วันที่ 3 พ.ย.2569 นายธนภัทร หรือ ออกัส อายุ 25 ปี ออกมาโพสต์คลิป เล่าเรื่องราวว่า ตัวเองกำลังป่วยเป็นโรคฝีดาษวานร หรือฝีดาษลิง ซึ่งต้องไปหาหมอที่โรงพยาบาลตามสิทธิประกันสังคม ถึง 4 ครั้งกว่าจะตรวจพบ
โดยอาการเริ่มแรกมีอาการนอนไม่หลับติดต่อกันถึง 2–3 วัน รู้สึกเมื่อยเนื้อเมื่อยตัว และมีอาการปวดหลังอย่างรุนแรง ระบบขับถ่ายเริ่มมีปัญหา และที่สังเกตได้ชัดคือ ต่อมน้ำเหลืองบริเวณขาหนีบทั้งสองข้างเริ่มบวมโตขึ้นมา หลังจากนั้น ก็เริ่มมีผื่นและตุ่มลามขึ้นตามร่างกายรวมถึงใบหน้า จึงตัดสินใจเดินทางไปพบแพทย์เมื่อวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งวันแรก พยายามหมอว่าผื่นบนหน้า มีโอกาสจะเป็นฝีดาษลิงหรือไม่ แต่หมอกลับบอกว่า เป็นไม่ได้หรอก ถ้าเป็นเรื่องใหญ่เลย
ทางแพทย์ได้ให้ นายธนภัทร ไล่ย้อนไทม์ไลน์กลับไป 21 วันก่อนเริ่มมีอาการ คือช่วงต้นเดือน ต.ค. ถือเป็นจุดเสี่ยงมากที่สุด นั่นคือคืนวันที่ 9 ต.ค. นายธนภัทร ได้ไปงานปาร์ตี้สังสรรค์ และมีการดื่มเครื่องดื่มจากแก้วเดียวกัน ร่วมกับกลุ่มเพื่อนและคนที่ไม่รู้จัก จากนั้นในวันที่ 10 ต.ค. ได้เดินทางไปร่วมชมการประกวด ซึ่งมีผู้คนหนาแน่นจากหลายประเทศ ก่อนจะกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ ทำงานแล้วกลับบ้าน ไม่ได้มีพฤติกรรมเสี่ยงอื่นใด จึงเชื่อว่าน่าจะติดมาจากการสัมผัสสารคัดหลั่ง หรือการใช้แก้วเครื่องดื่มร่วมกันในคืนปาร์ตี้
สำหรับแนวทางการรักษา แพทย์ชี้แจงว่า โรคนี้ยังไม่มียารักษาจำเพาะโดยตรง โรงพยาบาลมีทางเลือกให้ คือ แอดมิทในห้องแยกพิเศษ หรือส่งต่อไปยังสถาบันบำราศนราดูร แต่นายธนภัทร ตัดสินใจกลับมากักตัว และรักษาตัวอยู่ที่บ้าน หรือ Home Isolation โดยแพทย์ให้ดูแลประคับประคองตามอาการ เช่น รับประทานยาลดไข้และยาแก้ปวด แล้วรอให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายค่อย ๆ ฟื้นฟูจนเชื้อหมดไปเอง ระหว่างนี้มีแพทย์โทรศัพท์ติดตามอาการทุกวันตลอด 8 วัน ก่อนจะถึงวันนัดตรวจเลือดซ้ำอีกครั้ง
สำหรับอาการล่าสุดในปัจจุบันได้ผ่านพ้นช่วงวิกฤต ที่เจ็บปวดทรมานที่สุดมาแล้ว อาการปวดหลังทุเลาลงจนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่มีไข้แล้ว เหลือเพียงรอยแผลและตุ่มสะเก็ดที่กำลังรอการหลุดลอก โดยขณะนี้ยังคงอยู่ระหว่างการกักตัว
นายธนภัทร ระบุว่า สาเหตุที่ออกมาอัดคลิปครั้งนี้ เพราะอยากเป็นกระบอกเสียงให้สังคมช่วยกันปรับมุมมอง เลิกตีตราผู้ป่วยโรคฝีดาษวานรว่าต้องมาจากพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศเท่านั้น เพราะคนทั่วไปที่ใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ หากร่างกายอ่อนเพลีย พักผ่อนน้อย หรือภูมิคุ้มกันตก ก็มีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย ๆ เพียงแค่การใช้แก้วน้ำร่วมกัน
กรมควบคุมโรค พบผู้ป่วยฝีดาษวานร 470 ราย ทั่วโลกติดเชื้อ 6.8 หมื่นคน
ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ปี 2569 ณ วันที่ 31 ต.ค.2569 ประเทศไทย พบผู้ป่วยฝีดาษวานรสะสม จำนวน 470 คน เสียชีวิต 3 คน
ขณะที่ทั่วโลก โรคฝีดาษวานรยังคงมีการแพร่เชื้อในหลายภูมิภาค โดยรายงานจากองค์การอนามัยโลก (WHO) เผยแพร่วันที่ 14 ก.ย.2569 ระบุว่า ระหว่างวันที่ 1 ม.ค.2568 – 31 ส.ค.2569 มีรายงานผู้ป่วยยืนยัน 68,096 คน และผู้เสียชีวิต 272 คน จาก 107 ประเทศ
สำหรับอาการของโรคฝีดาษวานร ในระยะแรกมักมีอาการไข้ ปวดศีรษะ ปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อ ต่อมน้ำเหลืองโต จากนั้นจะเกิดผื่นหรือตุ่มบริเวณผิวหนัง ตามร่างกาย ใบหน้า อวัยวะเพศ หรือทวารหนัก บางรายมีรอยโรคเพียงไม่กี่ตุ่ม ซึ่งอาการและลำดับการเกิดอาจแตกต่างกัน จึงไม่จำเป็นต้องมีอาการครบทุกอย่าง หากมีผื่น ตุ่ม หรือแผลผิดปกติ ควรพบแพทย์โดยไม่ต้องรอให้กระจายทั่วตัว โดยเฉพาะเมื่อมีประวัติสัมผัสแนบชิดกับผู้มีอาการสงสัย
ด้าน นพ.ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ผู้ป่วยโรคฝีดาษวานรส่วนใหญ่สามารถหายได้ด้วยการรักษาตามอาการ ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลทุกราย แพทย์จะพิจารณาจากอาการ ความเสี่ยง และความพร้อมในการแยกตัวที่บ้าน แต่ผู้ป่วยควรแยกตัว งดการเดินทาง แยกใช้ภาชนะและเครื่องใช้ส่วนตัว ทำความสะอาดเครื่องนุ่งห่มและสิ่งของเครื่องใช้ พร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด จนกว่ารอยโรคทั้งหมดจะหาย สะเก็ดหลุด และมีผิวหนังใหม่ปกคลุม รวมถึงรอยโรคบริเวณเยื่อบุหายแล้ว
อ่านข่าว :
เร่งฟื้น "สวนสยาม" กลับมาเปิด 19 พ.ย.นี้ หลังเสียหายเหตุน้ำท่วม
กรมควบคุมโรค แนะปชช.สังเกตอาการโรคฝีดาษวานร หากมีอาการควรรีบพบแพทย์
รู้จัก LCV "ภาวะเส้นเลือดอักเสบที่ผิวหนัง" สังเกตจุดแดงนูน-จ้ำเลือดตามขา
