ไม่มีชื่อติดโผถูกฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่รัฐมนตรี "ตัวเก๋า" อย่างนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯ พรรคเพื่อไทย กลับโดนซักฟอกนอกสภาฯ จนน่วม จากโครงการจัดซื้อรถเกี่ยวข้าวพลังงานไฟฟ้า หรืออีวี
นายสุริยะตกเป็นเป้าร้อนทางการเมือง และแพร่สะพัดโลกโซเชียล เมื่อพูดถึงโครงการใหญ่ เพื่อแก้ปัญหาต้นทุนสูงของเกษตรกรชาวนา จากราคาน้ำมันดีเซล โดยเตรียมจัดหารถแทรกเตอร์เกี่ยวข้าว แบบอีวี จำนวน 500 คัน ราคาคันละ 16 ล้านบาท รวมงบประมาณ 8 พันล้านบาท โดยจะขอใช้จากเงินกู้ 2 แสนล้านบาทหลัง จากพ.ร.ก.กู้เงิน เพื่อใช้เปลี่ยนผ่านพลังงาน
นายสุริยะ อ้างถึงกรมการข้าว เห็นว่าหากนำรถแทรกเตอร์อีวี มาใช้ช่วยลดต้นทุนน้ำมัน และเป็นมิตรกับธรรมชาติ แม้ดูผิวเผิน ราคาจะตกคันละ 16 ล้านบาท แพงกว่ารถดีเซลที่ขายในท้องตลาด คันละ 1.6 ล้านบาท แต่รถแทรกเตอร์อีวี ไม่ต้องใช้น้ำมัน ตลอดเวลาใช้งาน 14 ปี จะช่วยประหยัดงบได้กว่าหมื่นล้านบาท
ทั้งหยิบยกวิสัยทัศน์เมื่อครั้งเป็นรัฐมนตรีคมนาคมว่า ตอนนั้นก็เปลี่ยนรถขสมก.จากดีเซลเป็นอีวี ราคาแพงกว่าเท่าตัว แต่สุดท้ายก็เป็นประโยชน์ ใช้คุ้มทุน
เท่านั้นแหละ เรียกแขก ทัวร์ลงกระหน่ำ
แม้อธิบดีกรมข้าว นายอานนท์ นนทรีย์ จะออกโรงเป็นตัวช่วย แต่ไม่ได้ปฏิเสธว่าไม่มีโครงการนี้ แต่ชี้แจงเรื่องราคารถเกี่ยวข้าวอีวีคันละ 16 ล้านบาทว่า รัฐมนตรีเกษตรฯ ไม่ได้ระบุ แต่อาจเกิดจากความเข้าใจคลาดเคลื่อน
ถึงจะระบุ โครงการดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนการศึกษา แต่โดนถล่มไม่เลิก ทั้งกลุ่มเกษตรกรหลายจังหวัดที่เห็นว่าแก้ปัญหาไม่ตรงจุด เพราะชาวนาต้องการให้รัฐบาลแก้ "ราคาข้าวตกต่ำ" และ "ปุ๋ยกับยาปราบศัตรูพืชมีราคาแพง" มากกว่า
แต่ยังมีนักการเมืองและนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ทั้ง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี ที่ตั้งคำถาม 7 ข้อ ตั้งแต่ผลิตจากประเทศไหน เคยทดลองเกี่ยวข้าวในไทยแล้วหรือไม่ รวมถึงอยากช่วยชาวนาจริง หรือหวังประโยชน์ประเภทเงินทอน
นายสมชาย แสวงการ อดีตสว. ที่ยังข้องใจข้ออ้างคุ้มทุน 14 ปี ทั้งที่เป็นที่ทราบกันดีว่าแบตเตอรี่รถอีวี จะมีอายุแค่ 8 ปี ต้นทุนเปลี่ยนแบตเตอรี่ อยู่ที่ลูกละ 1 ล้านบาท
ยังมี นายศรีสุวรรณ จรรยา นักร้องเรียนชื่อดัง ที่วิจารณ์ว่า เป็นการ "ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ" และนายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร พรรคกล้าธรรม ที่ตั้งคำถาม รถอีวี 500 คัน เพียงพอต่อการใช้งานทั้งประเทศจริงหรือไม่
