วันนี้ (1 ก.ค.2569) นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ชี้แจงในการอภิปรายร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 กล่าวชื่นชมสภาผู้แทนราษฎรในการพิจารณาร่างกฎหมายตลอดระยะเวลา 3 วันที่ผ่านมา ซึ่งมีความคิดเห็นที่สร้างสรรค์และเป็นสีสัน โดยน้อมรับทุกความคิดเห็นมาประกอบการพิจารณา พร้อมจะชี้แจงการอภิปรายของสภา เกี่ยวกับงบประมาณของกระทรวงดีอีที่เพิ่มขึ้น 33.18%
ขณะที่โครงการ TH-AI passport คือ 1.ยืนยันมีการตรวจสอบอย่างละเอียดในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และได้รับรายงานว่าทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการของกฎหมายและถูกต้องตามกฎระเบียบทุกประการ 2.ได้เจรจากับคู่สัญญาและผลลัพธ์ออกมาในทางภาครัฐและประชาชนได้ประโยชน์เพิ่มขึ้น และ 3.มีการตรวจสอบทดลองใช้และเห็นว่าระบบมีคุณภาพสูงกว่า TOR อย่างมหาศาล
"ฉะนั้นเป็นการใช้เงินกองทุนคุ้มค่าอย่างแน่นอน สำหรับพี่น้องประชาชนที่ ตั้งหน้าตั้งตารอที่อยากจะเป็นหนึ่งใน 5 ล้านสิทธิ์ และต้องการใช้ AI 31 โมเดลฟรี 1 ปีขอให้อดใจรออีกนิดเดียวอีกไม่นาน" นายไชยชนก กล่าว
พร้อมชี้แจงถึงงบประมาณกระทรวงดีอีที่เพิ่มขึ้น 33.18% คือเพิ่มขึ้นในสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ซึ่งส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นในส่วนการจัดซื้อจัดจ้างคลาวด์ เหตุผลที่เพิ่มขึ้นเพราะมีนโยบายจัดซื้อจัดจ้างรูปแบบศูนย์รวมที่เดียว ข้อดีที่เห็นได้ชัดคือ สามารถซื้อในปริมาณที่มากในราคาที่ถูกลง แม้มูลค่างบประมาณเพิ่มขึ้น แต่สามารถซื้อในมูลค่าที่ถูกลง 30% และข้อดีคือลดบุคลากรและลดงบประมาณที่ต้องใช้ในการประชุมจัดซื้อจัดจ้าง 100 ล้านบาท
ขณะเดียวกันหากกระจายศูนย์ ต้องยอมรับว่าหน่วยงานภาครัฐยังมีหลายหน่วยงานที่ยังไม่มีความเข้าใจ หรือมีความชำนาญและประสบการณ์จัดซื้อจัดจ้างระบบคลาวด์ และอาจนำไปสู่ปัญหาในอนาคต และการจัดซื้อจัดจ้างรูปแบบที่ได้ดำเนินการทำให้เห็นแล้วว่ามีประโยชน์และประสิทธิภาพ แต่เหตุที่ไม่ได้ทำทั้งหมดและมีงบประมาณบางส่วนจัดซื้อจัดจ้างคลาวด์ ที่ไม่ได้อยู่ในระบบคลาวด์กลาง ภาครัฐ (GDCC) เพราะ 3 กลุ่มคือ 1.มีการจัดซื้อจัดจ้างมาก่อนแล้วและเป็นงบผูกพัน 2.กลุ่มที่มีความจำเป็นเฉพาะมีฟังก์ชันที่แตกต่าง และ 3.กลุ่มที่บางส่วนของข้อมูลมีความจำเป็นต้องปลอดภัยและเป็นระบบแยก เช่น ของกรมการปกครอง กระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ในอนาคตข้างหน้าตั้งใจที่จะทำให้ทุกอย่างรวมกันมากขึ้น
