ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาเพิ่มเป็นกว่า 34,000 คน จีนเข้มคุมการระบาด

ต่างประเทศ
10:45
จำนวนผู้ชม 2,297
Thai PBS
ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาเพิ่มเป็นกว่า 34,000 คน จีนเข้มคุมการระบาด

วันนี้ (8 ก.พ.2563)คณะกรรมธิการสาธารณสุขแห่งชาติจีน เปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตรายใหม่อีก 86 คน ส่วนใหญ่อยู่ในมณฑลหูเป่ย ศูนย์กลางการระบาด ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตในจีนเพิ่มเป็น 722 คน มากกว่ายอดผู้เสียชีวิตจากโรคซาร์ส หรือ โรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันร้ายแรง ที่เคยระบาดเมื่อ 17 ปีที่แล้ว ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตในจีนและฮ่องกงจำนวน 650 คน ขณะที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 3,399 คน ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมในจีนอยู่ที่ 34,546 คน

จีนยังดำเนินมาตรการควบคุมโรคอย่างเข้มงวดเพื่อควบคุมการระบาด โดยใช้มาตรการปิดเมืองกับประชาชน 56 ล้านคนในมณฑลหูเป่ยและเมืองอู่ฮั่น ซึ่งเป็นต้นตอการระบาด ขณะที่อีกหลายเมืองที่อยู่ไกลจากศูนย์กลางการระบาดต้องขอให้ประชาชนอยู่แต่ภายในบ้านและจำกัดจำนวนคนที่ออกมานอกบ้าน เพื่อหาซื้อสิ่งของจำเป็น

การระบาดของไวรัสยังแพร่กระจายออกไปในอีก 25 ประเทศ ทำให้รัฐบาลของประเทศต่างๆ ต้องดำเนินมาตรการป้องกันและรับมือการระบาด โดยห้ามการเดินทางผ่านเข้ามาจากจีนและเตือนพลเมืองให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปจีน

ขณะที่เกาะฮ่องกงคุมเข้มป้องกันการระบาดมากขึ้น ด้วยการออกกฏใหม่ว่าใครก็ตามที่เดินทางมาจากจีน จะต้องกักตัวเองอยู่ในห้องของโรงแรม หรือศูนย์กักโรคของทางการ ส่วนชาวฮ่องกงที่เดินกลับจีนจะต้องกักตัวเองอยู่ในบ้าน หากฝ่าฝืนจะถูกจำคุกเป็นเวลา 6 เดือน โดยในฮ่องกงพบผู้ติดเชื้อ 26 คนและมีผู้เสียชีวิต 1 คน

นอกจากนี้ยังพบการระบาดบนเรือสำราญไดมอนด์ ปริ้นเซส ที่ถูกกักโรคอยู่ที่ท่าเรือเมืองโยโกฮามะ โดยจำนวนผู้ติดเชื้อบนเรือเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าในช่วงเวลาเพียงข้ามคืนจาก 20 คนเป็น 61 คน

มีรายงานว่าผู้โดยสารที่อยู่บนเรือจะต้องอยู่ภายในห้องนานถึง 23 ชั่วโมงในแต่ละวัน และได้รับอนุญาตให้ออกมาสูดอากาศภายนอกได้คนละไม่ถึง 1 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังจะต้องอยู่ห่างในระยะ 3 ฟุตและสวมหน้ากากอนามัย โดยผู้โดยสารหลายพันคนและลูกเรือของเรือสำราญลำนี้จะถูกกักโรคอยู่บนเรือเป็นเวลา 14 วัน

นายทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก แถลงว่าในช่วง 2 วันที่ผ่านมาตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ในจีนลดลง ซึ่งเป็นเรื่องดี แต่ก็เตือนว่าตัวเลขดังกล่าวอาจกลับมาเพิ่มขึ้นอีก

นายทีโดรส ยังแสดงความวิตกที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขกำลังเผชิญปัญหาจากการขาดแคลนอุปกรณ์ในการป้องกันตัวเองจากเชื้อไวรัส เนื่องจากความต้องการอุปกรณ์ดังกล่าวที่เพิ่มสูงไม่ว่าจะเป็นเสื้อคลุม ถุงมือ และหน้ากากอนามัย โดยความต้องการเพิ่มสูงกว่าในช่วงปกติถึง 200 เท่าและราคาสูงถึง 20 เท่า พร้อมทั้งชี้ว่าการขาดแคลนดังกล่าว เกิดจากการใช้อุปกรณ์เหล่านี้อย่างไม่เหมาะสมในวงกว้าง แทนที่จะใช้ในการดูแลผู้ป่วยติดเชื้อ แต่มีการฉวยโอกาสทำกำไรจากช่วงภาวะวิกฤต