วันนี้ (1 ต.ค.2569) น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แสดงความเห็นคัดค้านร่างแก้ไข พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ พ.ร.บ.ไทยพีบีเอส ซึ่งเสนอโดย นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย
สาระสำคัญของร่างคือการยกเลิกเงินบำรุงองค์การที่ไทยพีบีเอส ได้รับจากการจัดเก็บภาษีตามกฎหมายว่าด้วยสุราและยาสูบ และเปลี่ยนให้ไทยพีบีเอสรับเงินจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีแทน โดยร่างดังกล่าวอยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 77 ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย. - 14 ต.ค.2569
ปัจจุบันไทยพีบีเอสมีรายได้จากภาษีสรรพสามิต ที่จัดเก็บจากสุราและยาสูบ สูงสุดไม่เกินปีละ 2,000 ล้านบาท และมีสถานะเป็นองค์กรของรัฐ ที่มิใช่ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ โดยไทยพีบีเอสระบุว่า ดำเนินงานในฐานะสื่อเพื่อประโยชน์สาธารณะ และมีความเป็นอิสระในการดำเนินงาน
ภคมนห่วงที่มาของเงินกระทบอิสระสื่อ
น.ส.ภคมน ระบุว่า การเปลี่ยนแหล่งรายได้จากเงินบำรุง ที่จัดเก็บตามกฎหมายสุราและยาสูบมาเป็นงบประมาณแผ่นดิน อาจกระทบต่อหลักความเป็นอิสระของไทยพีบีเอส โดยเห็นว่าหากไทยพีบีเอสต้องพึ่งพางบประมาณรายจ่ายประจำปี ก็อาจทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการถูกควบคุมหรือแทรกแซงจากฝ่ายบริหาร
น.ส.ภคมน กล่าวว่า ในสถานการณ์ที่มีทั้งปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน คำถามต่อการบริหารราชการ การรับมือภัยพิบัติ และประเด็นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ สังคมจำเป็นต้องมีสื่อที่สามารถทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐได้ โดยไม่อยู่ภายใต้อำนาจของฝ่ายบริหาร จึงมองว่าไทยพีบีเอสควรรักษาบทบาทของสื่อสาธารณะที่มีความเป็นอิสระ และคัดค้านแนวทางที่เห็นว่า อาจเปิดช่องให้รัฐบาลเข้ามามีอิทธิพลต่อการทำงานขององค์กร
สำหรับฝ่ายที่เสนอร่าง นายศุภชัย ใจสมุทร ให้เหตุผลเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างแหล่งรายได้ของไทยพีบีเอส โดยชี้ถึงหลักวินัยการเงินการคลังของรัฐ และเสนอให้ยกเลิกบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บเงินบำรุงจากภาษีสุราและยาสูบ ก่อนเปลี่ยนมาใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี
ดังนั้น ประเด็นที่อยู่ระหว่างการพิจารณา ไม่ได้มีเพียงเรื่องแหล่งเงินของไทยพีบีเอส แต่รวมถึงข้อถกเถียงว่ารูปแบบการจัดสรรงบประมาณแบบใดจะสามารถรักษาทั้งวินัยการเงินการคลังและความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะได้
เปิดรับฟังความเห็นถึง 14 ต.ค.
ขณะนี้ร่างกฎหมายยังอยู่ในขั้นตอนรับฟังความคิดเห็น ไม่ได้มีผลเปลี่ยนแปลงแหล่งรายได้ของไทยพีบีเอสในทันที โดยสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายระหว่างวันที่ 30 ก.ย.–14 ต.ค.2569
น.ส.ภคมน กล่าวอีกว่า จึงเชิญชวนประชาชนที่ต้องการแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นดังกล่าว เข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของรัฐสภา โดยการมีส่วนร่วมของประชาชนจะเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงจุดยืนต่ออนาคตของสื่อสาธารณะ และหลักประกันความเป็นอิสระของไทยพีบีเอส
อ่านข่าว :
อว.-สจล. เปิดตัว "แพกู้ภัย" จากทุ่นโซลาร์ จุของได้ 3 ตัน ลากเรือเล็กเข้าพื้นที่น้ำตื้น
