วันนี้ (16 ต.ค.2569) นายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (เฟด) หนึ่งในบุคคลสำคัญที่หลายคนรอฟังความเห็นของเขาในการประชุม IMF-World Bank 2026 โดยนายเควิน วอร์ช ร่วมพูดคุย กับ นางคริสตาลีนา กอร์เกียวา กรรมการจัดการของไอเอ็มเอฟ
นายเควิน ระบุว่า ในช่วงวิกฤตการเงินโลก เป็นช่วงที่เขาชื่นชอบมากที่สุด การกลับมาร่วมประชุมIMF และ กลุ่มธนาคารโลก 20 ประเทศชั้นนำ หรือ G20 ทำให้เขารู้สึกถึงรอยแผลอยู่เสมอ แต่รอยแผลที่ได้มาก็เปรียบเหมือนการได้ประสบการณ์
สำหรับภาวะเศรษฐกิจโลก และการดำเนินนโยบายการเงิน ผู้กำหนดนโยบายมักให้ความสำคัญกับตัวเลขทางสถิติและเหตุการณ์ในอดีต ตามแบบฉบับการทำงานในแวดวงนักเศรษฐศาสตร์และนโยบายการเงิน แต่เขาเห็นว่าข้อมูลเหล่านั้น เป็นข้อมูลที่ไม่ทันกับเหตุการณ์ ทั้งที่ผู้กำหนดนโยบาย ควรทุ่มเทกับอนาคต แม้การคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคต อาจไม่สมบูรณ์แบบ
นายเควิน กล่าวต่อว่า สิ่งที่เขาทำเหมือนการ "มองออกนอกหน้าต่าง" หรือ การประเมินสถานการณ์ออกไปข้างหน้า ให้ชัดที่สุดเท่าที่จะทำได้ คณะกรรมการนโยบายการเงิน ของสหรัฐฯ หรือ FOMC ใช้หลักคิดแบบนี้มาแล้ว 8 ครั้ง โดยเฉพาะ ในการประชุมรอบล่าสุดเดือนกันยายน โดยพบว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ และ เศรษฐกิจโลก ล้วนเป็นไปตามคาดการณ์
ส่วนการประชุมในช่วงที่เหลือของปี เฟด ยังคงยึดหลัก "มองออกนอกหน้าต่าง" เพื่อพิจารณาว่าเกิดอะไรขึ้นกับภาคการผลิต การจ้างงาน และอัตราเงินเฟ้อ เพราะให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจจริง มากกว่ากรอบทฤษฎีแบบเดิมๆ
สำหรับภาวะเศรษฐกิจโลก อยู่ในภาวะซบเซาเรื้อรัง หรือ Secular Stagnation นายเควิน ระบุว่า ประเทศที่มีนโยบายเศรษฐกิจมหภาคที่ดี และฐานรากทางเศรษฐกิจระดับจุลภาคที่เข้มแข็ง จะช่วยลดปัญหาดังกล่าวเช่น กรณีของสหรัฐฯ แต่อาจต้องแลกมากับปัญหาราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้น และต้องดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายในช่วงที่ผ่านมา
ในฐานะผู้กำหนดนโยบายการเงิน เช่นเดียวกับ ธนาคารกลางประเทศอื่นๆ มองตรงกันอย่างหนึ่ง ได้แก่ การให้ความสำคัญกับ "การรักษาความสมดุล" และ "การรักษาเสถียรภาพราคา" จึงไม่สามารถบอกได้ว่า เฟดจะตัดสินใจอย่างไร ในการประชุมที่เหลือของปี
ในการสนทนาบนเวที นายเควิน ยังพูดถึงการเข้ารับตำแหน่งประธานเฟด ที่มีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ ด้วยวัย 35 ปี และการทำงานในตำแหน่งนี้ ในวันที่ 148 เขาพูดถึงความภูมิใจ และอดีตประธานเฟด ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับเขา ทั้ง Paul Volcker, Alan Greenspan หรือ Ben Bernanke ล้วนต้องเผชิญความท้าทายในวิกฤตต่างๆ และ ภารกิจแรกในตำแหน่ง คือ การประชุมเชิงนโยบายเศรษฐกิจประจำปี หรือ การประชุม "Jackson Hole " เขาให้ความสำคัญกับ "การไต่สวนความจริง" (Interrogate reality) ว่าเกิดอะไรขึ้นจริงในโลก แต่คิดว่า จากวันแรกจนถึงวันนี้ เขายังไม่พอใจการทำงาน เพราะจดจ่อการนโยบายการเงินมากเกินไป
ทั้งที่งานของธนาคารกลาง ครอบคลุมถึงการกำกับดูแลระบบธนาคาร ระบบการชำระเงิน และการคุ้มครองผู้บริโภค ความน่าเชื่อถือขององค์กร (Institutional Credibility) ไม่ได้มาจากแค่เป็นเครื่องพิมพ์เงิน ซึ่งการทำงานในอีก 100 วันข้างหน้า จะให้ความสำคัญทุกเรื่องเท่าๆกัน
นายเควิน กล่าวอีกว่า เศรษฐกิจโลกมีความยืดหยุ่นมากกว่าที่คาด แม้อยู่ในสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และเตือนให้ธนาคารกลางทั่วโลก เตรียมรับมือกับความท้าทายของเงินเฟ้อ และขอให้มุ่งมั่นในการรักษาเสถียรภาพด้านราคา แม้ว่าจะใช้เครื่องมือและระยะเวลาที่แตกต่างกันก็ตาม ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะผ่านสถานการณ์นี้ไปได้อย่างมั่นคงด้วยกัน
อ่านข่าว :
นายกฯ เปิด IMF-World Bank ชูขอบฟ้าใหม่ไทย ปลุกนานาชาติร่วมมือเชื่อมทุน-เทคโนโลยี
"นายกฯ" เผยข่าวดี! "เลขาฯ OECD" บอกไทยมาถูกทางแล้ว น่าจะเข้าเป็นสมาชิกได้ตามกำหนด
สหรัฐฯ จ้องใช้ระเบิดยักษ์ Mother of All Bomb พลิกเกมศึกอิหร่าน
