"ช่วยน้ำเงินด้วย" ยังไม่จบ กมธ.พัฒนาการเมือง จี้สอบเพิ่มพบคำชี้แจงไม่ตรงกัน

การเมือง
16:58
จำนวนผู้ชม 52
Thai PBS
"ช่วยน้ำเงินด้วย" ยังไม่จบ กมธ.พัฒนาการเมือง จี้สอบเพิ่มพบคำชี้แจงไม่ตรงกัน
กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ เปิดผลตรวจสอบกรณีแชต "ช่วยน้ำเงินด้วย" พบหลายประเด็นน่าสงสัย หลังรองอธิบดีกรมการปกครองให้ข้อมูลไม่ตรงกันหลายครั้ง ขณะที่อดีตปลัดภูเก็ตยืนยันถูกย้ายจากตำแหน่งอย่างไม่เป็นธรรม

วันนี้ (11 มิ.ย.2569) น.ส.ชลณัฏฐ์ โกยกุล สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุมกรณีร้องเรียนให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง เกี่ยวกับการใช้อำนาจหน้าที่และการวางตัวเป็นกลางทางการเมือง ของอธิบดีกรมการปกครอง จากกรณีแช็ตข้อความ "ช่วยน้ำเงินด้วย" ที่กำลังเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม

ในที่ประชุม นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร อดีตปลัดจังหวัดภูเก็ต เข้าชี้แจงกรณีที่ตนเองถูกคำสั่งโยกย้ายด่วนอย่างกะทันหัน หลังจากที่ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย และปราบปรามกลุ่มทุนบุกรุกพื้นที่สาธารณะในจังหวัดภูเก็ตอย่างจริงจัง

นายรุ่งเรือง ยืนยันต่อคณะกรรมาธิการว่า สาเหตุการถูกโยกย้ายในครั้งนี้ เป็นการจัดฉากสร้างเรื่องร้องเรียนว่า ตนเรียกรับผลประโยชน์ เพื่อเป็นข้ออ้างในการเตะตัดโด่งตนให้ออกจากพื้นที่ พร้อมกันนี้ได้ยื่นหลักฐานสำคัญ ซึ่งเป็นข้อความสนทนาทางไลน์ที่มีการสั่งการลงมาว่า ให้ไปช่วยเหลือพรรคการเมืองฝ่ายสีน้ำเงิน ส่วนกรณีที่ตนพิมพ์ตอบกลับไปว่า "100% ครับนาย" นั้น เป็นเพราะความตกใจ ในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งตามระบบราชการแล้ว ไม่สามารถที่จะปฏิเสธหรือทัดทานคำขอของผู้บังคับบัญชาได้

ขณะที่ทางฝั่งกรมการปกครอง นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ไม่ได้เดินทางมาชี้แจงด้วยตัวเอง แต่มอบหมายให้ นายวินัย โตเจริญ รองอธิบดีกรมการปกครอง เข้าชี้แจงแทน

นายวินัย ระบุว่า โดยปกติการสั่งการโยกย้าย จะเป็นไปตามระเบียบขั้นตอนงานสารบรรณราชการ ที่มีหนังสือลงนามชัดเจน ส่วนการใช้แอปพลิเคชันไลน์เป็นเพียงช่องทางประชาสัมพันธ์เท่านั้น สำหรับข้อความ "ช่วยน้ำเงินด้วย" ถือเป็นเรื่องส่วนบุคคล ที่กำลังอยู่ในกระบวนการตรวจสอบ รวมถึงอยู่ระหว่างการทำหนังสือชี้แจงต่อกระทรวงมหาดไทย

อย่างไรก็ตาม บรรยากาศในห้องประชุม เกิดการถกเถียงอย่างเคร่งเครียด เนื่องจากรองอธิบดีฯ ให้ข้อมูลที่ขัดแย้งกันเองถึง 3 ครั้ง โดยในตอนแรกระบุว่า ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงไปแล้ว แต่ในเวลาต่อมากลับตอบว่า ไม่ทราบข้อมูล และสรุปสุดท้ายคือยังไม่มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนแต่อย่างใด

