นายกฯ​ ขอ​ กทม.​แจงปมจ่าย​ 200 ล้าน สมทบ ปภ. "ชัชชาติ" เผยงบกลางเหลือ 28 ล้าน

การเมือง
11:54
จำนวนผู้ชม 66
Thai PBS
นายกฯ​ ขอ​ กทม.​แจงปมจ่าย​ 200 ล้าน สมทบ ปภ. "ชัชชาติ" เผยงบกลางเหลือ 28 ล้าน

วันนี้ (26 ต.ค.2569) นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย​ กล่าวชี้แจงถึงการใช้เงินสมทบเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพฯ จำนวน 200 ล้านบาท ในระหว่างที่เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ว่า​ การประชุมครั้งนี้มีผู้ว่าราชการ กทม. รวมไปถึงผู้บริหารร่วมด้วย​ ซึ่งทางกระทรวงมหาดไทยต้องร่วมมือกับทาง กทม.​ ในเรื่องการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน​ หาข้อสรุปกันให้ได้ เพราะมีผู้ประสงค์ร้ายมาให้ข่าวเสมอ ๆ ว่าเงินเยียวยาหมดแล้ว หรือได้รับการอนุมัติเพียง 5,000 ล้านบาท​ ที่เหลือไม่มี​ ต้องไปขออนุมัติใหม่ 10,000 ล้านบาท​ และล่าสุดตนอ่านข่าวมโนสาเร่เข้ามา ว่ามหาดไทยเข้ามาบีบ กทม. ให้จ่ายเงิน 200 ล้านบาท

นายก​รัฐมนตรี​ ยังกล่าวว่า​ ตนคิดว่าต้องขอความกรุณาผู้ว่าราชการจังหวัดและทีมบริหารช่วยกระทรวงมหาดไทย เพราะถ้ารัฐบาล ไปแก้ข่าวเองก็ถูกกล่าวหาว่าไปกระทืบซ้ำทางการเมือง แต่ทั้งนี้เป็นการพยายามเข้ามาเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของทั้งรัฐบาลและ กทม. เป็นเรื่องที่มุ่งหวังประสงค์ร้ายทางการเมือง

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวย้ำ ต้องมีการชี้แจงกรณีกระแสข่าวงบประมาณที่เตรียมเอาไว้สำหรับใช้จ่ายน้ำท่วมหมดแล้ว โดยยืนยันว่างบประมาณไม่ได้หมด เพราะอยู่ในงบประมาณกลางของสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อมีอุทกภัยอุบัติภัยที่เข้าข่ายเข้าเกณฑ์ที่จะต้องใช้งบประมาณกลาง นายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้อนุมัติในการใช้งบนี้ แต่หากเกิน 100 ล้านบาท ก็จะต้องนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ

นอกจากนี้ยังมีงบประมาณที่ในแต่ละหน่วยงานได้สำรองไว้อยู่แล้ว ทั้งในรูปแบบของกระทรวงจังหวัด​ หรือแม้กระทั่ง กทม. ก็มีกฎระเบียบไว้อย่างชัดเจน ว่าจะต้องเกิดเหตุก่อน จึงสำรวจความเสียหายและดำเนินการ​ แต่จากนี้เป็นต้นไปเรื่องของการเยียวยาจะอยู่ในครอบคลุมของประกันภัย ส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทยหลัก ๆ ก็จะเกี่ยวข้องกับการฟื้นฟู พัฒนาซ่อมแซม ในส่วนที่เป็นของหลวงเนื่องจากในประกันภัย ครอบคลุม ความเสียหายของทรัพย์สินและบ้านเรือนด้วย

"ซึ่งภาระหนักของเราจากนี้ไปคือเรื่องของการสำรวจให้เกิดความชัดเจน ซึ่งตนได้เคยมอบหมายให้กรมโยธาธิการและผังเมืองรับทราบ ว่าหากตนเป็นบริษัทประกันภัยก็จะตีอีกราคาหนึ่งแต่หากเป็นชาวบ้านก็อยากได้อีกราคา ซึ่งกรมโยธาฯ ในฐานะรับผิดชอบเรื่องโครงสร้าง​ ช่าง​ และหลักวิศวกรรม ต้องมานั่งทำหน้าที่เป็นตัวกลาง ชี้ขาดด้วยหลักวิชาการ เพื่อให้การเยียวยาได้รับการอนุมัติเร็วขึ้น"

อนุทิน​ ชาญวีรกูล​ นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย

อนุทิน​ ชาญวีรกูล​ นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย

ส่วนงบประมาณที่ตั้งเผื่อไว้ 4,700 ล้านบาท มีงบกลางของสำนักนายกรัฐมนตรีเหลือใช้อยู่ประมาณ 4,700 ล้านบาท เมื่อก่อนสิ้นปีงบประมาณ 2569 อุทกภัยก็เกิดในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือน ก.ย. คือสิ้นปีงบประมาณพอดี ปกติเหลือเท่านี้ตนก็จะเร่งให้โอนคืนไปยังกระทรวงการคลังเพื่อไปใช้หนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) แต่มีน้ำท่วมเกิดขึ้นในช่วงเดือน ก.ย. จึงไม่ได้โอนเงินนี้คืนกลับไป จึงสามารถใช้เงินนี้ในการเยียวยาในช่วงต้นเดือน และเมื่อไม่พอก็ได้มีการนำเสนอจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยทั้ง 3 คน และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาวงเงิน 10,500 ล้านบาท เพื่อที่จะมาจ่ายเยียวยาประชาชน

