โจมตีไซเบอร์ครั้งใหญ่! Binance ถูกแฮก 2 แสนล้านบาท คาดฝีมือเกาหลีเหนือ

ต่างประเทศ
14:47
จำนวนผู้ชม 98
Thai PBS
โจมตีไซเบอร์ครั้งใหญ่! Binance ถูกแฮก 2 แสนล้านบาท คาดฝีมือเกาหลีเหนือ

วันนี้ (30 ต.ค.2569) CNN รายงาน วงการคริปโทเคอร์เรนซีเผชิญเหตุโจรกรรมครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ หลังแฮกเกอร์ขโมยสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่ากว่า 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 202,000 ล้านบาท จากกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลที่อยู่ภายใต้การดูแลของ Binance แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีรายใหญ่ที่สุดของโลก ขณะที่บริษัทติดตามธุรกรรมบล็อกเชนหลายแห่งระบุว่า มีข้อมูลเชื่อมโยงไปถึงหน่วยแฮกเกอร์ระดับสูงของเกาหลีเหนือ

ช่วงค่ำวันพฤหัสบดีตามเวลาสหรัฐฯ หรือตรงกับช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 30 ต.ค. ตามเวลาประเทศไทย บริษัทในอุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซีหลายแห่งสามารถประสานงานเพื่ออายัดสินทรัพย์ที่ถูกขโมยไปได้แล้วประมาณ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 101,000 ล้านบาท จากมูลค่าความเสียหายทั้งหมดกว่า 202,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม การติดตามเงินที่เหลือยังเป็นการแข่งขันกับแฮกเกอร์ เนื่องจากสินทรัพย์ดิจิทัลสามารถเคลื่อนย้ายผ่านเครือข่ายบล็อกเชนหลายระบบได้อย่างรวดเร็ว

แฮกผ่านคอมพิวเตอร์วิศวกร Binance ยืนยันชดเชยความเสียหาย

Binance เปิดเผยผลการตรวจสอบเบื้องต้นว่า การโจมตีอาจเริ่มต้นจากคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปของวิศวกรรายหนึ่ง ซึ่งเปิดช่องให้ผู้โจมตีเข้าถึงระบบบริการภายในและส่งคำสั่งถอนสินทรัพย์ที่ไม่ได้รับอนุญาตออกจากระบบได้

บริษัทระบุว่าจะรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมดจากเงินทุนของบริษัทและกองทุนสินทรัพย์ฉุกเฉิน พร้อมยืนยันว่าเงินของผู้ใช้งานยังปลอดภัย นอกจากนี้ ยังระงับการฝากและถอนสินทรัพย์เป็นการชั่วคราวระหว่างตรวจสอบความปลอดภัย เพิกถอนการอนุญาตของที่อยู่กระเป๋าดิจิทัลที่ได้รับผลกระทบ และประสานงานกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านข่าวกรองบล็อกเชน เพื่อติดตามและกู้คืนสินทรัพย์ที่ถูกขโมย

อาราวินด์ ศรีนิวาซัน หัวหน้าฝ่ายธุรกิจ Systematic OTC หรือหัวหน้าฝ่ายธุรกิจระบบการซื้อขายสินทรัพย์นอกตลาดหลักทรัพย์ ของ GSR บริษัทผู้ให้บริการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลรายใหญ่ ให้สัมภาษณ์กับ Reuters ว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการแฮกที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ สะท้อนให้เห็นถึงขนาดความเสียหายที่สร้างความตกตะลึงให้กับผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม

โจมตีไซเบอร์ครั้งใหญ่! Binance ถูกแฮก 2 แสนล้านบาท คาดฝีมือเกาหลีเหนือ

โจมตีไซเบอร์ครั้งใหญ่! Binance ถูกแฮก 2 แสนล้านบาท คาดฝีมือเกาหลีเหนือ

บริษัทติดตามบล็อกเชนชี้เป้า "เกาหลีเหนือ"

TRM Labs บริษัทวิเคราะห์และติดตามธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล ระบุว่า มีหลักฐานเชื่อมโยงเหตุการณ์นี้กับกลุ่มแฮกเกอร์ของเกาหลีเหนือ และการประเมินดังกล่าวมาจากข้อมูลข่าวกรองทั้งบนบล็อกเชนและนอกบล็อกเชน หรือ On-chain และ Off-chain ที่มีน้ำหนักสนับสนุน

