ประจักษ์วิเคราะห์ : ถึงคิว "ไอซ์" ปมแชร์สลิป 7 ล้าน
เจาะลึกเกมการเมืองร้อน หลัง สส.ไอซ์ รักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคประชาชน งานเข้า จากกรณีแชร์สลิปอ้างค่าเครื่องดื่ม 7 ล้านบาท จนธนาคารและภาครัฐออกมายืนยันว่าเป็นข้อมูลเท็จ กลายเป็น "ชนักปักหลัง" ชิ้นใหญ่ที่ถูกย้อนศร
ปมร้อนนี้จะลุกลามบานปลายไปถึงขั้นไหน ?
ร่วมวิเคราะห์ทิศทางและสมการการเมืองที่พลิกผันไปกับ ประจักษ์ มะวงศ์สา บรรณาธิการอาวุโส
จุดเริ่มต้นของประเด็นร้อนเกิดจากกรณีที่ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส. พรรคประชาชน ได้แชร์โพสต์สลิปโอนเงิน 7 ล้านบาท ที่อ้างว่าเป็น "ค่าน้ำชา" เชื่อมโยงไปยังบัญชีของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล โดยข้อมูลดังกล่าวถูกทั้งธนาคารกสิกรไทยและหน่วยงานรัฐยืนยันว่าเป็นข้อมูลเท็จและเข้าข่ายข่าวปลอม ส่งผลให้กระแสตีกลับมาที่ สส.ไอซ์ ทันที จนเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีทั้งข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากการนำเข้าข้อมูลเท็จสู่ระบบ
ความเสี่ยงที่ร้ายแรงกว่าคดีอาญา คือ มิติด้านจริยธรรมนักการเมือง เมื่อมีผู้ยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ให้ไต่สวนเอาผิดฐานฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่งมีโทษหนักถึงขั้นตัดสิทธิทางการเมือง ขณะเดียวกัน เพจต้นทางที่โพสต์ข้อมูลถูกระบุว่ามีความเชื่อมโยงกับอดีตสมาชิกพรรคก้าวไกล จึงเกิดความกังวลว่าอาจถูกนำไปขยายผลเชื่อมโยงเรื่องการครอบงำหรือแทรกแซงพรรคตามมาตรา 92 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ที่อาจลุกลามไปสู่ความเสี่ยงในการยุบพรรคในอนาคต
ในเชิงเกมการเมือง เหตุการณ์นี้ถือเป็น "ชนักปักหลัง" ชิ้นใหญ่ที่บั่นทอนความน่าเชื่อถือของ สส.ไอซ์ ซึ่งกำลังมีคะแนนนิยมโดดเด่นและเป็นหัวหอกสำคัญของฝ่ายค้าน อีกทั้งยังเกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญก่อนการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ทำให้ฝ่ายรัฐบาลสามารถใช้ประเด็นนี้ย้อนศรและดิสเครดิตน้ำหนักข้อมูลการตรวจสอบของฝ่ายค้าน ตามคำกล่าวที่ว่า "ก่อนจะขึ้นธรรมาสน์เทศน์ ต้องล้างเท้าให้สะอาดก่อน" กลายเป็นการเดินเข้าสู่โหมดนิติสงครามที่พรรคประชาชนต้องเร่งตั้งรับอย่างรัดกุม




























































