"ณัฐพงษ์" ชง "อนุทิน" ใช้อำนาจนายกฯ เร่งเยียวยาน้ำท่วม ห่วงวิกฤตซ้ำ 5 ต.ค.

การเมือง
15:24
จำนวนผู้ชม 223
Thai PBS
"ณัฐพงษ์" ชง "อนุทิน" ใช้อำนาจนายกฯ เร่งเยียวยาน้ำท่วม ห่วงวิกฤตซ้ำ 5 ต.ค.
ผู้ช่วย AI

วันนี้ (30 ก.ย.2569) การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม มีวาระพิจารณาญัตติด่วนเกี่ยวกับสถานการณ์อุทกภัย โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอปัญหา และแนวทางรับมือทั้งในระยะเร่งด่วนและระยะยาว

นายปะดิธ สังขจาย สส.พระนครศรีอยุธยา พรรคภูมิใจไทย อภิปรายเสนอให้รัฐบาลปรับแนวทางจัดการน้ำท่วม จากการรอรับสถานการณ์ไปสู่การเตรียมพร้อมเชิงรุก โดยเห็นว่าหากหน่วยงานมีข้อมูลล่วงหน้าว่า พื้นที่ใดมีความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วม ก็ควรนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้เตรียมความพร้อมก่อนเกิดเหตุ ไม่ควรรอจนต้องประกาศเป็นเขตภัยพิบัติจึงเริ่มกระบวนการช่วยเหลือ

นายระดิธ ยังชี้ว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นกลไกสำคัญในการเข้าถึงประชาชน เพราะอยู่ใกล้พื้นที่และสามารถประเมินปัญหาเฉพาะของแต่ละชุมชนได้ จึงควรได้รับการสนับสนุนให้มีแผนรับมือที่ชัดเจนตั้งแต่ก่อนเข้าสู่ฤดูน้ำ

เสนอ 2 แผนรับมือน้ำท่วมรายชุมชน

แนวทางที่นายปะดิธเสนอประกอบด้วย 2 แผนหลัก ได้แก่

  1. พื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก ต้องเตรียมความพร้อมล่วงหน้า โดยวางแผนช่วยเหลือให้เหมาะกับแต่ละชุมชน ไม่ใช้มาตรการเดียวกันทั้งหมด เนื่องจากสภาพพื้นที่และปัญหาที่เกิดขึ้นแตกต่างกัน
  2. นำข้อมูลเตือนภัยไปสู่การปฏิบัติจริงในพื้นที่ โดยนำข้อมูลพยากรณ์อากาศ และประกาศเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยา มาประกอบกับข้อมูลระดับน้ำ รวมถึงศักยภาพการระบายน้ำที่มีอยู่จริง เพื่อประเมินว่าพื้นที่ใดต้องเตรียมเครื่องสูบน้ำ ร่องน้ำ หรือระบบระบายน้ำอย่างไร ก่อนที่ปริมาณน้ำจะเพิ่มสูงจนกลายเป็นวิกฤต

"ณัฐพงษ์" เรียกร้องนายกฯ เข้าสภาฯ แจงด้วยตัวเอง

ด้านนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน อภิปรายในญัตติว่า ต้องการให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎรด้วยตนเอง เพื่อรับฟังปัญหาจาก สส. ในพื้นที่และชี้แจงต่อสภาโดยตรง

นายณัฐพงษ์เห็นว่า สถานการณ์น้ำท่วมในขณะนี้ยังไม่สิ้นสุด จึงไม่ควรเร่งสรุปหรือถอดบทเรียนก่อนที่วิกฤตจะผ่านพ้นไป โดยประเมินถึงฉากทัศน์ที่เลวร้ายที่สุดว่า ตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์หน้า หรือวันที่ 5 ต.ค.เป็นต้นไป ยังมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดฝนตกหนักอีก จึงควรให้ความสำคัญกับการรับมือสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นต่อเนื่อง

การที่นายกรัฐมนตรีเข้ามารับฟังปัญหาจาก สส. โดยตรง จะช่วยให้รัฐบาลได้รับข้อมูลจากพื้นที่จริง และสามารถนำไปปรับปรุงการบริหารจัดการได้ตรงจุด มากกว่าการรอให้สถานการณ์จบแล้วจึงค่อยศึกษาหรือถอดบทเรียน

