สัญญาณบวกตะวันออกกลาง สหรัฐฯ-อิหร่านถกขยายหยุดยิง 60 วัน

ต่างประเทศ
06:54
จำนวนผู้ชม 109
Thai PBS
สัญญาณบวกตะวันออกกลาง สหรัฐฯ-อิหร่านถกขยายหยุดยิง 60 วัน
สหรัฐฯ-อิหร่านจ่อบรรลุข้อตกลงขยายเวลาหยุดยิง 60 วัน หวังเปิดฮอร์มุซและยุติปิดล้อมทางทะเล ขณะที่ "ทรัมป์" คุมเชิงห้ามรีบร้อนทำสัญญาจนเกิดข้อผิดพลาด ด้านอิหร่านขู่พร้อมยกระดับสงครามและถอนตัวจากสนธิสัญญานิวเคลียร์ หากถูกล่วงล้ำน่านน้ำ

เมื่อวันที่ 24 พ.ค.2569 บรรยากาศภายในกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน ตลอดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เริ่มมีสัญญาณของการฟื้นฟูวิถีชีวิตของภาคประชาชนให้กลับคืนสู่สภาวะปกติอย่างเห็นได้ชัด ผ่านการจัดกิจกรรมแสดงดนตรีสดหลากหลายรูปแบบ ทั้งในพื้นที่ของพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยและพื้นที่สาธารณะกลางแจ้ง ซึ่งมีประชาชนเดินทางมาร่วมรับชมและรับฟังเป็นจำนวนมาก

ยิ่งไปกว่านั้น ยังปรากฏภาพของนักร้องสตรีร่วมทำการแสดงในที่สาธารณะ ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากเนื่องจากข้อจำกัดและกฎระเบียบที่เข้มงวดของรัฐบาลอิหร่านต่อบทบาทของสตรีในอดีต

ทั้งนี้ การแสดงดนตรีในลักษณะดังกล่าวได้ลดจำนวนลงอย่างมีนัยสำคัญ นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ประท้วงครั้งใหญ่เพื่อต่อต้านรัฐบาลเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ตลอดจนการปะทุขึ้นของสงครามอิหร่านที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการประกอบอาชีพของกลุ่มนักดนตรี การกลับมาของความเคลื่อนไหวทางวัฒนธรรมในครั้งนี้จึงสะท้อนถึงความพยายามของภาคประชาชนในการปรับตัวท่ามกลางสถานการณ์ความมั่นคงที่ยังคงมีความผันผวนสูง

อย่างไรก็ดี ในมิติเชิงความมั่นคงและการทหาร ทางการอิหร่านได้มีการจัดพิธีรำลึกถึงวีรชนผู้พลีชีพในสงคราม ณ กรุงเตหะราน โดยมีข้าราชการและทหารระดับสูงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ในโอกาสนี้ พล.อ.โมห์เซน เรซาอี ที่ปรึกษาอาวุโสของผู้นำสูงสุดอิหร่าน ได้กล่าวปราศรัยแจ้งเตือนไปยังฝ่ายตรงข้ามว่า สงครามครั้งนี้อาจมีการขยายวงกว้างครอบคลุมไปถึงพื้นที่ทะเลแดง ช่องแคบบับ อัล-มันดับ และมหาสมุทรอินเดีย หากมีการรุกล้ำเกิดขึ้น ฝ่ายศัตรูจะต้องเป็นฝ่ายล่าถอยไปอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ พล.อ.เรซาอี ยังได้เน้นย้ำถึงสิทธิ์อันชอบธรรมของอิหร่านในการควบคุมและบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซเพื่อรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงแห่งชาติ พร้อมทั้งส่งสัญญาณเตือนว่า อิหร่านอาจพิจารณาถอนตัวออกจากสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (NPT) ในทันที หากช่องแคบฮอร์มุซถูกโจมตีทางทหารหรือน่านน้ำในอ่าวเปอร์เซียถูกล่วงล้ำอธิปไตย

แม้ว่าจะมีท่าทีที่แข็งกร้าวจากแกนนำฝ่ายความมั่นคงของอิหร่าน แต่ในทางการทูตกลับพบแนวโน้มการพัฒนาไปในทิศทางที่เป็นบวก โดยมีรายงานจากหนังสือพิมพ์ Financial Times ว่า สหรัฐฯและอิหร่านใกล้บรรลุข้อตกลงในการขยายระยะเวลาการหยุดยิงออกไปอีกเป็นเวลา 60 วัน พร้อมทั้งกำหนดกรอบเวลาและโครงสร้างการเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านในอนาคต

