วันนี้ (28 ต.ค.2569) การเลือกตั้งครั้งสำคัญของอิสราเอลปิดฉากลง โดย เอ็กซิตโพลชี้ว่าแนวร่วมคู่แข่งคนสำคัญของเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรี ได้ที่นั่งมากที่สุด แต่ยังไม่ถึง 61 ที่นั่งเพื่อจัดตั้งรัฐบาล ต้องรอผลนับคะแนนอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางความเสี่ยงที่การเจรจาจัดตั้งรัฐบาลจะยืดเยื้อ
ชาวอิสราเอลทยอยออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้าวานนี้ (27 ต.ค.) ถือเป็นการเลือกตั้งครั้งสำคัญที่สุดในรอบหลายทศวรรษ และเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์โจมตีวันที่ 7 ต.ค.2566
กาดี ไอเซนคอต อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุดกองทัพอิสราเอล และผู้นำพรรคยาชาร์ ออกไปใช้สิทธิพร้อมภรรยาในเมืองเฮอร์เซอลียา ทางตอนกลางของประเทศ ท่ามกลางสื่อมวลชนที่มารอติดตามทำข่าวจำนวนมาก โดยไอเซนคอตถูกจับตาว่าเป็นหนึ่งในคู่แข่งสำคัญของเนทันยาฮูจากพรรคลิคุด
ไอเซนคอตระบุว่าการเลือกตั้งครั้งนี้อาจสำคัญที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งรัฐอิสราเอล พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทุกคนออกมาใช้สิทธิของตนเอง เพื่อร่วมกันโค่นล้มรัฐบาลที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์
ด้านเนทันยาฮู พร้อมภรรยา ออกไปใช้สิทธิที่กรุงเยรูซาเลม โดยเชิญชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเพื่ออนาคตของประเทศ ขณะที่หลายฝ่ายมองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นบททดสอบสำคัญของเนทันยาฮู ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีรวมเป็นเวลายาวนานที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองอิสราเอล
เอ็กซิทโพลชี้เลือกตั้งอิสราเอลไร้ผู้คว้าชัย ชาวอิสราเอลใช้สิทธิสูงสุดในรอบหลายสิบปี
ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงสุดท้ายก่อนปิดหีบ เนทันยาฮูออกมาเรียกร้องให้ผู้สนับสนุนพรรคลิคุดออกมาใช้สิทธิอย่างเต็มที่ โดยเตือนว่าผู้ออกมาใช้สิทธิน้อยอาจเปิดทางให้เกิดรัฐบาลฝ่ายซ้ายที่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคการเมืองอาหรับ และกลุ่มอิสลามสุดโต่ง ซึ่งเขาอ้างว่าอาจส่งผลกระทบต่ออนาคตของประเทศ
ขณะที่ไอเซนคอตตอบโต้ว่า เนทันยาฮูยังคงกลับไปใช้วิธีตลบแตลงเดิม ทั้งการโกหกและสร้างความหวาดกลัวเพื่อปลุกระดมฝูงชน
เอ็กซิทโพลชี้เลือกตั้งอิสราเอลไร้ผู้คว้าชัย
เมื่อเวลา 22.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นอิสราเอล หรือประมาณ 03.00 น. ตามเวลาประเทศไทย หน่วยเลือกตั้งปิดหีบลง โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งรายงานว่า มีผู้มาใช้สิทธิร้อยละ 77.7 หรือเกือบ 5.7 ล้านคน จากผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 7.3 ล้านคน ถือเป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1999 ตามข้อมูลที่รายงานในช่วงแรก ทั้งนี้ ตัวเลขอาจเปลี่ยนแปลงได้เมื่อรวมบัตรลงคะแนนจากทหาร นักการทูต และกลุ่มอื่น ๆ
