วันนี้ (23 ก.ย.2569) นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง ประกอบกับ กรมอุตุนิยมวิทยามีประกาศ เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 23 - 27 ก.ย.2569) ฉบับที่ 2 (218/2569) ประกาศ ณ วันที่ 22 ก.ย.2569 เวลา 05.00 น. ระบุว่า ในช่วงวันที่ 23 - 27 ก.ย.2569 ประเทศไทยจะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง โดยเริ่มมีผลกระทบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกก่อน ส่วนภาคอื่น ๆ จะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป
ทั้งนี้เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำ กำลังแรงบริเวณชายฝั่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามตอนกลาง จะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
นอกจากนี้ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ได้มีประกาศฉบับที่ 5/2569 เรื่อง เฝ้าระวังน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำล้นตลิ่ง ประกาศ ณ วันที่ 21 ก.ย.2569 แจ้งว่า ในช่วงวันที่ 22-26 ก.ย.2569 มีพื้นที่เสียงที่ต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมืองที่เกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ เนื่องจากระบายน้ำไม่ทัน โดยมีพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์ ในช่วงวันที่ 23-27 ก.ย.2569 แยกเป็น
พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขัง ได้แก่
-ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ทุกจังหวัด
-ภาคใต้ จำนวน 7 จังหวัด ได้แก่ จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี สงขลา ระนอง พังงา ภูเก็ต และ นราธิวาส
พื้นที่เฝ้าระวังคลื่นลมแรง
- ภาคกลาง จำนวน 6 จังหวัด ได้แก่ จ.ชลบุรี (อ.เมืองชลบุรี ศรีราชา เกาะสีชัง บางละมุง และ อ.สัตหีบ) จ.ระยอง (อ.เมืองระยอง บ้านฉาง และ อ.แกลง) จ.จันทบุรี (อ.นายายอาม ท่าใหม่ แหลมสิงห์ และ อ.ขลุง) จ.ตราด (อ.เมืองตราด แหลมงอบ คลองใหญ่ เกาะช้าง และ อ.เกาะกูด) จ.เพชรบุรี (อ.เมืองเพชรบุรี บ้านแหลม ท่ายาง และ อ.ชะอำ) และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ (ทุกอำเภอ)
- ภาคใต้ จำนวน 3 จังหวัด ได้แก่ จ.ชุมพร (อ.เมืองชุมพร ปะทิว สวี ทุ่งตะโก หลังสวน และ อ.ละแม) จ.สุราษฎร์ธานี (อ.เมืองสุราษฎร์ธานี ไชยา ท่าชนะ ท่าฉาง พุนพิน ดอนสัก กาญจนดิษฐ์ เกาะสมุย และ อ.เกาะพะงัน) และ จ.นครศรีธรรมราช (อ.เมืองนครศรีธรรมราช ขนอม สิชล ท่าศาลา ปากพนัง และ อ.หัวไทร)
พื้นที่เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน ระดับน้ำล้นตลิ่ง และท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ บริเวณแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขา ได้แก่ แม่น้ำเมย น้ำยวม และลำน้ำแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน แม่น้ำวังทอง จ.พิษณุโลก แม่น้ำภาชี จ.ราชบุรี แม่น้ำนครยานก จ.นครนายก แม่น้ำปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี คลองพระสะทึง และคลองพระปรง จ.สระแก้ว แม่น้ำจันทบุรี จ.จันทบุรี คลองกะเปอร์ จ.ระนอง แม่น้ำสายบุรีและแม่น้ำโก-ลก จ.นราธิวาส
พื้นที่เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมบริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยา คาดการณ์จะมีน้ำหลากจากตอนบนของลุ่มน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในเกณฑ์ 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันอีกประมาณ 0.75 -1.25 เมตร ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่เสี่ยง บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำบริเวณ จ.ชัยนาท (อ.สรรพยา) จ.สิงห์บุรี (อ.อินทร์บุรี) จ.อ่างทอง (อ.เมืองอ่างทอง และ อ.วิเศษชัยชาญ) จ.พระนครศรีอยุธยา (อ.เสนา ผักไห่ บางบาลพระนครศรีอยุธยา บางปะอิน และ อ.บางไทร) และ จ.ปทุมธานี (อ.เมืองปทุมธานี และ อ.สามโคก)
กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงประสานแจ้ง 70 จังหวัดทั่วประเทศ และกรุงเทพมหานคร รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตทั่วประเทศ ให้เตรียมพร้อมรับมือกับปริมาณฝนที่ตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดอุทกภัยได้ โดยกำชับให้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน และสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
พร้อมกำชับให้จัดทีมปฏิบัติการ พร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำพื้นที่เสี่ยง เพื่อเข้าเผชิญเหตุและให้การช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมบ่อยครั้งและพื้นที่ที่ยังมีสถานการณ์อุทกภัย ให้เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อลดผลกระทบจากเหตุอุทกภัยให้ได้มากที่สุด
สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ โดยเฉพาะถ้ำน้ำตก ถ้ำลอด หากมีความเสี่ยงเกิดสถานการณ์ภัยให้ประกาศแจ้งเตือนและปิดกั้นพื้นที่ ไม่ให้บุคคลใดเข้าพื้นที่ ในกรณีที่มีคลื่นลมแรงให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ออกประกาศหรือติดตั้งสัญญาณแจ้งเตือนบริเวณชายฝั่งทะเล ห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำในช่วงคลื่นลมแรงโดยเด็ดขาด
และให้แจ้งชาวเรือ ผู้บังคับเรือ และผู้ประกอบการเดินเรือโดยสารเพิ่มความระมัดระวัง ในการเดินเรือหากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรง ให้พิจารณาห้ามเดินเรือเด็ดขาด พร้อมกันนี้ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราว อาหาร น้ำดื่ม และสิ่งจำเป็นให้พร้อมรับรองผู้อพยพเมื่อเกิดเหตุอุทกภัย
อ่านข่าว :
กรมชลฯ แจ้งเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา คาดสถานีนครสวรรค์ แตะ 1,800 ลบ.ม./วินาที
กรมอุตุฯ ออกประกาศ ฉ.4 เช็กจังหวัดรับมือฝนตกหนักมาก 23-27 ก.ย.นี้
