เมื่อวันที่ 25 ต.ค.69 บริเวณสบสาย จุดบรรจบของแม่น้ำสายและแม่น้ำรวก อ.แม่สาย จ.เชียงราย พบความแตกต่างของสีแม่น้ำอย่างชัดเจน โดยแม่น้ำสายมีสีแดงขุ่น ขณะที่แม่น้ำรวกมีน้ำสีใส นักวิชาการตั้งข้อสังเกตมาจากทำเหมืองต้นน้ำ
บริเวณสบสาย จุดที่แม่น้ำสาย-รวก บรรจบกัน พบความขุ่นเข้มของแม่น้ำสายชัดเจน เมื่อตัดกับแม่น้ำรวก
รศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.นเรศวร ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ตั้งข้อสังเกตว่า แม่น้ำสายที่มีสีแดงขุ่น แม้ไม่มีฝนตกในพื้นที่ต้นน้ำ อาจเกี่ยวข้องกับกิจกรรมเหมืองแร่หรือการเปิดหน้าดินใกล้ลำน้ำ ซึ่งทำให้ตะกอนดินไหลลงสู่แม่น้ำได้ อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลและเก็บตัวอย่างเพิ่มเติมเพื่อยืนยันแหล่งกำเนิดตะกอนดังกล่าว
เหมืองทองต้นน้ำสาย ในเมียนมา บริเวณดอยก่อวัน ตรงข้าม อ.แม่ฟ้าหลวง เปิดหน้าดินเป็นบริเวณกว้าง คาดเป็นสาเหตุหนึ่งของแม่น้ำสายขุ่นผิดปกติ
แม่น้ำรวก แม้น้ำสีใส แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีสารโลหะหนักปนเปื้อน ?
รศ.ดร.ธนพล ตั้งข้อสังเกตจากที่เคยเข้าไปศึกษาเหมืองแร่ในเมียนมา โดยพบความแตกต่างระหว่างลักษณะน้ำจากกิจกรรมเหมืองแร่แต่ละประเภท เช่น กรณีเหมืองดีบุกที่มีการปล่อยหางแร่ลงลำห้วย อาจทำให้น้ำขุ่นและมองเห็นอนุภาคตะกอนปนเปื้อนได้ด้วยตาเปล่า แต่ในบางกรณี น้ำที่ระบายออกจากพื้นที่เหมืองอาจมีลักษณะใส ทั้งที่ยังมีสารโลหะหนักปนเปื้อนอยู่
รศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.นเรศวร ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม
รศ.ดร.ธนพล ระบุว่า การประเมินความเสี่ยงจากเหมืองแร่จึงไม่สามารถพิจารณาจากสีของน้ำเพียงอย่างเดียว แต่ต้องตรวจสอบลักษณะการทำเหมือง ระบบกักเก็บหางแร่ การระบายน้ำ และองค์ประกอบของสารปนเปื้อน รวมถึงเก็บตัวอย่างน้ำและตะกอนไปตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ
เหมืองแร่ หากปล่อยน้ำออกมา น้ำอาจใสแต่มีสารโลหะหนักได้ คล้ายกับกรณีเหมืองทองในประเทศไทยที่มีน้ำรั่วซึมออกมา ซึ่งอาจมีสารปนเปื้อนอยู่ แม้จะผ่านชั้นหินมาแล้วก็ตาม
พบรายงานเหมืองตะกั่ว จ.ท่าขี้เหล็ก เมียนมา กลุ่มทุนจีน ปล่อยสารพิษลงแม่น้ำรวก
ขณะเดียวกัน มูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ (Shan Human Rights Foundation: SHRF) ได้เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับเหมืองแร่ตะกั่วขนาดใหญ่ของกลุ่มทุนจีนในเมืองโก รัฐฉาน ซึ่งตั้งอยู่ทางเหนือของเมืองท่าขี้เหล็กประมาณ 15 กิโลเมตร โดยรายงานระบุว่า กิจกรรมเหมืองแร่ดังกล่าวมีการปล่อยสารพิษลงสู่ลำน้ำตุน ซึ่งเป็นหนึ่งในแม่น้ำสาขาของแม่น้ำรวก
น้ำบริเวณด้านล่างเหมืองตะกั่ว ก่อนไหลลงแม่น้ำรวก ใน จ.ท่าขี้เหล็ก ตรงข้าม อ.แม่สาย จ.เชียงราย
อ่านรายงานเพิ่มเติม:
https://shanhumanrights.org/wp-content/uploads/2026/10/2026-21-10-SHRF-Lead-mining-THAI.pdf
ห่วงสารพิษกระทบพื้นที่เกษตรและน้ำประปา
ดร.สืบสกุล กิจนุกร สำนักวิชานวัตกรรมสังคม ม.แม่ฟ้าหลวง
ด้าน ดร.สืบสกุล กิจนุกร สำนักวิชานวัตกรรมสังคม ม.แม่ฟ้าหลวง ระบุว่า แม่น้ำขุ่นแดงคือแม่น้ำสายส่วนที่ขุ่นน้อยกว่าแม่น้ำรวก สาเหตุที่น้ำขุ่นแดง ไม่ได้เกิดจากฝนตกในเขตต้นน้ำ แต่เป็นน้ำที่ถูกระบายมาจากเหมืองแร่โดยโดยมีการบำบัดแต่อย่างใด
นาข้าวพื้นที่มากกว่า 60,500 ไร่ ลุ่มน้ำสายกำลังเผชิญปัญหาสารพิษ จากตะกอนและน้ำจากเหมืองแร่ ต้นน้ำในเมียนมา
ดร.สืบสกุล ยังกล่าวถึงความกังวลการใช้แม่น้ำสายในพื้นที่เกษตรกรใช้ปลูกข้าวนาปีและนาปรัง 60,500 ไร่ และใช้เป็นน้ำดิบผลิตน้ำประปาให้คนแม่สายและแม่จัน โดยก่อนหน้านี้ กรมควบคุมมลพิษตรวจพบสารหนูเกินค่ามาตรฐานทุกครั้งที่ตรวจ และจังหวัดเชียงรายต้องออกประกาศยกระดับเฝ้าระวังคุณภาพแม่น้ำด้วยการเตือนไม่ให้ประชาชนใช้แม่น้ำในการอุปโภคและบริโภคโดยตรง รวมถึงให้งดจับปลาและสัตว์น้ำ เพราะมีค่าสารหนูเกินค่า 28 เท่า และตะกั่วเกินค่ามาตรฐาน 5 เท่า
รายงาน : โกวิทย์ บุญธรรม ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวภาคเหนือ
