"คลัง" เล็งลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน B20-E20 ชงต่อไทยช่วยไทยพลัส

เศรษฐกิจ
19:00
จำนวนผู้ชม 2,359
Thai PBS
"คลัง" เล็งลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน B20-E20 ชงต่อไทยช่วยไทยพลัส

วันนี้ (21 ก.ย.2569) กระทรวงการคลังเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่ออายุมาตรการไทยช่วยไทยพลัส ระยะที่ 2 ในวันที่ 22 ก.ย.นี้ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์โครงการ หลังมีแนวคิดปรับลดขนาดวงเงิน จากเดือนละ 1,000 บาท 4 เดือน เหลือเดือนละ 500 บาท เป็นเวลา 2 เดือน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ยืนยันว่า มาตรการไทยช่วยไทยพลัส ช่วยลดค่าครองชีพประชาชนและดูแลผู้ประกอบการรายย่อย ส่วนการดูแลราคาน้ำมันในประเทศ รัฐบาลได้ใช้เครื่องมือต่างๆ ตามความเหมาะสมของสถานการณ์ ทั้งการใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและลดค่าการกลั่น จนบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือแสดงความชื่นชมการจัดการราคาน้ำมันของไทย

แต่สถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่เพิ่มสูงขึ้นทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐ และเครื่องมืออื่นๆ เริ่มจำกัด กระทรวงการคลังจึงอยู่ระหว่างพิจารณาลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล B20 และ E20

รมว.คลัง ยังชี้แจงสาเหตุที่ไม่ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันในช่วงเริ่มวิกฤตตะวันออกกลาง ว่า ขณะนั้นพื้นที่ทางการคลังเหลือประมาณ 10,000 ล้านบาท หากตัดสินใจลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันตามแรงกดดัน จะกระทบฐานะทางการคลังและอาจถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ อย่างไรก็ตามการตัดสินใจลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันรอบนี้ จึงขอเวลาพิจารณาผลการจัดเก็บรายได้รัฐและฐานะทางการคลังในเดือน ก.ย.นี้ ซึ่งเป็นช่วงสิ้นสุดปีงบประมาณ

ขณะที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัส นับเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ล้มเหลวทุกมิติ เพราะค่าครองชีพและราคาน้ำมันยังปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง แต่ที่รัฐบาลยังเดินหน้าต่ออายุมาตรการ เพื่อกระตุ้นความนิยมทางการเมือง

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังรายงานยอดเงินที่รัฐร่วมจ่าย ในโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 มากกว่า 94,000 ล้านบาท จากกรอบวงเงินกู้โครงการ 160,000 ล้านบาท สร้างเม็ดเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 163,000 ล้านบาท

ส่วนความคืบหน้าโครงการใช้เงินกู้เพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน นายกุลิศ สมบัติศิริ อดีตปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการฯ ระบุว่า คณะกรรมการฯ ตีกลับโครงการแจกเงินอุดหนุนค่าติดตั้งโซลาร์เซลล์ครัวเรือน เพื่อให้กระทรวงมหาดไทยยกเลิกแผนดูงานต่างประเทศที่แนบมากับโครงการ รวมทั้งปรับปรุงโครงการให้เชื่อมโยงกับเอสเอ็มอีและแรงงานในประเทศ ตลอดจนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

แต่จนถึงขณะนี้ กระทรวงมหาดไทยยังไม่ได้ส่งแผนงานกลับเข้าพิจารณา คาดว่าจะเรียกประชุมอีกครั้งในสัปดาห์นี้ เพื่อติดตามปัญหาที่เกิดขึ้น

อ่านข่าว :

“เอกนิติ-กกร.ดัน 7 ธุรกิจ ขับเคลื่อน Reinvent Thailand ตั้งเป้า GDP โต 3%

“ศุภจี” เร่งปิด ART สหรัฐฯ ก่อนผลสอบมาตรา 301 หวังคงกรอบภาษีเดิม

สนค.ใช้ AI จับสัญญาณผลผลิต ชี้เป้าราคา-พื้นที่เสี่ยงลดความเสียหาย