ขณะที่ Pangolin Intelligence บริษัทติดตามธุรกรรมบล็อกเชนในสิงคโปร์ ระบุว่า เชื่อเช่นกันว่าอยู่เบื้องหลังคือหน่วยแฮกเกอร์ของเกาหลีเหนือ โดยนักวิเคราะห์ของบริษัทให้เหตุผลว่า การตรวจสอบกิจกรรมบนบล็อกเชนที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีครั้งนี้ เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับข้อมูลจากเหตุการณ์โจมตีทางไซเบอร์ครั้งก่อน ๆ ที่เชื่อมโยงกับหน่วยงานไซเบอร์ของเกาหลีเหนือ ทำให้พบความเชื่อมโยงที่สำคัญ

นักวิเคราะห์รายดังกล่าวยังประเมินอีกว่า การไล่ล่าเงินที่ถูกขโมยเพิ่งเริ่มต้นขึ้น และเกาหลีเหนืออาจเตรียมใช้เครือข่ายองค์กรฟอกเงินเพื่อเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลที่ขโมยมาให้กลายเป็นเงินสด ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการนำเงินออกจากระบบคริปโทเคอร์เรนซีไปใช้ประโยชน์

ด้าน Chainalysis บริษัทวิเคราะห์ธุรกรรมบล็อกเชนอีกราย เปิดเผยว่ากำลังติดตามเส้นทางเงินที่ถูกขโมย ซึ่งเคลื่อนย้ายผ่านบล็อกเชนหลายเครือข่าย รวมถึง Bitcoin และ Ethereum โดยโฆษกบริษัทให้ข้อมูลกับ CNN ว่ามีความเชื่อมั่นในระดับสูงว่าเกาหลีเหนืออยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม การระบุผู้กระทำผิดยังต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบและยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง CNN ระบุว่าได้ติดต่อคณะผู้แทนเกาหลีเหนือประจำสหประชาชาติเพื่อขอคำชี้แจงแล้ว แต่ยังไม่มีข้อมูลคำตอบในรายงานดังกล่าว ทั้งนี้ เกาหลีเหนือเคยปฏิเสธข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการโจมตีทางไซเบอร์มาแล้วในอดีต

ขณะเดียวกัน CNN ได้ขอความคิดเห็นจากสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) และหน่วยสืบราชการลับสหรัฐฯ (US Secret Service) ซึ่งมีหน้าที่สอบสวนอาชญากรรมทางไซเบอร์ด้วย โดยในการสืบสวนคดีโจรกรรมคริปโทฯ ครั้งใหญ่ก่อนหน้านี้ FBI เคยมีทีมนักวิเคราะห์ที่พร้อมปฏิบัติงานเพื่อช่วยติดตามและอายัดสินทรัพย์ที่ถูกขโมย

เกาหลีเหนือกับการโจรกรรมคริปโทฯ แหล่งรายได้ท่ามกลางการคว่ำบาตร

หากผลสอบสวนยืนยันว่าเกาหลีเหนืออยู่เบื้องหลัง เหตุการณ์นี้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐฯ และผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงทางไซเบอร์พบความเชื่อมโยงระหว่างเปียงยางกับการโจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล

ก่อนหน้านี้ เกาหลีเหนือถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังการโจรกรรมคริปโทเคอร์เรนซีจาก Bybit แพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลรายใหญ่อีกราย มูลค่าประมาณ 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 50,000 ล้านบาท

ซึ่งเคยเป็นสถิติการโจรกรรมคริปโทฯ ครั้งใหญ่ที่สุดก่อนเกิดเหตุการณ์ที่ Binance โดยการโจรกรรมครั้งนั้นเกิดขึ้นภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที และมีมูลค่าสูงเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศต่อปีของเกาหลีเหนือที่มีการประเมินไว้

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และเกาหลีใต้ทั้งในปัจจุบันและอดีต รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง มองว่าหน่วยปฏิบัติการแฮกเกอร์ของเกาหลีเหนือเป็นแหล่งรายได้สำคัญของรัฐบาลเปียงยาง ซึ่งต้องเผชิญมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศจากโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และกิจกรรมทางทหาร

รายงานของสหประชาชาติและบริษัทเอกชนหลายแห่งระบุว่า กลุ่มแฮกเกอร์ที่เชื่อมโยงกับเกาหลีเหนือ ขโมยเงินจากธนาคารและบริษัทคริปโทเคอร์เรนซีทั่วโลกไปแล้วหลายพันล้านดอลลาร์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเงินเหล่านี้ถูกมองว่าเป็นช่องทางหารายได้ที่ช่วยให้รัฐบาลสามารถดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ได้ แม้ถูกจำกัดการเข้าถึงระบบการเงินระหว่างประเทศ