ชี้ 5 ขั้นตอนรัฐบาลต้องเร่งทำ

นายณัฐพงษ์ เสนอว่า การบริหารจัดการอุทกภัยควรครอบคลุม โดยรัฐบาลในฐานะฝ่ายบริหาร มีอำนาจในการกำหนดทิศทางและประสานกลไกต่าง ๆ ให้ทำงานไปในทิศทางเดียวกัน ตั้งแต่

  1. การแจ้งเตือน
  2. การเผชิญเหตุ
  3. การเยียวยา
  4. การฟื้นฟู
  5. การวางแผนในอนาคต

นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ปัญหาที่พบในสถานการณ์ปัจจุบันไม่ได้อยู่เฉพาะเรื่องน้ำ แต่รวมถึงโครงสร้างการตัดสินใจและการบริหารจัดการภัยพิบัติ โดยในต่างจังหวัดมีข้อเสนอว่าควรมีกลไกที่สามารถรวมศูนย์การบัญชาการ และตัดสินใจเกี่ยวกับทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่กรุงเทพมหานครมีโจทย์อีกด้าน คือการกระจายศูนย์ปฏิบัติการให้สามารถรับมือในพื้นที่ได้อย่างทั่วถึง

จี้เคลียร์ปัญหาเยียวยา ให้ท้องถิ่นจ่ายได้เร็วขึ้น

นายณัฐพงษ์ ยังหยิบยกเรื่องการเยียวยาผู้ประสบภัย ซึ่งมีคำถามจากประชาชนเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ และขั้นตอนการขอรับความช่วยเหลือ เช่น จำเป็นต้องลงบันทึกประจำวันหรือไม่

นายณัฐพงษ์ เสนอให้นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจฝ่ายบริหารสนับสนุน และสร้างความชัดเจนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ สามารถดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัยได้รวดเร็ว โดยเฉพาะท้องถิ่นที่มีงบประมาณพร้อมอยู่แล้ว แต่มีข้อกังวลเกี่ยวกับขั้นตอนและการตรวจสอบ ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง.

ในประเด็นการฟื้นฟู นายณัฐพงษ์เห็นว่า การบริหารหลังน้ำลดมีความสำคัญต่อความเชื่อมั่นของประชาชน รวมถึงผู้ประกอบการและนักลงทุน เพราะภาคธุรกิจจำเป็นต้องเห็นว่ารัฐบาลมีแผนรองรับความเสี่ยงในอนาคตอย่างเป็นรูปธรรม

จึงเสนอให้รัฐบาลมีแผนบริหารจัดการน้ำในภาพรวมที่ชัดเจน รวมถึงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในจุดที่จำเป็น โดยต้องพิจารณาตามลักษณะและความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่ ไม่ใช่จำกัดการแก้ปัญหาอยู่เฉพาะการช่วยเหลือเมื่อเกิดน้ำท่วมแล้ว

ยกบทเรียนหลายพื้นที่ ชี้ต้องแก้ตั้งแต่ต้นทาง

นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวถึงประสบการณ์จากเหตุอุทกภัยในหลายพื้นที่ ทั้งภาคใต้ ภาคเหนือ และพื้นที่ที่กำลังได้รับผลกระทบในปัจจุบัน โดยยกกรณีการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่มาประกอบการอภิปราย พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการบริหารจัดการ และการฟื้นฟูเมืองที่ควรมีระบบรองรับชัดเจนมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงความเสี่ยงในพื้นที่ภาคตะวันตกและพื้นที่อื่นที่อาจได้รับผลกระทบ พร้อมย้ำว่าเหตุการณ์อุทกภัยครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ที่รัฐบาลภายใต้การบริหารของนายอนุทินต้องเผชิญ เพราะก่อนหน้านี้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมในหลายภูมิภาคมาแล้ว

นายณัฐพงษ์ เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีแสดงความรับผิดชอบต่อสถานการณ์ ด้วยการเข้ามาชี้แจงต่อสภา และขอให้สมาชิกลงมติเห็นชอบกับญัตติ เพื่อให้นายกรัฐมนตรีเข้ามาตอบคำถามและชี้แจงแนวทางรับมือสถานการณ์น้ำท่วมต่อสภาในครั้งถัดไป

อ่านข่าว :

เปิดแผน 2 ปี ผบ.ทร.คนใหม่ เดินหน้าต่อเรือดำน้ำ-ฟริเกต เร่งฟื้นกำลังรบ

"เขื่อนวชิราลงกรณ" มีปริมาณน้ำ 90% ระบายออก 42 ล้าน ลบ.ม./วัน

ผู้ประกอบการเรือแสนแสบ ระดมเรือ 26 ลำ เร่งผลักดันน้ำ