ความคืบหน้าดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากการเดินทางเยือนอิหร่านของ จอมพลอาซิม มูนีร์ ผู้บัญชาการทหารบกปากีสถาน เพื่อเข้าพบหารือกับ โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน และ อับบาส อารักชี รมว.ต่างประเทศอิหร่าน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (23 พ.ค.) ซึ่งเป็นการเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของปากีสถานในฐานะประเทศผู้ไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง

ด้านโฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน แถลงว่า กระบวนการเจรจาที่มีปากีสถานเป็นตัวกลางสามารถลดช่องว่างและความขัดแย้งระหว่าง 2 ประเทศลงได้มากตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา และขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการจัดทำร่างกรอบข้อตกลงร่วมกับสหรัฐฯ โดยทางอิหร่านได้ผลักดันประเด็นการยุติการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ และข้อตกลงการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซบรรจุเข้าไว้ในร่างดังกล่าว แต่ยอมรับว่ายังมีรายละเอียดบางประการที่ต้องหารือเพิ่มเติม และยืนยันว่าร่างข้อตกลงฉบับนี้ยังไม่ได้รวมประเด็นทางนิวเคลียร์เข้าไว้ด้วย

ขณะที่ มาซูด เปเชซเคียน ปธน.อิหร่าน ได้แถลงสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนว่า การเจรจาทางการทูตในครั้งนี้จะดำเนินไปโดยไม่กระทบต่อเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของประเทศ พร้อมย้ำจุดยืนต่อประชาคมโลกประเด็นความบริสุทธิ์ใจว่าอิหร่านไม่มีความต้องการพัฒนาหรือครอบครองอาวุธนิวเคลียร์แต่อย่างใด

ในส่วนของท่าทีจากฝั่งสหรัฐอเมริกา ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เผยแพร่ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม "ทรูธ โซเชียล" โดยระบุคำสั่งถึงคณะผู้แทนเจรจาของสหรัฐฯ ว่า ไม่ควรเร่งรีบในการลงนามข้อตกลงกับอิหร่าน

เนื่องจากเงื่อนไขทางเวลายังคงเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายสหรัฐฯ พร้อมระบุว่าทั้ง 2 ฝ่ายจำเป็นต้องใช้เวลาในการตรวจสอบและกลั่นกรองเนื้อหาเพื่อให้ข้อตกลงมีความรัดกุม สมบูรณ์แบบ และไม่เกิดข้อผิดพลาดซ้ำรอยอดีต เพื่อให้ความสัมพันธ์ทวิภาคีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐฯ ยังคงยืนกรานจุดยืนเดิมอย่างแข็งกร้าวว่า อิหร่านจะต้องไม่มีสิทธิ์ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ และมาตรการปิดล้อมทางทะเลของกองทัพสหรัฐฯ จะยังคงดำเนินต่อไปจนกว่าจะมีการบรรลุข้อตกลงและลงนามร่วมกันอย่างเป็นทางการ

ก่อนหน้านี้ ปธน.ทรัมป์ เปิดเผยว่า การเจรจากรอบบันทึกความเข้าใจเพื่อยุติสงครามกับอิหร่านได้ข้อสรุปในส่วนสำคัญส่วนใหญ่แล้ว และมีความเป็นไปได้สูงที่จะมีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซในเร็ววันนี้ ภายหลังจากการต่อสายโทรศัพท์หารือร่วมกับผู้นำหลายประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึง เบนจามิน เนทันยาฮู นายกฯอิสราเอล

สอดคล้องกับถ้อยแถลงของ มาร์โก รูบิโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ที่ระบุว่าการเจรจามีพัฒนาการในเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ นายกฯอิสราเอล ได้แสดงท่าทีเห็นพ้องกับ ปธน.ทรัมป์ โดยเน้นย้ำว่าข้อตกลงขั้นสุดท้ายในอนาคตจำเป็นต้องบรรลุเป้าหมายในการขจัดภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์ของอิหร่านอย่างเด็ดขาด

ขณะเดียวกัน ผู้นำกลุ่มเฮซบอลลาห์ในเลบานอนก็ได้ออกมาแสดงท่าทีคาดหวังว่า ข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในครั้งนี้ จะครอบคลุมถึงการแก้ไขปัญหาความไม่สงบและการสร้างเสถียรภาพภายในประเทศเลบานอนด้วยเช่นกัน

อ่านข่าวอื่น :

"เมย์ รัชนก" คว้าแชมป์มาเลเซียมาสเตอร์สสมัยที่ 3

2 ชั่วโมง ลงทะเบียน "ไทยช่วยไทยพลัส" 30 ล้านสิทธิเต็มแล้ว

สภาพอากาศวันนี้ ภาคใต้ฝนหนัก คลื่นทะเลแรง เตือนระวังน้ำท่วมสะสม