ผลสำรวจหน้าคูหาเลือกตั้ง หรือเอ็กซิตโพล ชี้ว่า ไม่มีฝ่ายใดคว้าชัยชนะได้อย่างเด็ดขาด โดยกลุ่มพันธมิตรทางการเมืองของไอเซนคอต ได้รับจำนวนที่นั่งรวมมากที่สุดราว 52 ถึง 53 ที่นั่ง ซึ่งยังไม่ถึงเกณฑ์กึ่งหนึ่ง หรือ 61 ที่นั่ง จากทั้งหมด 120 ที่นั่งที่จะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้
หากนับเป็นรายพรรค พรรคลิคุดของเนทันยาฮูคาดว่าจะได้ที่นั่งมากที่สุดในสภาประมาณ 24 ที่นั่ง แต่ภาพรวมขั้วการเมืองรัฐบาลเดิม คาดที่นั่งจะลดลงเหลือเพียง 50 ที่นั่ง จากเดิม 68 ที่นั่ง ส่วนกลุ่มพรรคการเมืองชาวอาหรับ ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ คว้าที่นั่งราว 17 ถึง 18 ที่นั่ง
เอ็กซิทโพลชี้เลือกตั้งอิสราเอลยังไร้ผู้คว้าชัย ชาวอิสราเอลใช้สิทธิสูงสุดในรอบหลายสิบปี
ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งนับคะแนนอย่างเป็นทางการ โดยคาดว่าจะทราบผลสรุปภายใน 48 ชั่วโมง โดยตัวแปรสำคัญอยู่ที่บัตรลงคะแนนนอกคูหาอีกประมาณ 600,000 ใบ หรือราว 10% ของคะแนนเสียงทั้งหมด อาจส่งผลให้ตัวเลขของทั้งสองขั้วการเมืองเปลี่ยนแปลงไปจากนี้
หลังเอ็กซิตโพลชุดแรกเผยแพร่ กลุ่มผู้สนับสนุนไอเซนคอตรวมตัวฉลองอย่างคึกคักในกรุงเทลอาวีฟ พร้อมตะโกนขับไล่เนทันยาฮูด้วยข้อความ "Bibi, go home"
ไอเซนคอตระบุว่า ผลสำรวจเบื้องต้นสะท้อนให้เห็นถึงความไม่ไว้วางใจของประชาชนที่มีต่อเนทันยาฮูและรัฐบาลชุดปัจจุบัน พร้อมยืนยันว่า หากผลนับคะแนนอย่างเป็นทางการเป็นไปในทิศทางเดียวกัน จะเร่งดำเนินการตามเจตนารมณ์ของประชาชน เพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล
ด้านพรรคลิคุดยังไม่ได้แสดงความเห็นต่อผลสำรวจดังกล่าว ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศอิสราเอลระบุว่า การเฉลิมฉลองของฝ่ายตรงข้ามอาจเร็วเกินไป เนื่องจากเอ็กซิตโพลยังชี้ว่าพรรคลิคุดมีแนวโน้มได้ที่นั่งมากที่สุดในบรรดาพรรคการเมือง
หลังการนับคะแนนเสร็จสิ้น หากไม่มีพรรคหรือขั้วการเมืองใดครองเสียงข้างมาก จะต้องเข้าสู่กระบวนการเจรจาจัดตั้งรัฐบาล โดยแต่ละฝ่ายจะมีเวลา 28 วัน และอาจขยายเวลาได้อีกไม่เกิน 14 วัน หากยังไม่สามารถรวบรวมเสียงสนับสนุนได้ถึง 61 ที่นั่ง ก็อาจต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งอิสราเอลเคยเผชิญสถานการณ์ลักษณะนี้มาแล้วในปี 2019
การเลือกตั้งครั้งนี้ถูกจับตามองมากที่สุด โดยนอกจากจะเป็นการชี้ชะตาอนาคตของเนทันยาฮูแล้ว ยังจัดขึ้นขณะที่อิสราเอลเผชิญปัญหารอบด้านทั้งความมั่นคงและการทูตที่ถูกสั่นคลอนอย่างหนัก โดยเฉพาะในเวทีระหว่างประเทศ รวมถึงปัญหาปากท้องที่มีเสียงวิจารณ์ในหมู่ประชาชนมากขึ้น
หนึ่งประเด็นที่สำคัญที่สุดในการตัดสินใจของประชาชนครั้งนี้คือเหตุการณ์วันที่ 7 ต.ค.2566 ซึ่งจุดชนวนให้เกิดสงครามในกาซาที่ยืดเยื้อจนถึงทุกวันนี้ และทำให้เนทันยาฮูเผชิญเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ขณะที่จุดยืนของ 2 ตัวเก็ง อย่างเนทันยาฮูและไอเซนคอต ในภาพรวมนโยบายต่อตะวันออกกลางของทั้งสองคนไม่ต่างกัน ดังนั้นไม่ว่าใครจะก้าวขึ้นมา
อ่านข่าว
อธิบดี ปภ.เผยหารือ “ชัชชาติ” หางบเยียวยาน้ำท่วม กทม.เพิ่ม 200 ล้าน
กรมอุตุฯ ประกาศ ฉ.10 ภาคใต้ฝนตกหนักมาก เตือนพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม
กันสาดคอนกรีตอาคารย่านดินแดงทรุดตัว จนท.เร่งรื้อถอนส่วนเสียหาย