สำหรับใครที่เกิดขึ้นถึงวันที่ 30 ก.ย. เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นเรื่องของการดำเนินการตามปกติไม่ใช่เป็นเรื่องการขาดแคลนซึ่งงบประมาณ หรือไม่ได้ตั้งเอาไว้เพราะไม่มีใครสามารถคาดเดาล่วงหน้า และงบกลางของสำนักนายกรัฐมนตรีก็มีไว้ใช้ในการนี้อยู่แล้ว ไม่ใช่ว่ากระทรวงมหาดไทย ซึ่งในงบประมาณของกระทรวงมหาดไทยไม่ได้มีระบุเรื่องนี้เป็นการเฉพาะ และหากถึงเกณฑ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจะเป็นผู้ประกาศ เมื่อเป็นพื้นที่ประสบภัยผู้ว่าก็สามารถอนุมัติใช้งบประมาณได้ไม่เกิน 50 ล้านบาท แต่หากยังไม่พอก็ขยายเป็น 100 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการปฏิบัติปกติ ซึ่งงบนี้ไม่ใช่ว่าต้องมาเบิกกับกองคลังของกระทรวงมหาดไทย แต่จะเป็นการเบิกจากงบกลางอยู่ดี

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า​ ขอให้พูดถึงเรื่องนี้หากเงียบไปหมดเลยก็จะกลายเป็นคนที่ไม่มีความรู้ความเข้าใจมาพูด ตักตวงประโยชน์จากการให้ข่าว ให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดต่อรัฐบาล ให้เขาแสดงตนเหมือนเป็นผู้มีความรู้แต่ไม่มีความรู้ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงให้เกิดความกระจ่าง เพราะคนที่เอามาพูดไม่มีสิทธิ์ไม่มีอำนาจอะไร

ส่วนการเรียกเงินเยียวยาคืนของบ้านพักข้าราชการ นายกรัฐมนตรีกล่าว เมื่อจ่ายไปแล้ว​ จะเรียกคืนตนว่ายาก ไม่ต้องเรียกคืนหากเขาไม่เข้าเกณฑ์และเขาไม่คืนมา ก็ต้องใช้วิธีหักลบกลบหนี้ เป็นบ้านพักข้าราชการได้สิทธิ์นั้นไปก็ต้องไปดำเนินการเอามาคืนถ้าไม่คืนก็ต้องแจ้งกองคลัง ของหน่วยงานสังกัด เมื่อทำผิดระเบียบความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ ไม่เข้าเกณฑ์ก็ต้องดำเนินการ

ชัชชาติ​ สิทธิพันธุ์​ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ชัชชาติ​ สิทธิพันธุ์​ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ด้านนายชัชชาติ​ สิทธิพันธุ์​ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร​ กล่าวว่า​ ในเรื่องเงินเยียวยาพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทางผู้ว่าฯ กทม. ไม่มีเงินสำรอง 50 ล้านบาท เหมือนที่อื่น​ ซึ่งเงิน​ 50 ล้านบาทอยู่ที่อธิบดี ปภ. เป็นผู้ดำเนินการ เรื่องเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจะมาจาก 2 ส่วน คือ​งบประมาณกลางที่ผู้ว่าฯ กทม. มีอำนาจใช้ในกรณีฉุกเฉิน 400 ล้านบาท ใช้ไปแล้ว 372 ล้านบาท ช่วยผู้ประสบภัยโดยตรง​ 162 ล้านบาท​ พวกถุงยังชีพ อาหารต่าง ๆ และอีก 210 ล้านบาท โอนไปสมทบ ปภ. ในกรณีเงินเยียวยา 5,000 บาทและ 9,000 บาทต่อครัวเรือน​

ซึ่งงบประมาณกลางที่จะเหลือใช้ของ กทม. เหลือเพียง 28 ล้านบาท​ เป็นเงินเกินดุลที่เก็บมา ใช้หนี้ BTS ไปกว่า 70,000 ล้านบาท ซึ่งเหลือน้อยมาก หากคิดถึงหนี้เก่าแล้ว เหลือเงินอยู่เพียง 1,420 ล้านบาท ที่จะเข้าสภา กทม. ในวันพุธที่ 28 ต.ค. นี้ เพื่อนำไปจ่ายซ่อมบ้านเรือนของประชาชน​ 1,139 ล้าน​บาท

"ซึ่งเงินเหลือจริง ๆ เพียง 281 ล้านบาท เป็นเงินที่เหลืออยู่ในธนาคารสามารถใช้ได้ หากมีอะไรฉุกเฉินในอีก 1 ปีข้างหน้า​ ถือว่าสถานการณ์การเงินของ กทม. ค่อนข้างวิกฤต​ งบกลางเหลือเพียง 28 ล้านและเงินสมทบจ่ายขาดที่จะเอาไปใช้ได้เหลือ 281 ล้านบาท​ ส่วนเงินที่จะนำไปใช้เยียวยาประชาชนทั้งหมด 1,511 ล้านบาท​ ที่มาจากเงินของเราเอง"

อ่านข่าว :

ธ.กสิกรไทย ตรวจสอบปมสลิปโอนเงิน 7 ล้าน ยืนยันไม่พบเลขบัญชีในระบบ

ประชาชนร้องแอปฯ "ทางรัฐ" โชว์โอนเงินสำเร็จ แต่รอ 2 วัน เงินยังไม่เข้าบัญชี

อนุทิน กำชับ มท. แก้ปัญหาน้ำท่วม-เยียวยาฉับไว เตรียมรับมืออุทกภัยภาคใต้