รวมกระทั่งเจ้าคุณโซล่าร์เซลล์ พระปัญญาวชิรโมลี เจ้าอาวาสวัดป่าศรีแสงธรรม จังหวัดอุบลราชธานี ผู้ก่อตั้งโรงเรียนศรีแสงธรรม หรือโรงเรียนเสียดายแดด ที่ทำเรื่องพลังงานแสงอาทิตย์มานาน ได้ตั้งปุจฉา การใช้เทคโนโลยีใหม่ โดยต้องใช้เงินกู้ของประเทศ ต้องดูทั้งประสิทธิภาพ ต้นทุน และประโยชน์ที่จะได้รับตลอดอายุใช้งาน
เจอแบบนี้เข้าไป ยังไม่แน่ใจว่า นายสุริยะจะปรับเปลี่ยนท่าที หรือชี้แจงเพิ่มเติมอะไร เพราะการเป็น "มิสเตอร์โปรเจกต์" มีจุดเด่นที่ปฏิเสธไม่ได้ คือมักคิดโครงการใหม่ๆ ขึ้นทดแทนเสมอ
เพราะในช่วงเหตุการณ์ไม่สงบที่ช่องแคบฮอร์มุซ เรือขนส่งน้ำมันและปุ๋ยยูเรียไม่สามารถเคลื่อนผ่านช่องแคบได้ นายสุริยะ ปิ๊งไอเดีย ชงของบกลาง 5-6 พันล้านบาท เพื่อจัดซื้อปุ๋ยชีวภาพ ปุ๋ยอินทรีย์ และสารชีวภัณฑ์ แจกจ่ายให้แก่เกษตรกรแทน ก่อนจะถอนวาระออกจากครม. เนื่องจากสตง.ส่งหนังสือท้วงติง ระบุไม่เข้าเกณฑ์การใช้งบประมาณแบบฉุกเฉินหรือจำเป็นเร่งด่วน
แต่ในวันเดียวกันนั้น นายสุริยะพูดถึงโปรเจกต์ใหม่ทดแทน คือเปลี่ยนแผนสู่โซลาร์เซลล์เกษตร จะสนับสนุนระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ เข้าพื้นที่การเกษตรฯ ลดการใช้น้ำมันของเกษตรกร
อย่างไรก็ตาม ในการขยับหรือแนวทางทำงานการเมืองของนายสุริยะ จะเป็นไปอย่างรอบคอบถี่ถ้วน อีกทั้งทราบดีว่าเขาเป็นที่พึ่งของสส.และนักการเมืองเสมอมา รวมทั้งพรรคเพื่อไทย ซึ่งครั้งนี้ มีส่งชื่อนายสุริยะ เป็นหนึ่งใน 3 แคนดิเดตนายกฯ ด้วย
นายสุริยะผ่านเวทีการเมืองอย่างโชกโชน เคยถูกกล่าวหาในคดีสำคัญระดับเมกะโปรเจกต์ สมัยเป็นรัฐมนตรีคมนาคม รัฐบาลนายทักษิณ ปี 2545 แต่ท้ายที่สุด ป.ป.ช.มีมติยกคำร้องทั้งหมด
ทั้งเรื่องเครื่องตรวจวัตถุระเบิด CTX 9000 ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โครงการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ และโครงการจัดซื้อเครื่องบินแอร์บัสของการบินไทย 10 ลำ วงเงินราว 5.3 หมื่นล้านบาท
เป็นปาฏิหาริย์ และเรื่องราวที่น่าสนใจ ของรัฐมนตรี "เดอะ ซัน" ที่ชื่อสุริยะ ซึ่งตอนนี้ถูกสปอตไลต์สาดส่องมากกว่า 18 รัฐมนตรี ที่โดยฝ่ายค้านยื่นซักฟอกเสียอีก
อ่านข่าว :
กรมชลฯ เร่งสูบ-ระบายน้ำปากคลองรังสิต ใช้น้ำดีไล่น้ำเสีย
"สุริยะ" เผยชง ครม.ช่วยชาวนาไร่ละ 1,000 บาท วงเงิน 1,150 ล้านบาท
ก.เกษตรฯ ชง โครงการบริหารจัดการน้ำระยะยาว "ชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย" เข้า ครม.
