วันนี้ (11 มิ.ย.2569) นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เปิดเผยต่อสื่อมวลชน ถึงความคืบหน้าและการขับเคลื่อนงานของคณะอนุกรรมาธิการ พิจารณาแนวทางส่งเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพ เพื่อแก้ไขความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งอยู่ภายใต้คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน
โดยระบุว่า ขณะนี้คณะอนุกรรมาธิการดำเนินการประชุมไปแล้วจำนวน 2 ครั้ง ภายใต้กรอบระยะเวลาการทำงานรวมทั้งสิ้น 45 วัน ซึ่งมีเป้าหมายสูงสุดคือการจัดทำรายงานและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายส่งตรงไปยังฝ่ายบริหาร รวมถึงหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม
นายรอมฎอน กล่าวว่า ในการดำเนินงานครั้งนี้ คณะอนุกรรมาธิการจะนำผลการศึกษา และข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษา เรื่องการสร้างสันติภาพในชายแดนภาคใต้ของสภาผู้แทนราษฎรชุดก่อนหน้าเข้ามาพิจารณาร่วมด้วย โดยรายงานดังกล่าวถือเป็นฐานข้อมูลที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากใช้เวลาในการรวบรวมและศึกษายาวนานถึง 690 วัน
ทว่าในท้ายที่สุดไม่สามารถนำส่งให้ที่ประชุมสภาสภาพิจารณาได้ เนื่องจากเกิดการยุบสภาไปเสียก่อน ทางคณะอนุกรรมาธิการชุดนี้จึงเล็งเห็นว่า ควรนำเนื้อหาเหล่านั้นมาปรับปรุง พัฒนา และจัดทำเป็นข้อสังเกตที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมากที่สุด เพื่อไม่ให้งบประมาณและระยะเวลาที่เสียไปในอดีตต้องสูญเปล่า
ขณะเดียวกัน นายรอมฎอน ชี้ให้เห็นถึงความชัดเจนของฝั่งรัฐบาลปัจจุบัน ที่มีความพยายามผลักดันกระบวนการสันติภาพให้รุดหน้า โดยมีการแต่งตั้ง นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรอง เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเริ่มเดินสายพบปะหน่วยงานต่าง ๆ แล้ว นอกจากนี้ ยังมีคณะผู้แทนพิเศษโดยมี นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ ร่วมขับเคลื่อน ซึ่งจัดการประชุมนัดแรกไปเรียบร้อยแล้ว
โดยทางสภาจะทำหน้าที่เกาะติดและติดตามการทำงานของรัฐบาลชุดนี้อย่างใกล้ชิด รวมถึงรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดมีกำหนดการที่คณะพูดคุยสันติสุขจะเข้าพบปะเจรจากับตัวแทนของกระบวนการบีอาร์เอ็น (BRN) ณ ประเทศมาเลเซียในเร็ว ๆ นี้ จึงขอให้สื่อมวลชนและประชาชนร่วมกันติดตามผลลัพธ์อย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ดี นายรอมฎอน ยอมรับว่า ในห้วงเวลานี้มีสถานการณ์ใหม่ที่น่ากังวลเกิดขึ้นในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์ลอบยิง สส. ซึ่งสร้างความสั่นสะเทือนใจและส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความไว้วางใจ ตลอดจนความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกระบวนการสร้างสันติภาพ
ทั้งนี้ ภายหลังจากการรวบรวมข้อมูลเสร็จสิ้น คณะอนุกรรมาธิการจะนำเสนอรายงานเข้าสู่ที่ประชุมกรรมาธิการการกฎหมายฯ ก่อนส่งต่อให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรและรัฐบาลตามลำดับ ควบคู่ไปกับการเสนอญัตติ ขอตั้งกรรมาธิการวิสามัญอีกชุดหนึ่ง ขึ้นมาทำงานขนานกันไป ซึ่งปัจจุบันมี 3 พรรคการเมืองหลัก ได้แก่ พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชาติ ร่วมเสนอญัตติดังกล่าวเข้าสู่สภาแล้ว
อ่านข่าวอื่น :
ดัชนีเชื่อมั่นบริโภคต่ำสุดรอบ 42 เดือน หวังไทยช่วยไทยดึงกำลังซื้อฟื้นครึ่งปีหลัง
สรุปคำพิพากษาคดีประหารชีวิต 2 จำเลย คดีวางระเบิดย่านราชประสงค์
ระอุ! จับสัญญาณประท้วงต้าน "ผู้อพยพ" ในสหราชอาณาจักร
ย้อนรอยเหตุระเบิดศาลพระพรหม 2558 สู่คำพิพากษาหลังรอคอยนาน 11 ปี

