จีนเรียกคืนรถ 4.3 ล้านคัน แก้ความเสี่ยงมือจับประตู EV ใช้งานไม่ได้

ต่างประเทศ
13:33
จำนวนผู้ชม 25
Thai PBS
จีนเรียกคืนรถ 4.3 ล้านคัน แก้ความเสี่ยงมือจับประตู EV ใช้งานไม่ได้

วันนี้ (25 ส.ค.2569) สถานการณ์ความขัดแย้งในระดับภูมิภาคตลอดหลายปีที่ผ่านมา เป็นปัจจัยเร่งให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น จนส่งผลให้ความนิยมในรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เติบโตอย่างก้าวกระโดดทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศจีนซึ่งถือเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่สุดที่มีทั้งผู้ผลิตท้องถิ่นและแบรนด์ต่างชาติร่วมแข่งขันอย่างเข้มข้น

อย่างไรก็ดี ล่าสุดจีนได้กลายเป็นประเทศแรกของโลกที่ขยับตัวแก้ไขปัญหาความปลอดภัยด้านยานยนต์อย่างจริงจัง ผ่านการสั่งเรียกคืนรถยนต์ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ รวมทั้งสิ้นกว่า 4,300,000 คันทั่วประเทศ อันเนื่องมาจากความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของระบบมือจับประตูรถยนต์แบบซ่อน

ปัญหาดังกล่าวเริ่มชัดเจนขึ้นหลังจากมีรายงานเหตุขัดข้องเกิดขึ้นในหลายประเทศ โดยมือจับประตูแบบซ่อนที่เรียบเนียนไปกับตัวรถ ถือเป็นเอกลักษณ์การดีไซน์ของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าหลากยี่ห้อในปัจจุบัน ซึ่งเริ่มต้นมาจากค่ายเทสลา (Tesla) ในปี 2555 ก่อนจะได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย

จนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ผลิต EV สัญชาติจีนนำไปปรับใช้ เนื่องจากการออกแบบให้ตัวรถเรียบเนียนไม่มีส่วนยื่นออกมานั้น สอดคล้องกับหลักอากาศพลศาสตร์ ช่วยลดแรงต้านอากาศ ประหยัดพลังงาน และเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนตัวได้เล็กน้อย

พิษดีไซน์ล้ำสมัย จุดอ่อนขวางการกู้ภัยภาวะฉุกเฉิน

แม้ความสวยงามทันสมัยจะเป็นจุดขายหลัก แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการณ์ประตูรถแบบซ่อนไม่ทำงานในสถานการณ์ฉุกเฉิน จนนำไปสู่การมีผู้ติดค้างอยู่ภายในตัวรถ หรือคนภายนอกไม่สามารถเปิดประตูเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบเหตุได้ จนต้องแก้ไขด้วยการทุบกระจกรถ

ทางการจีนชี้แจงว่า ระบบมือจับประตูแบบซ่อนส่วนใหญ่ทำงานด้วยกลไกไฟฟ้าที่เลื่อนดันก้านกระดกออกมาให้ผู้ใช้ดึงเปิด ถึงแม้ระบบนี้จะใช้แบตเตอรี่แยกส่วนจากแบตเตอรี่ขับเคลื่อนหลัก แต่หากเกิดอุบัติเหตุรุนแรง เช่น รถชนอย่างหนัก หรือรถตกน้ำ ระบบไฟฟ้าอาจเกิดอาการขัดข้องจนไม่สามารถขยับมือจับออกมาได้ ทำให้ประตูเปิดไม่ได้จากภายนอก

นอกจากนี้ การออกแบบภายในห้องโดยสารยังสร้างความเสี่ยงไม่แพ้กัน โดยผู้ผลิตหลายรายเน้นความมินิมอลจนซ่อนคันเปิดประตูด้านในไว้ในจุดที่สังเกตได้ยาก เช่น บริเวณช่องเก็บของข้างประตู ส่งผลให้ในภาวะตื่นตระหนก เด็กหรือผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับตัวรถไม่สามารถหาคันเปิดประตูเจอได้ทันท่วงที ซึ่งตามพฤติกรรมมนุษย์เมื่อเกิดภัยฉุกเฉิน สายตาและสัมผัส มักจะมองหามือจับประตูรูปแบบดั้งเดิมมากกว่า

