สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) เผยว่า เช้ามืดวันที่ 3 พ.ย.2569 จะเกิดปรากฏการณ์ "ดวงจันทร์บังดาวพฤหัสบดี" โดยมีช่วงเวลาอ้างอิงประมาณ 04.03-05.03 น. ตามเวลาที่หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา สงขลา หากสภาพอากาศเอื้ออำนวย สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่าในบางพื้นที่ของประเทศไทย
ปรากฏการณ์เริ่มสังเกตได้ทางทิศตะวันออก ดวงจันทร์และดาวพฤหัสบดีจะปรากฏเคียงกัน จากนั้นเวลาประมาณ 04.03 น. ดวงจันทร์จะค่อย ๆ เคลื่อนไปบัง ดาวพฤหัสบดี ทำให้ดาวพฤหัสบดี ค่อย ๆ ลับหายไปหลังดวงจันทร์ และดาวพฤหัสบดีจะโผล่พ้นออกมาจากขอบมืดของดวงจันทร์ เวลาประมาณ 05.03 น.
พื้นที่ที่มีโอกาสชมปรากฏการณ์นี้ได้บริเวณตอนกลางของ อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ลงไปทางภาคใต้ รวมถึงพื้นที่ตอนล่างของ อ.สัตหีบ และบางเกาะใน จ.ชลบุรี (เช่น เกาะครามใหญ่ เกาะอีร้า) ตลอดจนบางส่วนของ อ.แหลมงอบ และหมู่เกาะใน จ.ตราด เช่น บางส่วนของเกาะช้าง เกาะหมาก และเกาะกูด อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดอาจแตกต่างกันตามตำแหน่งของผู้สังเกต
สำหรับผู้ที่ใช้กล้องสองตาหรือกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็ก อาจสังเกตเห็นรายละเอียดแถบเมฆและดวงจันทร์บริวารกาลิเลียนทั้ง 4 ดวง ได้แก่ ไอโอ ยูโรปา แกนีมีด และคัลลิสโต ที่ค่อย ๆ ลับหายไปหลังดวงจันทร์และโผล่พ้นกลับมาทีละดวงได้อย่างชัดเจน
การบังกันของวัตถุท้องฟ้า เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก และในแต่ละครั้งมองเห็นได้เฉพาะบางพื้นที่ของโลก เนื่องจากดวงจันทร์อยู่ใกล้โลกมาก ตำแหน่งที่ดวงจันทร์ปรากฏบนท้องฟ้าจึงแตกต่างกันไปตามตำแหน่งของผู้สังเกต ส่งผลให้ผู้สังเกตการณ์ในแต่ละพื้นที่บนโลก รวมถึงประเทศไทย เห็นปรากฏการณ์ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน
บางพื้นที่ตามแนวขอบคราส เช่น บริเวณรอยต่อ อ.ท่ายางกับ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ตอนบนของ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตอนล่างของ อ.สัตหีบและเกาะครามใหญ่ จ.ชลบุรี รวมถึงตอนเหนือของเกาะช้างและชายฝั่ง อ.แหลมงอบ จ.ตราด จะเห็นเป็นปรากฏการณ์ "ดวงจันทร์เฉียดบังดาวพฤหัสบดี" โดยดวงจันทร์บังดาวพฤหัสบดีเพียงบางส่วน ทำให้แสงของดาวกะพริบหายไปและปรากฏขึ้นสลับกัน เมื่อลอดผ่านแนวเทือกเขา หลุมอุกกาบาต และหุบเหวบนผิวดวงจันทร์ ซึ่งเป็นภาพที่ชมได้ยากและมีคุณค่าต่อการทำแผนที่ภูมิประเทศบริเวณขอบดวงจันทร์
ส่วนพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศที่อยู่นอกแนวคราสจะไม่เห็นการบดบัง แต่สามารถชมความสวยงามในอีกปรากฏการณ์ คือ "ดาวพฤหัสบดีเคียงดวงจันทร์" สว่างสุกใสเคียงคู่กันบนท้องฟ้าทางทิศตะวันออกตั้งแต่เวลาประมาณ 01.00 น. จนถึงรุ่งเช้า
สำหรับผู้สนใจชมความสวยงามของปรากฏการณ์ หากสภาพอากาศเอื้ออำนวย ท้องฟ้าไม่มีเมฆหรือฝนรบกวน สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่า ควรเลือกสถานที่ที่เปิดโล่ง ไม่มีอาคาร ต้นไม้ หรือสิ่งกีดขวางบดบังท้องฟ้าทางทิศตะวันออก เช่น ชายทะเล จุดชมวิวบนพื้นที่สูง ลานโล่ง หรือบริเวณทุ่งนา
อ่านข่าว
ปภ.โอนวันนี้ "เยียวยาน้ำท่วม" อีก 20,970 ครัวเรือน รวม 138 ล้าน
"อนุทิน" ลั่น ยังไม่เปิดด่านไทย-กัมพูชา ชี้ จนกว่าไทยบรรลุเงื่อนไขที่ควรได้
การรถไฟฯ ชวนนั่ง "รถไฟลอยน้ำ" เที่ยวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ฤดูกาล 2569–2570