ในปี 2566 CNN เคยเผยแพร่รายงานการสืบสวนที่ระบุว่า หน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้ทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านการติดตามธุรกรรมคริปโทฯ ภาคเอกชน จนสามารถยึดสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่าประมาณ 1,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถูกแฮกเกอร์ชาวเกาหลีเหนือขโมยจากผู้เสียหายกลับคืนมาได้

เหตุใดแพลตฟอร์มคริปโทฯ จึงตกเป็นเป้าหมาย

ความเสี่ยงสำคัญส่วนหนึ่งมาจากรูปแบบการให้บริการของแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี ซึ่งแตกต่างจากตลาดหลักทรัพย์ทั่วไป เพราะแพลตฟอร์มคริปโทฯ มักเป็นผู้เก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัลแทนลูกค้า ทำให้ระบบกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลและโครงสร้างการอนุญาตทำธุรกรรมกลายเป็นเป้าหมายสำคัญของแฮกเกอร์

หากผู้โจมตีสามารถเจาะระบบที่มีสิทธิ์เข้าถึงกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลหรือระบบอนุมัติการถอนเงินได้ ก็อาจเคลื่อนย้ายเงินจำนวนมากออกไปได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งอุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซียังเป็นธุรกิจที่ค่อนข้างใหม่ เมื่อเทียบกับระบบตลาดทุนแบบดั้งเดิม และยังมีข้อจำกัดด้านการกำกับดูแลในหลายประเทศ จึงเป็นความท้าทายในการป้องกันและติดตามธุรกรรมข้ามพรมแดน

Binance ก่อตั้งขึ้นในปี 2560 โดยมี ฉางเผิง จ้าว (Changpeng Zhao) ชาวแคนาดา เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง และสามารถเติบโตขึ้นเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีรายใหญ่ที่สุดของโลกภายในเวลาเพียง 1 ปี

อย่างไรก็ตาม จ้าว ลาออกจากตำแหน่งผู้บริหารในปี 2566 หลังยอมรับผิดในคดีละเมิดกฎหมายต่อต้านการฟอกเงินของสหรัฐฯ และถูกศาลพิพากษาจำคุก 4 เดือน ก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะอภัยโทษให้เมื่อเดือน ต.ค.2568

แม้ จ้าว จะไม่ได้บริหารแพลตฟอร์มแล้ว แต่ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด โดยเขาโพสต์ผ่าน X ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดูเหมือนเป็นการโจมตีทางไซเบอร์ และคาดว่า Binance จะรับผิดชอบเงินของผู้ใช้งานที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด

ราคาบิตคอยน์และอีเธอเรียมร่วงหลังข่าวโจมตี

เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล โดยราคาบิตคอยน์ (Bitcoin) และอีเธอเรียม (Ether) ซึ่งเป็นคริปโทเคอร์เรนซีที่มีการซื้อขายมากที่สุด ปรับตัวลดลงหลังมีข่าวการเจาะระบบ Binance

แม้ราคาจะฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วน แต่ในช่วงกลางวันวันนี้ตามเวลาฮ่องกง ทั้ง 2 สกุลยังซื้อขายต่ำกว่าระดับก่อนเกิดเหตุการณ์ประมาณร้อยละ 2-3

การโจรกรรมครั้งนี้จึงไม่ได้สร้างความเสียหายเฉพาะกับแพลตฟอร์มซื้อขายเท่านั้น แต่ยังสะท้อนความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของระบบรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล และความท้าทายในการติดตามเงินที่ถูกขโมยผ่านเครือข่ายบล็อกเชนหลายระบบ โดยเฉพาะเมื่อมีข้อสงสัยว่ากลุ่มแฮกเกอร์ที่มีความเชื่อมโยงกับรัฐบาลกำลังใช้การโจรกรรมทางไซเบอร์เป็นช่องทางหารายได้

อ่านข่าว :

ภูฏานเตือนอินเดีย เตรียมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน หลังน้ำทะเลสาบธารน้ำแข็งแตก

เปิดเกณฑ์เออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการ อายุ 50 ปีขึ้นไป เริ่มใช้ปี 70 ตั้งเป้าลด 3 หมื่นคน

นักวิชาการชี้ช่องว่างตรวจสอบ "มูลนิธิ" เสนอตั้งกลไกกลางกำกับเงินบริจาค