เก็บภาษีสุขภาพ คุมเข้ม "หวาน-เค็ม-เมา-ควัน" เพิ่มรายได้-ลดป่วย NCDs 

สังคม
16:38
จำนวนผู้ชม 61
Thai PBS
เก็บภาษีสุขภาพ คุมเข้ม "หวาน-เค็ม-เมา-ควัน" เพิ่มรายได้-ลดป่วย NCDs 

บนเวที Tax Price Matters มีการตั้งโจทย์ให้เรื่องการจัดเก็บภาษีของภาครัฐในสินค้าที่มีผลต่อสุขภาพ โดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ซึ่งคาดการณ์ว่า จะเป็นภาระต่อระบบสาธารณสุขไทยในระยะยาว แม้ที่ผ่านมาประเทศไทยจะมีการจัดเก็บภาษีเหล้าถึงปีละ 150,000 ล้านบาท และบุหรี่ได้ 47,489 ล้านบาท แต่จำนวนผู้บริโภคกลับไม่ได้ลดลงจริง ทว่ากลับหันไปพึ่งพาสินค้านอกระบบเพิ่มขึ้น

รศ.ดร.ศรัณย์ ศานติศาสน์ คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ให้ข้อมูลสถานการณ์การสูบบุหรี่ในไทยว่า นำมาซึ่งโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น หัวใจ, มะเร็ง, หลอดเลือดสมอง, เบาหวาน สร้างผลเสียต่อเศรษฐกิจมหาศาลในแต่ละปี

ข้อมูลด้านสุขภาพ ปี ค.ศ.2021 พบว่า 9.9 ล้านคน หรือคิดเป็น 17.4% ของประชากร 15 ปีขึ้นไป คือจำนวนผู้สูบบุหรี่ที่เสี่ยงต่อโรค NCDs ขณะเดียวกันภาษียาสูบที่เราเก็บได้ก็สร้างรายได้มหาศาลให้กับภาครัฐ เฉพาะในปี ค.ศ.2021 รายรับจากภาษีสรรพสามิตยาสูบ อยู่ที่ 64,200 ล้านบาท

เก็บภาษีสุขภาพ คุมเข้ม "หวาน-เค็ม-เมา-ควัน" เพิ่มรายได้-ลดป่วย NCDs

เก็บภาษีสุขภาพ คุมเข้ม "หวาน-เค็ม-เมา-ควัน" เพิ่มรายได้-ลดป่วย NCDs

จากการทำแบบจำลองนโยบาย (Policy Scenarios) พบว่า การขึ้นภาษีตามปริมาณเป็น 35 บาท/ซอง เป็นแนวทางแบบ Win-Win ที่ช่วยให้คนเลิกสูบบุหรี่เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า (238,224 คน) ลดการเสียชีวิตได้ 59,056 คน และเพิ่มรายได้จากภาษีบุหรี่แก่รัฐอีก 25.46%

รศ.ดร.ศรัณย์ กล่าวอีกว่า การขึ้นภาษีบุหรี่ส่งผลให้ผู้สูบเยาวชนลดลงถึง 24.44% และผู้สูบวัยผู้ใหญ่ลดลงเหลือราว 9.5 ล้านคน ช่วยรักษาชีวิตคนไทยจากโรคที่ป้องกันได้กว่า 59,056 คน แม้ปริมาณบุหรี่เถื่อนจะยังคงสูงและไม่ลดลงมากนัก แต่ภาครัฐควรใช้มาตรการปราบปรามเข้มงวดควบคู่กันไป แทนการระงับขึ้นภาษี

“แอลกอฮอล์” สาเหตุ ทำคนไทย 1 ใน 25 เสียชีวิต

ศ.ดร.พลเทพ วิจิตรคุณากร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยปัญหาสุรา กล่าวถึงความชุกของนักดื่มไทยว่า อยู่ในอัตราที่สูง 35.2% สถิติปี พ.ศ.2569 ที่จะออกมาตัวเลขอาจจะเท่าเดิมหรือลดลงนิดหน่อย และหากเทียบกับประเทศในกลุ่มอาเซียน ไทยอยู่อันดับ 3 รองจากเวียดนามและลาว