ส่วนการอภิปรายถึงความจริงใจความจริงจังของรัฐบาลชุดนี้การยกระดับพัฒนารัฐบาลและเศรษฐกิจดิจิทัล และเห็นด้วยว่าหากอยากจะขับเคลื่อนให้รวดเร็วควรจะต้องมีงบประมาณมากกว่านี้ แต่ในสถานการณ์วิกฤตที่รอบล้อมประเทศไทย ขณะนี้มีสิ่งจำเป็นอีกหลายส่วนจึงต้องกระจายงบประมาณเป็นส่วนอื่น ที่ต้องแก้ไขปัญหาอื่นเร่งด่วนมากกว่าพัฒนาระบบเทคโนโลยีและดิจิทัล
"ยืนยันกับประชาชนว่ารัฐบาลให้ความจริงจังพัฒนารากฐาน ในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล ไม่ให้มีแค่เรื่องที่ต้องใช้งบประมาณ เช่น ขับเคลื่อนกฎหมายการเชื่อมข้อมูลของหลายหน่วย การทำระบบใช้เทคโนโลยีและ AI ประมวลกฎหมาย และร่างกฎหมายที่ทดลองและใช้งานประสบความสำเร็จในมาตรฐาน OECD" นายไชยชนก กล่าว
นายไชยชนก ยืนยันไม่ต้องการให้ประชาชนเข้าใจผิดว่างบประมาณที่กระทรวงดีอีได้เพิ่มมาอันน้อยนิดนั้น รัฐบาลไม่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจและพัฒนาดิจิทัลของประเทศไทย ส่วนงบประมาณกับกรมอุตุนิยมวิทยา เพิ่มขึ้น 1,209 ล้านบาท มี 2 ส่วน 1. การแจ้งเตือนล่วงหน้าแผ่นดินไหว แม้จะซื้อเวลาไม่กี่นาที แต่สถานการณ์ที่ทุกวินาทีมีค่าและคือชีวิตของประชาชนก็เป็นเรื่องจำเป็น และ 2. ยกระดับพัฒนาคุณภาพความเร็วการพยากรณ์สภาวะอากาศและยกระดับเทคโนโลยี ติดตามพยากรณ์ไฟป่า
"อยากสื่อสารกับประชาชนไม่ให้เข้าใจผิดว่ารัฐบาลชุดนี้นำโดยท่านอนุทิน ชาญวีรกูล เราให้ความสำคัญทั้งเรื่องรัฐบาลดิจิทัล เรื่องพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล และภัยธรรมชาติอย่างแน่นอน ท้ายที่สุดในนาม รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม อยากสื่อสารเพื่อสมาชิกและประชาชนเพราะรู้สึกมีความหวังและมั่นใจจากการอภิปรายที่เห็น 3 วัน มีสมาชิกให้ความสนใจกับเทคโนโลยีดิจิทัล และงบประมาณเห็นว่าไม่ใช่กระทรวงดีอี แต่ทุกกระทรวงมีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาบุคลากรพัฒนาระบบ พัฒนาโครงสร้างและเทคโนโลยี จึงมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ใน 4 ปีนี้เชื่อว่าจะเห็นประเทศไทยมีความเปลี่ยนแปลงในด้านเศรษฐกิจและรัฐบาลดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรมแน่นอน" นายไชยชนก กล่าว
อ่านข่าว :
"สีหศักดิ์" แจงงบ กต. 8,200 ล้าน ถูกตัด 10% ชูนโยบายการทูต 2.0 ปกป้องผลประโยชน์ไทย
"ไชยชนก" แจงดีอี ได้งบเพิ่ม ไม่เกี่ยวกับ TH-AI Passport เฟส 2
"ภราดร" ยอมรับงบฯ ปี 70 ยังไม่ตอบโจทย์ประเทศ ชวนฝ่ายค้านปฏิรูปโครงสร้าง

