธิองค์กรทำดี โดย น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี และมูลนิธิองค์กรทำดี พบวงเงินหมุนเวียนกว่า 900 ล้านบาท โอนเข้าบัญชีส่วนตัวและสามี แต่มีการนำเงินเข้ามูลนิธิเพียง 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เป็นการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์เข้าข่ายคดีที่มีลักษณะความผิดด้านเศรษฐกิจและการเงิน

อาญาแผ่นดิน "บุ๋ม ปนัดดา" คดีฉ้อโกงประชาชน สู่ ธุรกรรมฟอกเงิน

อาญาแผ่นดิน "บุ๋ม ปนัดดา" คดีฉ้อโกงประชาชน สู่ ธุรกรรมฟอกเงิน

ส่วน "ก็อต อธิป" สามีถูกแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันฟอกเงินหรือสมคบการฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนคดีเงินบริจาคมูลนิธิองค์กรทำดี เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบความเชื่อมโยงของเส้นเงินจำนวนมากที่โอนจากบัญชีของ "บุ๋ม ปนัดดา" ไปยังสามี ต่างกรรมต่างวาระ หลังตำรวจตรวจสอบธุรกรรมเชิงลึกผ่านการเปรียบเทียบรายการเดินบัญชีธนาคาร (Statement) พบมีการรับโอนหรือจ่ายออกภายในบัญชีที่เกี่ยวข้องกว่า 1.8 ล้านครั้ง

และยังมีการนำเงินของมูลนิธิฯ โอนกระจายเข้าบัญชีส่วนตัวของ "บุ๋ม ปนัดดา" จำนวนกว่า 300 ล้านบาท และเข้าบัญชีของ "ก็อต อธิป" อีก 200 ล้านบาท จึงเป็นที่มาของคำสั่งอายัดทรัพย์สินส่วนตัวและทั้งครอบครัวมูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท เมื่อวันที่ 4 พ.ย.ที่ผ่านมา

สำหรับ 3 ข้อกล่าวหาหลัก คือ ฉ้อโกงประชาชน, ฟอกเงิน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ล้วนเป็นความผิดตามกฎหมายอาญา มีโทษทั้งจำและปรับ ในบางคดีอาจยอมความได้และไม่ได้ แต่คดีที่เกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกับ "บุ๋ม ปนัดดา" และสามี ซึ่งเข้าข่ายคดีอาชญากรรมทางเศรษกิจที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก ถือเป็นความผิดอาญาแผ่นดินที่ยอมความไม่ได้

ส่วนการดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงินของ ปปง. นั้น พนักงานสอบสวนระบุว่า หากพบรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย (Suspicious Transaction Report STR) ก็จะส่งให้ ปปง.ดำเนินการต่อ โดย ปปง.จะทำการตรวจสอบบัญชีของผู้กระทำความผิดและผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์ทั้งหมด หากพยานหลักฐานและเส้นเงินชัดเจน ทั้งญาติ สามี ภรรยา บุตร บุคคลที่อยู่ในทะเบียนบ้านเดียวกัน บุคคลที่ทำนิติกรรมมีเส้นเงินร่วมกันก็จะถูกยึดอายัดทรัพย์สินทั้งหมด

แต่ในส่วนที่เป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการรับจ้าง แสดง พิธีกร หากพิสูจน์ที่มาของทรัพย์ได้ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือมูลฐานใด ๆ ตามกฎหมายฟอกเงิน ปปง. ระบุว่า เจ้าของเงินสามารถยื่นคำร้องพร้อมพยานหลักฐาน เช่น สัญญาจ้าง, กำหนดการงาน, หลักฐานการหักภาษี ณ ที่จ่าย, แชตการติดต่อหรือใบเสร็จ ต่อเลขาธิการ ปปง. หรือชี้แจงต่อพนักงานสอบสวนเพื่อขอเพิกถอนคำสั่งยึดอายัดได้ตามขั้นตอนตามกรอบระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เช่น ภายใน 30 วันหลังจากได้รับแจ้ง หรือยื่นคำร้องขอความเป็นธรรม

อาญาแผ่นดิน "บุ๋ม ปนัดดา" คดีฉ้อโกงประชาชน สู่ ธุรกรรมฟอกเงิน

อาญาแผ่นดิน "บุ๋ม ปนัดดา" คดีฉ้อโกงประชาชน สู่ ธุรกรรมฟอกเงิน

วิทยาพร จันทวาส ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านสืบสวนสอบสวนทางการเงิน และในฐานะรองโฆษกประจำสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการใช้อำนาจยึดอายัดก็เพื่อต้องการติดตามทรัพย์สินคืนให้ผู้เสียหายทั้งหมด และขณะนี้ทาง ปอศ.ได้ออกคำสั่งอายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราวจำนวนหนึ่งแล้ว ซึ่งพนักงานสอบสวนจะจัดทำรายงานพร้อมสำนวนการยึดอายัดทรัพย์สิน เพื่อส่งให้สำนักงาน ปปง.ดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีต่อ

