สภาพคล่อง ก.ย.2554 ลดลง แนวโน้มไตรมาส 4 ถูกกดดันจากเหตุวิกฤตน้ำท่วม

เศรษฐกิจ
16:10
จำนวนผู้ชม 39
Thai PBS
สภาพคล่อง ก.ย.2554 ลดลง แนวโน้มไตรมาส 4 ถูกกดดันจากเหตุวิกฤตน้ำท่วม

สิ้นเดือนกันยายน 2554 ยอดเงินให้สินเชื่อสุทธิ (หักค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ) ของ 14 ธนาคารพาณิชย์ไทยอยู่ที่ 7.20 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.48 แสนล้านบาทจากสิ้นเดือนก่อน

ขณะที่ ยอดเงินฝาก มีจำนวน 7.02 ล้านล้านบาท ลดลง 6.64 หมื่นล้านบาท ส่วนตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม (ซึ่งมีตั๋วแลกเงินเป็นหนึ่งในองค์ประกอบ) เพิ่มขึ้น 2.41 หมื่นล้านบาท มาที่ 1.58 ล้านล้านบาท ส่งผลให้สินทรัพย์สภาพคล่องตามความหมายกว้าง (รวมเงินสด เงินลงทุนสุทธิในตลาดเงินระยะสั้น เงินลงทุนสุทธิในหลักทรัพย์ รวมถึงเงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมสุทธิ) ปรับลดลงเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนสิงหาคม 2554

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า แนวโน้มสินเชื่อในระบบธนาคารพาณิชย์ไทยไตรมาสสุดท้ายของปี 2554 คงเผชิญกับปัจจัยลบมากขึ้น เพราะนอกจากจะเผชิญปัจจัยลบจากการที่เศรษฐกิจประเทศพัฒนาแล้ว โดยเฉพาะยูโรโซนและสหรัฐฯ มีแนวโน้มชะลอตัวลงแล้ว การเบิกใช้วงเงินสินเชื่อก็ยังน่าจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากปัญหาน้ำท่วมใหญ่ที่ทวีความรุนแรงขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกันยายนและตุลาคม โดยภาพรวมสินเชื่อในช่วง 1 – 2 เดือนข้างหน้า (ตุลาคม 2554 – พฤศจิกายน 2554) คงมีแนวโน้มชะลอตัวลง จากความต้องการเบิกใช้สินเชื่อภาคธุรกิจที่อาจปรับลดลง หลังการดำเนินธุรกิจต้องหยุดชะงักไป ประกอบกับการทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆ ไม่สามารถเกิดขึ้นได้อย่างสะดวกเหมือนในภาวะปกติ

ส่วนความต้องการสินเชื่อเพื่อการบริโภคของประชาชน และความต้องการสินเชื่อในบางธุรกิจ อาทิ ภาคการก่อสร้างและวัสดุ อาจเร่งตัวขึ้นได้ เพื่อรับมือกับเหตุการณ์อุทกภัยที่เข้าใกล้เขตเศรษฐกิจของกรุงเทพมหานคร ขณะที่ภาพรวมสินเชื่อในเดือนสุดท้ายของปี 2554 คงจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์น้ำท่วมเป็นสำคัญ ซึ่งหากสถานการณ์ดังกล่าวคลี่คลายลง ความต้องการสินเชื่อในภาพรวมอาจทยอยฟื้นตัวขึ้นได้ ด้านเงินฝากนั้น คาดว่า สถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้น อาจหนุนให้ความต้องการถือเงินสดของประชาชนและภาคธุรกิจในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี 2554 มีมากกว่าช่วงภาวะการณ์ปกติอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งเพื่อสำรองไว้ใช้สำหรับการอุปโภคบริโภคสินค้าจำเป็นต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ราคาสินค้าเหล่านั้นยังมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น

สำหรับการซื้อสินค้าในร้านค้าที่รับชำระเป็นเงินสดเท่านั้น ตลอดจนความต้องการสำรองเงินไว้เผื่อฉุกเฉิน ในภาวะที่การเข้าถึงช่องทางการให้บริการของธนาคารพาณิชย์อาจเผชิญกับอุปสรรค (อาทิ จากการปิดการให้บริการของสาขา/เครื่องเอทีเอ็มที่อยู่ในเขตอุทกภัย)

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ยอดเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ที่เปลี่ยนแปลงเดือนต่อเดือน คงจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์อุทกภัยที่สร้างความกังวลและส่งผลต่อพฤติกรรมการถือเงินสดของประชาชนและภาคธุรกิจเป็นสำคัญ ซึ่งหากมีความชัดเจนว่าวิกฤตน้ำท่วมใกล้จะคลี่คลายลงแล้ว พฤติกรรมการถือเงินสดของประชาชนและภาคธุรกิจคงกลับเข้าสู่ภาวะที่เป็นปกติมากขึ้น สำหรับการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์นั้น คงจะมีการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับความต้องการเบิกใช้เงินสดดังกล่าวไว้แล้ว และเมื่อประกอบกับกลไกการดูแลและบริหารจัดการสภาพคล่องทั้งระบบของธนาคารแห่งประเทศไทย ทำให้คาดว่าสภาพคล่องทางบัญชีในงบดุลของธนาคารพาณิชย์ไทยน่าจะอยู่ในวิสัยที่บริหารจัดการได้