นายกฯ สั่งด่วนข้ามประเทศ เข้มสกัดกั้นยาเสพติด หวั่นกระทบภาพลักษณ์ไทย

การเมือง
18:27
จำนวนผู้ชม 228
Thai PBS
นายกฯ สั่งด่วนข้ามประเทศ เข้มสกัดกั้นยาเสพติด หวั่นกระทบภาพลักษณ์ไทย
นายกฯ สั่งการด่วนจากฝรั่งเศส ให้ ป.ป.ส. ทอท. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมด่วน ยกระดับมาตรการป้องกันการลักลอบขนยาเสพติดผ่านสนามบิน หลังคดีแอร์ขนเฮโรอีนเข้าออสเตรเลีย สั่งอุดช่องโหว่ด้านการข่าว การบริหารความเสี่ยง และเตรียมนำ K9 กลับมาตรวจสนามบินขาออก

วันนี้ (1 ก.ค.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย มีคำสั่งด่วนระหว่างปฏิบัติภารกิจราชการ ณ ประเทศฝรั่งเศส ให้สำนักนายกรัฐมนตรีประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) จัดประชุมเร่งด่วนในช่วงบ่ายวันศุกร์ที่ 3 ก.ค. เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติด ผ่านท่าอากาศยานของประเทศไทย

คดีขนยาเสพติดกระทบความเชื่อมั่น-ภาพลักษณ์ประเทศ

นายกฯ ระบุว่า การสั่งประชุมครั้งนี้ ไม่ได้เกิดจากกรณีลูกเรือสายการบินลักลอบขนเฮโรอีนเข้าออสเตรเลียเพียงคดีเดียว แต่ยังพบกรณีชาวต่างชาติใช้ประเทศไทย เป็นจุดเริ่มต้นในการลำเลียงสารเสพติดไปยังออสเตรเลียด้วย

รัฐบาลมองว่าปัญหาดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงที่รัฐบาลกำลังผลักดันให้ไทย ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค และมีเป้าหมายเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ภายในปี 2571 จึงจำเป็นต้องยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย และการตรวจสอบให้เข้มงวดยิ่งขึ้น

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมศุลกากร กำลังทบทวนมาตรการเพื่อปิดช่องโหว่ในการป้องกันการลักลอบขนยาเสพติด พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ข้อมูลด้านการข่าวเป็นเครื่องมือสำคัญในการคัดกรอง และขอตรวจค้นสัมภาระของผู้โดยสารกลุ่มเสี่ยงสูง

แนวทางดังกล่าวเป็นหลักปฏิบัติที่สนามบินนานาชาติหลายแห่งทั่วโลกนำมาใช้ เพื่อให้การตรวจสอบมีประสิทธิภาพ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารทั่วไปที่เดินทางโดยสุจริต

เตรียมนำ K9 กลับมาตรวจผู้โดยสาร-สัมภาระขาออก

อีกหนึ่งมาตรการที่อยู่ระหว่างการพิจารณา คือการเพิ่มระบบบริหารความเสี่ยงของข้อมูลผู้โดยสาร และนำสุนัขตำรวจ K9 กลับมาปฏิบัติหน้าที่สุ่มตรวจผู้โดยสาร ลูกเรือ และสายพานสัมภาระขาออก

ก่อนหน้านี้ การใช้สุนัข K9 เน้นตรวจเฉพาะผู้โดยสารขาเข้า เนื่องจากเคยมีผู้โดยสารร้องเรียนถึงความไม่สะดวก และความกังวลจากการปฏิบัติงานของสุนัขตรวจค้น อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ปัจจุบัน กรมศุลกากรมองว่า จำเป็นต้องพิจารณาขยายการตรวจให้ครอบคลุมเที่ยวบินขาออกมากขึ้น

อธิบดีกรมศุลกากร ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีสุนัขตำรวจ K9 เพียงประมาณ 10 ตัว ซึ่งถือว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับจำนวนผู้ใช้บริการสนามบินที่มีมากถึงประมาณ 85 ล้านคนต่อปี

นอกจากนี้ การฝึกสุนัข K9 จำเป็นต้องดำเนินการควบคู่กับการฝึกเจ้าหน้าที่ศุลกากร ใช้ทั้งระยะเวลาและงบประมาณจำนวนมาก ขณะที่ประเทศไทยมีเจ้าหน้าที่ศุลกากรราว 4,000-5,000 คน ซึ่งน้อยกว่าหลายประเทศ เช่น ออสเตรเลียและจีน ที่มีเจ้าหน้าที่ศุลกากรไม่น้อยกว่า 100,000 คน

ด้วยข้อจำกัดด้านกำลังพล กรมศุลกากรจึงให้ความสำคัญกับการใช้ข้อมูลการข่าว การวิเคราะห์ความเสี่ยง และการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับประเทศคู่ความร่วมมือ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดกั้นเครือข่ายลักลอบขนยาเสพติด

กรมศุลกากรย้ำว่า ประเทศไทยมีการประสานแลกเปลี่ยนข้อมูลการข่าว กับประเทศที่มีความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง หากไม่สามารถสกัดกั้นขบวนการได้ตั้งแต่ต้นทาง ก็จะส่งต่อข้อมูลให้ประเทศปลายทางดำเนินการจับกุม

ตลอดช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ความร่วมมือดังกล่าว ช่วยให้สามารถจับกุมคดีลักลอบขนเฮโรอีนได้มากกว่า 214 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าความเสียหายไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท สะท้อนถึงบทบาทของการข่าวและความร่วมมือระหว่างประเทศ ในการปราบปรามเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ

อ่านข่าวอื่น :

กต.เตือนนักเดินทางอย่ารับจ้างหิ้ว เสี่ยงผิดกฎหมาย โทษหนักทั้งใน-ต่างแดน

ป.ป.ส.รู้ตัวกลุ่มปลายทางรับเฮโรอีนจากแอร์สาว คาด 1-2 วันจับผู้ร่วมขบวนการในไทย

ศพล้นท่าเรือ "เวเนซุเอลา" เผยยอดตายแผ่นดินไหวพุ่ง 1,900 คน