เนื่องจากตามกฎหมายคดีฟอกเงินถือเป็นความผิดอาญาที่แยกต่างหากจากการทำความผิดมูลฐาน เช่น การฉ้อโกงหรือยักยอกเงินบริจาค และเกิดขึ้นเมื่อมีการนำทรัพย์สินที่ได้จากความผิดนั้นมาผ่านกระบวนการโอน ซุกซ่อน หรืออำพราง

“ระหว่างนี้พนักงานสอบสวนยังสามารถพิจารณาคืนหรือไม่คืนทรัพย์สินที่อายัดแก่ผู้เกี่ยวข้องได้ หรือจะพิจารณาว่าทรัพย์สินใดจะยึดไว้เป็นของกลางในคดีก็ได้ และเมื่อเสร็จสิ้นแล้วจึงจะส่งรายการทรัพย์สินให้ ปปง.ดำเนินการตามขั้นตอน”

มีรายงานจาก ปปง.ระบุว่า หาก "บุ๋ม ปนัดดา" และ "ก็อต อธิป" สามี ถูกดำเนินคดีในข้อหาฟอกเงิน ซึ่งเป็น 1 ใน 28 ความผิดมูลฐานตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 กลุ่มที่ 2 คือ การโกง ทุจริต และอาชญากรรมทางเศรษฐกิจก็จะมีความผิดตามมาตรา 3 และมาตรา 5

โดยเฉพาะมาตรา 3 ตามกฎหมายฟอกเงิน หมายถึงทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับความผิด ไม่ว่าจะเปลี่ยนมือกี่ครั้ง อยู่กับใคร หรือมีชื่อใครในทะเบียนก็ตาม ครอบคลุม 3 ประเภทหลัก คือ

  • เงินหรือทรัพย์สินที่ได้โดยตรงจากการกระทำความผิด เช่น จากความผิดมูลฐาน, ความผิดฐานฟอกเงิน, หรือจากการสนับสนุน/ช่วยเหลือ
  • เงินหรือทรัพย์สินที่ได้มาจากการเปลี่ยนสภาพ เช่น นำเงินที่โกงมาไปซื้อบ้าน รถ หรือทองคำ แม้จะเปลี่ยนมือหรือเปลี่ยนชื่อไปกี่ทอดก็ตาม
  • ดอกผลที่เกิดจากทรัพย์สินนั้น เช่น ดอกเบี้ยธนาคาร เงินปันผลหุ้น หรือค่าเช่าที่ได้จากทรัพย์สินที่ผิดกฎหมาย ผลตอบแทนอื่น

โดยกฎหมายกำหนดชัดเจนว่า ต่อให้มีการโอนย้าย หรือเปลี่ยนสภาพไปกี่ครั้ง ก็ยังถือเป็น "ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด" อยู่ดี

อาญาแผ่นดิน "บุ๋ม ปนัดดา" คดีฉ้อโกงประชาชน สู่ ธุรกรรมฟอกเงิน

อาญาแผ่นดิน "บุ๋ม ปนัดดา" คดีฉ้อโกงประชาชน สู่ ธุรกรรมฟอกเงิน

ส่วนมาตรา 5 กำหนดความผิดฐานฟอกเงิน โดยมุ่งเอาผิดกับผู้ที่กระทำการใด ๆ กับทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดมูลฐาน เพื่อปกปิด ซ่อนเร้น หรืออำพรางแหล่งที่มาของทรัพย์สินนั้น หรือเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นผิดหรือรับโทษน้อยลง รวมถึงผู้ที่ได้มา ครอบครอง หรือใช้ทรัพย์สินดังกล่าวโดยรู้ว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด สาระสำคัญ คือ

  • ผู้ที่โอน รับโอน หรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพื่อซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มา หรือเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นโทษหรือรับโทษน้อยลง ถือว่ากระทำความผิดฐานฟอกเงิน
  • ผู้ที่กระทำการใด ๆ เพื่อปกปิดหรืออำพรางลักษณะที่แท้จริงของการได้มา แหล่งที่ตั้ง การจำหน่าย การโอน หรือการได้สิทธิในทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ถือว่ากระทำความผิดฐานฟอกเงิน
  • ผู้ที่ได้มา ครอบครอง หรือใช้ทรัพย์สิน โดยรู้ในขณะนั้นว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ถือว่ากระทำความผิดฐานฟอกเงิน

อ่านข่าว :

Data Center โอกาสทองไทย ส.อ.ท. ชี้ปั้นอุตสาหกรรม ดึงลงทุน 2 ล้านล้านบาท

ผบช.ก. สอบ "บุ๋ม-ก๊อต" จ่อส่งฝากขังพรุ่งนี้ เตรียมออกหมายจับเพิ่มกลุ่ม 2

"หุ้นไทย" ปรับตัวลดลง 22.91 จุด อยู่ที่ 1,475.08 ตามทิศทางตลาดหุ้นโลก