ข้อมูลปัจจุบัน 1 ใน 25 ของคนไทยที่เสียชีวิต มีสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ หมายความว่า ปีสุขภาวะที่สูญเสียไป 1 ใน 15 ปีสุขภาวะที่สูญเสียไปเชื่อมโยงกับแอลกอฮอล์

ศ.ดร.พลเทพ ระบุว่า ปัจจุบันไทยใช้เพียงนโยบายภาษีแต่ยังไม่มีนโยบายราคา ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน การเพิ่มภาษีอาจไม่ช่วยลดการบริโภค หากภาคเอกชนยอมแบกรับต้นทุนโดยไม่ขึ้นราคา ในขณะที่นโยบายราคาจะส่งผลถึงผู้ซื้อโดยตรง ดังนั้น มาตรการภาษีเพียงอย่างเดียวจึงอาจยังไม่ตอบโจทย์ทั้งหมด

ฉ่ำ !! ผู้มีรายได้ 3 หมื่นบาท พฤติกรรมติดหวาน

ด้าน รศ.ดร.สิรินทร์ยา พูลเกิด สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงราคาเครื่องดื่มหวานกับพฤติกรรมการบริโภคของคนไทย ว่า ราคาเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในการเลือกซื้ออาหาร ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงเรื่องราคา จะส่งผลต่อพฤติกรรมการซื้อและการบริโภค

ศ.ดร.สิรินทร์ยา ระบุว่า กลุ่มผู้มีรายได้ 30,000 บาทขึ้นไปมีอัตราการดื่มสูงสุดเนื่องจากมีกำลังซื้อ การควบคุมเครื่องดื่มหวานจึงต้องพิจารณาปัจจัยด้านรายได้ควบคู่ไปด้วย

ในปี 2568 พบว่า น้ำอัดลม ชาเขียว และเครื่องดื่มธัญพืช เป็นเครื่องดื่มยอดนิยม 3 อันดับแรกของคนไทย แต่ภาพรวมรายจ่ายในการซื้อเครื่องดื่มหวานต่อสัปดาห์มีแนวโน้มลดลงอย่างเห็นได้ชัด

เก็บภาษีความเค็ม ส่งสัญญาณ สินค้าอันตราย

ผศ.ดร.ปภัศร ชัยวัฒน์ บัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวว่า ความเค็มเป็นสินค้าตัวเดียวที่ยังไม่มีการเก็บภาษี จึงต้องศึกษาว่า นโยบายของภาครัฐ เน้นรายได้ หรือการเก็บภาษีเป็นแค่การส่งสัญญาณ ให้เห็นว่า สินค้านี้อันตรายในมุมมองภาครัฐ

เก็บภาษีสุขภาพ คุมเข้ม "หวาน-เค็ม-เมา-ควัน" เพิ่มรายได้-ลดป่วย NCDs

เก็บภาษีสุขภาพ คุมเข้ม "หวาน-เค็ม-เมา-ควัน" เพิ่มรายได้-ลดป่วย NCDs

จากงานศึกษา ‘เจาะลึกความยืดหยุ่นอุปสงค์ต่อราคาในสินค้าที่มีโซเดียมสูง ขนมขบเคี้ยว, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และเครื่องปรุงรส’ พบว่า

1.บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หากเก็บภาษีจะสร้างภาระทางการเงินโดยตรงแก่ผู้มีรายได้น้อยที่มีความจำเป็นต้องบริโภค ข้อดีคือหากราคาขึ้น ผู้บริโภคมีแนวโน้มหันไปหาข้าวและแป้ง ซึ่งดีต่อสุขภาพ

2.ขนมขบเคี้ยว เป็นสินค้าที่ไม่จำเป็นต่อการดำรงชีพ เหมาะสมที่สุดสำหรับการเก็บภาษี

และ 3.เครื่องปรุงรส พบว่า การขึ้นภาษีไม่ช่วยลดปริมาณการใช้มากนัก แต่จะดึงเงินออกจากกระเป๋าผู้บริโภคทันที หากเก็บภาษีเครื่องปรุงรส

ดังนั้นจากข้อมูลดังกล่าว ขนมขบเคี้ยวจึงน่าสนใจในการจัดเก็บภาษีมากที่สุด โดยขนมคบเคี้ยวในประเทศ แบ่งเป็น 6 หมวด แต่หมวดที่เห็นชัดเจนพบว่า ‘ยิ่งถูก ยิ่งเค็ม’ แปลว่าขนมที่ราคา 5 บาท 10 บาท 15 บาท เรากินโซเดียมเต็มๆ และสินค้ากลุ่มนี้คนที่ซื้อคือ เด็ก

