วันนี้ (7 ส.ค.2569) สถานการณ์อาวุธปืนทั่วโลกในปี 2569 ตกอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายที่น่าสนใจ และเต็มไปด้วยข้อถกเถียงอย่างรุนแรง ท่ามกลางกระแสการยกระดับกฎหมาย เพื่อควบคุมการเข้าถึงอาวุธของพลเรือน ที่เข้มข้นขึ้นในหลายภูมิภาค
ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญมาจากเหตุโศกนาฏกรรม เหตุกราดยิงในพื้นที่สาธารณะและสถานศึกษาที่เกิดขึ้นซ้ำซ้อน ส่งผลให้ภาพรวมของโลกในปัจจุบันถูกแบ่งออกเป็น กลุ่มประเทศที่มีแนวนโยบายปฏิบัติต่ออาวุธปืนอย่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยสามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มประเทศที่ห้ามโดยเด็ดขาด กลุ่มที่ควบคุมเข้มงวดขั้นสูงสุด และกลุ่มที่อนุญาตให้ครอบครองได้ภายใต้เงื่อนไขหรือการรับรองตามรัฐธรรมนูญ
กลุ่มประเทศที่อาวุธปืนเป็นสิ่งผิดกฎหมาย-จำกัดขั้นสูงสุด
ข้อมูลจาก World Population Review หัวข้อ ประเทศที่การครอบครองปืนเป็นสิ่งผิดกฎหมายในปี 2569 พบว่ามี 18 ประเทศทั่วโลกที่กำหนดให้อาวุธปืนเป็นสิ่ง "ผิดกฎหมาย" (Illegal) สำหรับพลเรือนทั่วไปอย่างสิ้นเชิง ประเทศในกลุ่มนี้มักเป็นประเทศที่มีระบบการปกครองที่เข้มงวดหรือเป็นรัฐขนาดเล็ก ได้แก่ เมียนมา เกาหลีเหนือ มาลี โซมาเลีย กัมพูชา เอริเทรีย กินีบิสเซา ติมอร์-เลสเต ฟิจิ โคมอรอส หมู่เกาะโซโลมอน มัลดีฟส์ บรูไน เซเชลส์ หมู่เกาะมาร์แชลล์ ปาเลา นาอูรู นครวาติกัน
ที่น่าสนใจคือใน เมียนมา กฎหมายระบุว่าปืนเป็นสิ่งผิดกฎหมายเกือบทุกกรณี ยกเว้นเพียงในรัฐชินที่อาจได้รับอนุญาตเพื่อการล่าสัตว์เท่านั้น ขณะที่ใน เอริเทรีย และ โซมาเลีย รัฐบาลได้ประกาศสั่งห้ามนำเข้าและครอบครองปืนโดยสิ้นเชิง แม้ว่าในทางปฏิบัติกฎหมายเหล่านี้ มักจะถูกเพิกเฉยโดยกลุ่มนอกกฎหมายก็ตาม
นอกจากนี้ ยังมีอีก 23 พื้นที่ที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม "ควบคุมเข้มงวดอย่างยิ่ง" (Very Restricted) ซึ่งหมายความว่าการครอบครองปืนในทางปฏิบัติเป็นเรื่องที่แทบจะทำไม่ได้ ได้แก่ จีน อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เวียดนาม อิหร่าน ซูดาน ยูกันดา ไนเจอร์ เวเนซุเอลา บูร์กินาฟาโซ เซเนกัล เบนิน เฮติ ปาปัวนิวกินี ลาว ฮ่องกง สาธารณรัฐแอฟริกากลาง นอร์เวีย แกมเบีย บอตสวานา จิบูตี คิริบาติ หมู่เกาะคุก
ตัวอย่างที่โดดเด่นที่สุดคือ ญี่ปุ่น ผู้ที่จะขออนุญาตมีปืนต้องเป็นไปเพื่อการกีฬาหรือการล่าสัตว์เท่านั้น และต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบที่ซับซ้อนและกินเวลายาวนาน ตั้งแต่การทดสอบทักษะการใช้งาน การประเมินสุขภาพจิต โดยละเอียดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ไปจนถึงการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ จะลงพื้นที่สัมภาษณ์เพื่อนบ้านและสมาชิกในครอบครัว เพื่อประเมินพฤติกรรมทางสังคม และต้องมีการต่ออายุใบอนุญาตพร้อมตรวจสอบใหม่ทุก ๆ 3 ปี
