วันนี้ (26 ต.ค.2569) ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ธนาคารทหารไทยธนชาต (ทีทีบี) ประเมินว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวเฉลี่ยบริเวณ 33.65 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในกรอบ 33.40–33.90 บาทต่อดอลลาร์ โดยตลาดยังเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลก ความผันผวนของตลาดการเงิน และทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งจะเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางเงินดอลลาร์และกระแสเงินทุนระหว่างประเทศ
สัปดาห์นี้ “เงินบาท”ผันผวนสูง จับตาประชุมเฟด–ECB–BOJ -กนง.
ปัจจัยที่ต้องจับตาคือราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ปรับขึ้นแตะ 116.7 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล วันที่ 23 ต.ค. จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และความเสี่ยงต่อเส้นทางขนส่งพลังงาน สถานการณ์ดังกล่าว เพิ่มความกังวลต่อแรงกดดันเงินเฟ้อ และต้นทุนพลังงานในระยะถัดไป หากราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูง อาจทำให้ธนาคารกลางต่าง ๆ ต้องระมัดระวังการผ่อนคลายนโยบายการเงินมากขึ้น
ด้านเศรษฐกิจสหรัฐฯ ข้อมูลดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) เบื้องต้นเดือน ต.ค. ทั้งภาคการผลิตและดัชนีรวมปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 53 เดือน สะท้อนกิจกรรมเศรษฐกิจที่ยังขยายตัว อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลงต่ำสุดในรอบ 5 เดือนจากความกังวลเงินเฟ้อ ขณะที่ภาคธุรกิจปรับขึ้นราคาสินค้าเร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือน ส.ค.2565 ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้าน NAHB ลดลงจาก 32 จุด เหลือ 29 จุด ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย.2555 สะท้อนแรงกดดันจากภาวะการเงินที่ตึงตัว
สัปดาห์นี้ “เงินบาท”ผันผวนสูง จับตาประชุมเฟด–ECB–BOJ -กนง.
บรรยากาศลงทุนยังได้รับผลกระทบจากความกังวลต่อหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดย ณ วันที่ 22 ต.ค. ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ลดลง 1.21% และ 2.60% ตามลำดับ ส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มความระมัดระวัง และหันถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น อย่างไรก็ดี ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างประเทศยังเป็นปัจจัยสนับสนุนเงินดอลลาร์ และอาจจำกัดการแข็งค่าของเงินบาท แม้บางช่วงตลาดจะมีแรงซื้อสินทรัพย์เสี่ยงต่ำก็ตาม
ด้านธนาคารกรุงศรีอยุธยา โดยกลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ คาดว่าเงินบาทสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.50–34.00 บาทต่อดอลลาร์ หลังปิดสัปดาห์ก่อนที่ 33.70 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาทซื้อขายในกรอบ 33.40–33.70 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 3,014 ล้านบาท และพันธบัตรไทย 9,804 ล้านบาท สะท้อนกระแสเงินทุนที่ยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญต่อค่าเงินบาท
สัปดาห์นี้ “เงินบาท”ผันผวนสูง จับตาประชุมเฟด–ECB–BOJ -กนง.
กรุงศรีมองว่า ตลาดจะจับตาการประชุมเฟด ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ซึ่งคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมรอบนี้ แต่ความเสี่ยงที่เฟดจะส่งสัญญาณเข้มงวดมีมากที่สุด หากเฟดย้ำความจำเป็นในการควบคุมเงินเฟ้อ อาจหนุนเงินดอลลาร์และเพิ่มแรงกดดันต่อเงินบาท ขณะที่ความกังวลต่อความยั่งยืนทางการคลังของฝรั่งเศสและผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้น ทำให้ ECB ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างการควบคุมเงินเฟ้อกับความเสี่ยง ที่ภาวะการเงินในยูโรโซนจะตึงตัวมากเกินไป
สัปดาห์นี้ “เงินบาท”ผันผวนสูง จับตาประชุมเฟด–ECB–BOJ -กนง.
สำหรับนโยบายการเงินไทย กรุงศรีคาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 28 ต.ค. จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1.00% เนื่องจากเศรษฐกิจในประเทศยังไม่มีแรงกดดันเงินเฟ้อจากอุปสงค์ในวงกว้างหรือวงจรการขึ้นค่าจ้าง และระดับราคาอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ ตลาดการเงินยังมีความเสี่ยงจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่อยู่ในระดับสูง ความคาดหวังต่อการลงทุน AI ที่ลดลง และสถานการณ์ตะวันออกกลาง หากราคาทองคำโลกปรับลงต่อเนื่อง อาจเป็นอีกปัจจัยกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าได้
อ่านข่าว:
เงินบาทซื้อขายกรอบ 33.30-33.85 กรุงศรีฯ เผย จับตาเฟด-เงินเฟ้อสหรัฐฯ
เงินบาทซื้อขาย 33.00-33.60 บาท/ดอลลาร์ "อ่อนค่าลงเล็กน้อย" จับตาราคาน้ำมันโลก
“เงินบาท” วันนี้ 32.75-33.30 ตลาดจับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ ชี้ขาดดอกเบี้ยเฟด