นอกจากนี้ ผศ.ดร.ปภัศร ได้เสนอนโยบาย "ภาษีโซเดียมอัตราก้าวหน้า" (Progressive Sodium Tax) โดยกำหนดเพ ดานปริมาณโซเดียมขั้นต่ำ (Threshold) เพื่อไม่ให้กระทบสินค้าทั่วไป ร่วมกับการเก็บภาษีอัตราก้าวหน้า (Progressive Rate) ที่เพิ่มขึ้นตามความเค็ม เพื่อกดดันให้ผู้ผลิตลดโซเดียม พร้อมมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยในการปรับสูตร โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าราคาต่ำ

ภาษียาสูบ รายได้ลดลง-กังวลพึ่งสินค้านอกระบบ

ด้านนายณัฐพล สุภาดุลย์ ผู้แทนจากกระทรวงการคลัง กล่าวถึงนโยบายด้านภาษีและราคาของไทยว่า ภาษีสรรพสามิตสุรา มีการจัดรายได้ที่มีเสถียรภาพ เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 150,000 ล้านบาทต่อปี ขณะที่ภาษีสรรพสามิตยาสูบ ผลการจัดเก็บภาษี รายได้มีแนวโน้มลดลงจาก 68,548 ล้านในปี พ.ศ.2561 เหลือเพียง 47,489 ล้านในปี พ.ศ.2568 รายได้หดลงอย่างต่อเนื่อง

นายณัฐพล ได้แสดงความกังวลต่อผลกระทบจากนโยบายภาษีบุหรี่ โดยชี้ว่า แม้มองในมิติสุขภาพจะดูดี แต่จำนวนผู้สูบกลับไม่ได้ลดลงจริง สะท้อนว่า ผู้บริโภคอาจหันไปพึ่งพาสินค้านอกระบบ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากังวลมากที่สุด

แนะออกแบบภาษี Health Taxes เพิ่มรายได้ภาครัฐ

ขณะที่ ดร.สุชีรา บรรลือสินธุ์ ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย กล่าวถึงภาษีเพื่อสุขภาพ (Health Taxes) เป็นหนึ่งในมาตรการที่มีประสิทธิภาพ มีวิจัย มีหลักฐานเชิงประจักษ์รองรับ การเพิ่มภาษีจะส่งผลเรื่องราคา ลดการเข้าถึง ลดการเจ็บป่วยด้วยโรค NCDs ในภาพใหญ่ระดับประเทศ ก็จะช่วยประหยัดค่ารักษาพยาบาล และยังเป็นอีกแรงกระตุ้นให้ผู้ผลิตสินค้าต้องปรับสูตร ลดปริมาณน้ำตาลหรือดีกรีของแอลกอฮอล์ลง นอกจากนี้ถ้ามีการออกแบบภาษีที่เหมาะสม ก็จะเพิ่มรายได้ภาครัฐไปด้วย ก็นับเป็นนโยบายที่ Win - Win -Win

เก็บภาษีสุขภาพ คุมเข้ม "หวาน-เค็ม-เมา-ควัน" เพิ่มรายได้-ลดป่วย NCDs

เก็บภาษีสุขภาพ คุมเข้ม "หวาน-เค็ม-เมา-ควัน" เพิ่มรายได้-ลดป่วย NCDs

พร้อมยกตัวอย่าง ประเทศฝรั่งเศส ใช้การเพิ่มอัตราภาษีเพิ่มราคาบุหรี่ ส่งผลให้อัตราการสูบบุหรี่ และอัตราการป่วยด้วยโรคมะเร็งปอดของเพศชายลดลง และสร้างรายได้ให้ประเทศเป็นกอบเป็นกำ, ฟิลิปปินส์ การเก็บภาษีเพื่อสุขภาพ ทำให้งบประมาณด้านสุขภาพเพิ่มขึ้นกว่า 6 เท่าในช่วงปี ค.ศ.2020 -2024 เช่นเดียวกับประเทศลิทัวเนีย การเพิ่มอัตราภาษีอย่างมีนัยสำคัญในปี ค.ศ.2017 ส่งผลให้อัตราการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อหัวประชากรลดลง