เช่นเดียวกับ จีน ที่อนุญาตเฉพาะหน่วยงานที่ไม่ใช่บุคคลธรรมดา และชมรมกีฬาบางแห่งเท่านั้น ที่สามารถครองอาวุธได้ ส่วนในภูมิภาคแอฟริกา เช่น เซเนกัล อัตราการครอบครองปืนต่ำมาก โดยในปี 2560 มีการออกใบอนุญาตเพียง 7,000 ใบ หรือคิดเป็น 0.04 ต่อประชากร 100 คนเท่านั้น
กลุ่มประเทศที่อนุญาตภายใต้สิทธิและเงื่อนไข
ในทางตรงกันข้าม ข้อมูลจาก World Population Review หัวข้อ การครอบครองปืนแยกตามประเทศ ปี 2569 พบว่ามีประเทศมากกว่า 175 ประเทศที่ยังคงอนุญาตให้พลเรือนครอบครองอาวุธปืนได้ตามกฎหมาย โดยมีการกำหนดระเบียบที่แตกต่างกันไปตามระดับความเสี่ยงของแต่ละสังคม
อย่างไรก็ตาม มีเพียง 3 ประเทศในโลกเท่านั้นที่ระบุให้การมีปืนเป็น "สิทธิตามรัฐธรรมนูญ" ได้แก่ สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และ กัวเตมาลา
ใน สหรัฐอเมริกา ยังคงเป็นจุดศูนย์กลางของข้อถกเถียงเรื่องปืนในระดับสากล สหรัฐฯ มีอัตราการครอบครองปืนสูงที่สุดในโลกอยู่ที่ 120.5 กระบอกต่อประชากร 100 คน หมายความว่าจำนวนอาวุธปืนในประเทศ มีมากกว่าจำนวนประชากรทั้งหมด ข้อมูลระบุว่าสหรัฐฯ มีประชากรไม่ถึงร้อยละ 5 ของโลก แต่กลับเป็นที่ครอบครองของอาวุธปืนพลเรือน สูงถึงร้อยละ 40 ของทั้งโลก
แม้จะเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญภายใต้บทบัญญัติแก้ไขครั้งที่ 2 (Second Amendment) แต่รัฐบาลในหลายยุคสมัย ก็พยายามออกกฎหมายลูก เพื่อจำกัดประเภทอาวุธ เช่น การสั่งห้ามอาวุธปืนกึ่งอัตโนมัติ (Assault Weapons) หรือแม็กกาซีนที่มีความจุสูงในช่วงปี 2537-2547 เพื่อพยายามลดสถิติความรุนแรง
10 อันดับประเทศที่ครอบครองปืนมากที่สุดในโลก
- สหรัฐอเมริกา อัตราการครอบครองปืน 120.5 กระบอก/ประชากร 100 คน
- หมู่เกาะฟอล์คแลนด์ อัตราการครอบครองปืน 62.1 กระบอก/ประชากร 100 คน
- เยเมน อัตราการครอบครองปืน 52.8 กระบอก/ประชากร100 คน
- นิวแคลิโดเนีย อัตราการครอบครองปืน 42.5 กระบอก/ประชากร 100 คน
- เซอร์เบีย อัตราการครอบครองปืน 39.1 กระบอก/ประชากร100 คน
- มอนเตเนโกร อัตราการครอบครองปืน 39.1 กระบอก/ประชากร 100 คน
- แคนาดา อัตราการครอบครองปืน 34.7 กระบอก/ประชากร 100 คน
- อุรุกวัย อัตราการครอบครองปืน 34.7 กระบอก/ประชากร 100 คน
- ไซปรัส อัตราการครอบครองปืน 34.0 กระบอก/ประชากร 100 คน
- ฟินแลนด์ อัตราการครอบครองปืน 32.4 กระบอก/ประชากร 100 คน