จีนสั่งห้ามขายรถประตูซ่อน มีผล 1 ม.ค.70

จากความเสี่ยงอันตรายที่เพิ่มขึ้นทวีคูณ หน่วยงานกำกับดูแลตลาดของจีนจึงได้ออกประกาศห้ามการใช้รถยนต์ที่มีมือจับประตูแบบซ่อนตั้งแต่ ก.พ.ที่ผ่านมา โดยกำหนดให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2570 เป็นต้นไป

รถยนต์ที่จะวางจำหน่ายในประเทศจีนได้หลังจากนี้ จำเป็นต้องติดตั้งระบบกลไกปลดล็อกประตูแบบธรรมดา (Manual) ที่ใช้งานได้จริงทั้งจากด้านในและด้านนอกตัวรถ

ผลจากการประกาศดังกล่าว ทำให้มีค่ายรถยนต์สัญชาติจีน 8 แห่ง ยื่นเรื่องขอเรียกคืนรถยนต์เพื่อแก้ไขความเสี่ยงตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา (21 ส.ค.) อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือ เทสลา ซึ่งต้องเรียกคืนรถยนต์สูงถึงเกือบ 3,000,000 คัน

แบ่งเป็นรถที่ผลิตในจีนประมาณ 2,900,000 คัน และนำเข้ามาอีกราว 50,000 คัน ขณะที่รถยนต์จากค่ายผู้ผลิตจีนอื่น ๆ ที่ต้องถูกเรียกคืนมีจำนวนรวมกันราว 1,300,000 คัน

ทั่วโลกจับตาจีนขึ้นแท่นต้นแบบความปลอดภัย

สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาในปัจจุบัน ผู้ผลิตหลายยี่ห้อใช้วิธีปรับปรุงด้วยการอัปเดตซอฟต์แวร์ ให้ระบบปลดล็อกประตูและเลื่อนกระจกหน้าต่างลงโดยอัตโนมัติเมื่อตรวจพบการชนหนัก รวมถึงการติดสติกเกอร์ระบุตำแหน่งคันเปิดประตูด้านในให้เห็นเด่นชัดขึ้น

อย่างไรก็ดี วิธีการเหล่านี้ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการแก้ปัญหาแบบลูบหน้าปะจมูก และตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป ผู้ผลิตทุกรายจะต้องเปลี่ยนงานดีไซน์ตามกฎหมายใหม่ เช่น การรวมปุ่มกดไฟฟ้าเข้ากับกลไกคันดึงในชิ้นเดียวกัน การเพิ่มระยะช่องว่างภายนอกให้สอดมือเข้าไปดึงเปิดได้ หรือการยอมกลับไปใช้มือจับแบบดั้งเดิมเพื่อตัดปัญหาความซับซ้อน

ในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 3 ใน 5 ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมดในจีน ตอกย้ำถึงความสำคัญของตลาดจีนในฐานะผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก

การเดินหน้าเรียกคืนรถยนต์จำนวนมหาศาลครั้งนี้สะท้อนถึงความเอาจริงเชาจังในการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัย แม้ขณะนี้ผู้ผลิตจะยังไม่ได้เปิดเผยว่าจะมีการเรียกคืนรถเพื่อแก้ไขปัญหาในประเทศอื่นด้วยหรือไม่

แต่กรณีฟ้องร้องและสอบสวนปัญหาผู้ติดในรถเทสลาที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา ก็เป็นสัญญาณว่าการขยับตัวของจีนในครั้งนี้ อาจกลายเป็นบรรทัดฐานและต้นแบบด้านความปลอดภัยของยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลกต่อไป

อ่านข่าว :

สหรัฐฯ เตรียมถอนวีซาต่างชาติครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

"ดร.เชน" ดวงกำลังปัง แก้น้ำท่วมน่าน-พท.ซิวนายก อบจ.กาฬสินธุ์

ก.เกษตรฯ ปรับเกณฑ์จ่ายภัยพิบัติ ชดเชยสูงสุดไร่ละ 6,800 บาท