นอกจากนี้ ในที่ประชุมยังทดสอบระบบทางนิติวิทยาศาสตร์เบื้องต้น โดยลองนำหมายเลขโทรศัพท์ของอธิบดีกรมการปกครอง ไปทำการเพิ่มเพื่อนในแอปพลิเคชันไลน์ ปรากฏว่าระบบแจ้งไม่สามารถเพิ่มเพื่อนได้แล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้ทำได้ปกติ จึงเกิดข้อสงสัยว่าบัญชีดังกล่าวล่องหนหายไปไหน

ยิ่งไปกว่านั้น ทางสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ที่ร่วมชี้แจง ยังย้ำชัดเจนว่า ข้าราชการมีหน้าที่ต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมืองตลอด 24 ชั่วโมง และต้องมีมารยาททางการเมือง ห้ามมิให้สนับสนุนพรรคการเมืองใด ๆ หากผู้บังคับบัญชาทราบเรื่อง แล้วละเลยไม่ตั้งกรรมการสอบสวน ทั้งที่มีมูลความผิด ก็จะเข้าข่ายความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 ทันที

ขณะที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ระบุว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนกรณีดังกล่าวแล้วเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อตรวจสอบว่าเข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่หรือไม่

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการตั้งข้อสังเกต ถึงความผิดปกติขั้นรุนแรง เกี่ยวกับการออกคำสั่งโยกย้ายข้าราชการระดับนายอำเภอกว่า 300 ตำแหน่ง ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาเพียง 1 - 2 เดือนก่อนการเลือกตั้ง โดยพบว่ามากกว่าร้อยละ 50 ของผู้ที่ถูกย้าย เข้าไปดำรงตำแหน่งเป็นประธานอนุกรรมการการเลือกตั้งประจำเขต ในพื้นที่กว่า 40 จังหวัด รวมประมาณ 120 เขตเลือกตั้ง ซึ่งถือเป็นตำแหน่งยุทธศาสตร์สำคัญ ในการควบคุมผลคะแนนการเลือกตั้ง

โดย น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการ จี้ถามหน่วยงานรัฐให้แสดงความกล้าหาญ ในการตรวจสอบผู้มีอำนาจอย่างเท่าเทียม และนายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร รองประธานกรรมาธิการ ยืนยันว่าพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในชั้นศาล จะพิสูจน์ความจริงเรื่องแชตไลน์ได้อย่างแน่นอน

ท้ายที่สุด คณะกรรมาธิการจึงมีมติร่วมกัน 3 ข้อ เพื่อดำเนินการต่ออย่างเด็ดขาด ประกอบด้วย

  1. ทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อติดตามความคืบหน้าและบังคับให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงปมแชตไลน์
  2. ทำหนังสือถึง รมว.มหาดไทย รายงานพฤติการณ์การใช้อำนาจรัฐที่ส่อเจตนาไม่เป็นกลาง หลังจากพบหลักฐานการโพสต์สั่งการในไลน์กลุ่มกองอาสารักษาดินแดน (อส.) อย่างชัดเจน
  3. เรียกเอกสารข้อมูลสถิติการโยกย้ายข้าราชการย้อนหลังตั้งแต่ปี 2562 ของกรมการปกครองมาทำการเปรียบเทียบความผิดปกติ

โดยประธานกรรมาธิการย้ำว่า อำนาจรัฐต้องไม่ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง เพื่อกลั่นแกล้งใคร แต่ทำเพื่อปกป้องระบบราชการและข้าราชการน้ำดีที่ตั้งใจทำงานสุจริต ส่วนทางด้านสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ไม่ได้มาตามนัดในวันนี้ ได้ทำหนังสือขอเลื่อนเข้าชี้แจงเป็นวันที่ 18 มิ.ย.2569 ซึ่งทางกรรมาธิการจะรอตรวจสอบต่อไป

อ่านข่าวอื่น :

ศาลฎีกาตัดสิทธิการเมืองตลอดชีวิต "ศุภชัย โพธิ์สุ" ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ถือครองที่ดินรัฐ 220 ไร่

จับตาเจรจารัฐบาล-บีอาร์เอ็น รอมฎอนย้ำสภาฯ ต้องติดตาม

"ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน" เบี้ยวนัดให้ปากคำเมาขับชนเด็ก 2 ขวบเสียชีวิต