ขณะที่ ประเทศไทย อยู่ในลำดับที่ 48 และมีอัตราการครอบครองปืน 15.1 กระบอก/ประชากร 100 คน โดยมีจำนวนปืนที่พลเรือนครอบครองรวมประมาณ 10.3 ล้านกระบอก ซึ่งรวมทั้งที่จดทะเบียนถูกต้องและปืนนอกระบบ ขณะที่อาวุธปืนของส่วนราชการ และกองทัพมีอยู่ประมาณ 1,100,000 กระบอก
กฎหมายไทยกำหนดให้การมีปืนเป็นเรื่องที่ต้องได้รับอนุญาต จากพนักงานเจ้าหน้าที่ภายใต้เงื่อนไขที่เข้มงวด โดยผู้ขอต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ เช่น มีความประพฤติดีและมีความจำเป็นในการป้องกันชีวิตและทรัพย์สิน
เมื่อเปรียบเทียบกับเพื่อนบ้านอย่าง อินโดนีเซีย และ ไต้หวัน ซึ่งมีอัตราการครอบครองปืนต่ำที่สุดในโลก เกือบ 0 กระบอก/ประชากร 100 คน ทั้งที่กฎหมายไม่ได้สั่งห้ามเด็ดขาด แต่เน้นไปที่กระบวนการตรวจสอบประวัติที่เข้มข้นสูงสุด โดยอาวุธปืนจะถูกบริหารจัดการ โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยตรง และผู้ขอต้องไม่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มหัวรุนแรงทุกรูปแบบ
ข้อมูลจาก เว็บไซต์ Small Arms Survey 2017
ปริศนาความล่าช้าของสถิติปืนโลก
ประเด็นสำคัญที่นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตคือ ความล่าช้าของข้อมูลสถิติอาวุธปืนโลก ซึ่งมักจะอัปเดตช้าและยังคงอ้างอิงจากฐานข้อมูลปี 2017 จากเว็บไซต์ Small Arms Survey เป็นหลัก
สาเหตุหลักเกิดจากความซับซ้อนมหาศาลในการรวบรวมข้อมูล โดยเฉพาะ "ปืนนอกระบบ" และอาวุธที่หมุนเวียนในตลาดมืด ซึ่งไม่สามารถนับจำนวนได้จากเอกสารทางราชการ
ข้อมูลจาก Small Arms Survey จึงต้องใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงลึกและการเก็บข้อมูลภาคสนามทั่วโลก รวมถึงต้องประสานงานกับหน่วยงานความมั่นคงหลายระดับ ซึ่งต้องใช้ทรัพยากรและเวลาในการตรวจสอบความถูกต้องอย่างมหาศาล เพื่อให้ได้ตัวเลขที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด ทำให้ข้อมูลที่คนทั่วไปได้รับ มักจะเป็นภาพรวมรายทศวรรษมากกว่าจะเป็นการอัปเดตแบบรายวันเหมือนดัชนีเศรษฐกิจอื่น ๆ
ในขณะที่ฝั่งผู้ไม่สนับสนุนการครอบครองปืน ยืนยันว่าการเข้าถึงอาวุธที่ง่ายคือต้นเหตุของความสูญเสีย ส่วนกลุ่มผู้คลั่งไคล้อาวุธปืน โต้แย้งว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ปืน แต่อยู่ที่การขาดแคลนพลเรือนที่ดีในการพกพาอาวุธ เพื่อยับยั้งอาชญากร ความแตกต่างทางความคิดที่รุนแรงนี้ ทำให้กฎหมายอาวุธปืนทั่วโลกในปี 2026 ยังคงเป็นเรื่องที่แปรผันตามบริบทวัฒนธรรมและการเมืองของแต่ละประเทศอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
อ่านข่าว :
รบ.เร่งเยียวยาเหตุยิงใน รร.เทพศิรินทร์นนทบุรี เสียชีวิต 1 ล้าน สาหัส 2 แสน
อาลัย "เต้ Dragon 5" หายตัวจากบ้านพัก ก่อนพบร่างที่สะพานพระราม 7
ตร.ตรวจบ้าน พบศพ "ปู่-ย่า" คาดเด็กชายก่อเหตุก่อนมายิงใน รร.เทพศิรินทร์นนทบุรี