ด้าน ดร.โอลิเวีย นีเวรัส (Dr.Olivia Nieveras) ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขอาวุโส องค์การอนามัยโลก (WHO) ประจำประเทศไทย ระบุว่า ภาษีเพื่อสุขภาพ ถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อที่จะลดการบริโภคสินค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และลดการเข้าถึงสินค้าเหล่านั้น ซึ่งนอกจากส่งผลดีต่อสุขภาพประชาชน ยังสามารถสร้างรายได้ให้ภาครัฐและนำไปพัฒนาด้านอื่นๆ ได้

เก็บภาษีสุขภาพ คุมเข้ม "หวาน-เค็ม-เมา-ควัน" เพิ่มรายได้-ลดป่วย NCDs

เก็บภาษีสุขภาพ คุมเข้ม "หวาน-เค็ม-เมา-ควัน" เพิ่มรายได้-ลดป่วย NCDs

ที่มาของโครงการรณรงค์ระดับโลกที่ชื่อว่า ‘3 by 35’ ขององค์การอนามัยโลก เพื่อที่จะเรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ เพิ่มราคาขายปลีกสินค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ 3 ชนิด (บุหรี่, สุรา, เครื่องดื่มที่มีน้ำตาล) ให้ขึ้นไปอย่างน้อย 50% ภายในปี ค.ศ.2035 โดยใช้กลไกทางภาษี ซึ่งอาจเป็นการเพิ่มอัตราภาษี หรือว่าเป็นการปรับโครงสร้างการจัดเก็บ ตามบริบทของประเทศนั้น ๆ

ส่วนดร.เอดูอาร์โด บันซอน (Dr.Eduardo Banzon) ผู้อำนวยการทีมปฏิบัติการด้านสุขภาพ ธนาคารพัฒนาเอเชีย ประเทศฟิลิปปินส์ มองว่า ภาษีสุขภาพ จะช่วยประเทศในการรับมือกับความท้าทายด้านสาธารณสุขและการเงินการคลังไปพร้อมๆ กัน เช่นประเทศฟิลิปปินส์ มีการจัดสรรรายได้ที่เกิดจากการเก็บภาษีเพื่อสุขภาพไปใช้สนับสนุนโครงการด้านสุขภาพและโครงการระบบประกันสุขภาพแห่งชาติของฟิลิปปินส์ และยังช่วยสร้างผลกระทบต่อสุขภาพ

การสูบบุหรี่ในผู้ใหญ่ ลดลงจาก 29.7% ในปี ค.ศ.2009 เหลือ 23.8% ในปี ค.ศ.2015 และลดลงอย่างต่อเนื่องจนเหลือ 19.5% ภายในปี ค.ศ.2021 ขณะที่เครื่องดื่มที่มีน้ำตาล (SSB) พบว่า ยอดขายในร้านค้าแบบดั้งเดิม (sari-sari stores) ลดลง 8.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน

ดร.เอดูอาร์โด ทิ้งท้ายว่า ภาษีสุขภาพ จะเกิดประโยชน์สูงที่สุดถ้าได้รับการออกแบบในเชิงโครงสร้าง อัตราภาษี และการจัดเก็บที่เหมาะสม จึงเป็นทิศทางให้กับแต่ละประเทศไปพิจารณา ดำเนินการให้เหมาะสมกับประเทศนั้น ๆ

หมายเหตุ : ข้อมูลจากจัดการประชุมวิชาการสุขภาพแห่งชาติ ภายใต้แนวคิดหลัก "หวาน เค็ม เมา ควัน : กับดักสินค้าทำ ลายสุขภาพเรื้อรัง" (Commercial Determinants of Health: CDoH) ครั้งที่ 24 จัดโดยศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย เมื่อวันที่ 7 ส.ค.2569

อ่านข่าว

เปิดสถิติ "เด็ก-เยาวชน" ก่อเหตุคดีอาญา วัย "มัธยมศึกษา" น่ากังวล

ยูนิเซฟ ประเทศไทย ไว้อาลัยเหตุความรุนแรง รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี

จับตา “ทองคำ” ขาขึ้นทำนิวไฮรอบ 7 สัปดาห์ เปิดเป้า 5,250 ดอลลาร์ “ทองไทย”ลุ้นแตะ 82,200 บาท