ศาลเตรียมพิจารณาคดีสุนัขข้ามชาติ

ภูมิภาค
02:31
จำนวนผู้ชม 13
Thai PBS
ศาลเตรียมพิจารณาคดีสุนัขข้ามชาติ

ศาลจังหวัดนครพนมเตรียมพิจารณาคดีผู้ต้องหา 3 คนที่ถูกจับขณะกำลังนำสุนัขกว่า 2,000 ตัวส่งไปประเทศเวียดนาม ขณะที่เลขาธิการสมาคมพิทักษ์สัตว์แพทย์เตรียมเสนอรัฐบาลให้มีคำสั่งปิดกิจการค้าเนื้อสุนัขทั้งหมดเพื่อแก้ปัญหาระยะยาว ขณะที่ผู้ให้การสงเคราะห์สุนัขจรจัดเสนอให้รัฐบาลมีมาตรการควบคุมปัญหาอย่างจริงจัง เพราะปัญหานี้ถือเป็นปัญหาระดับชาติ

ทีมสัตวแพทย์จากสมาคมพิทักษ์สัตว์ไทยยังคงเร่งรักษาสุนัขที่บริเวณด่านกักกันสัตว์จังหวัดนครพนม หลังพบว่าหลายตัวอาการยังน่าเป็นห่วง โดยนายโรเจอร์ โลหะนันท์ เลขาธิการสมาคมพิทักษ์สัตว์ไทย กล่าวว่า จะเร่งรักษาสุนัขที่บาดเจ็บ และจะรวบรวมข้อมูลปัญหาการค้าสุนัขเสนอต่อรัฐบาล เพื่อให้มีคำสั่งปิดกิจการค้าเนื้อสุนัขทั้งหมด โดยเชื่อจะสามารถแก้ปัญหาในระยะยาวได้

ขณะที่นายไพรัช ประทุมสุวรรณ ปศุสัตว์จังหวัดนครพนม กล่าวว่า จังหวัดนครพนมมีจุดพักสุนัขหลายแห่ง แต่กลุ่มคนร้ายมักไหวตัวทันก่อนเจ้าหน้าที่จะไปถึง พร้อมยอมรับว่าที่ผ่านมาผู้กระทำผิดได้รับโทษเพียงเสียค่าปรับเท่านั้น

ส่วนความคืบหน้าการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้ง 3 คนที่ถูกจับ เบื้องต้นมีรายงานว่า ตำรวจภูธรศรีสงคราม อำเภอศรีสงคราม ผู้รับผิดชอบคดี ได้ทำสำนวนส่งอัยการฟ้องแล้ว 6 ข้อหา แยกเป็น 3 คดีตามจำนวนรถของกลางที่ยึดได้ โดยศาลจะพิจารณาคดีในวันที่ 26 กันยายน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ประสานให้เจ้าของสุนัขที่ถูกขโมยเข้าแจ้งความ เพื่อเพิ่มข้อหาลักทรัพย์กับผู้ต้องหาทั้ง 3 คน เนื่องจากกฎหมายที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดการค้าสุนัขมีบทลงโทษไม่รุนแรง

ขณะที่นางมณี แสงจันทร์ หญิงชราวัย 72 ปี ผู้ให้การสงเคราะห์สุนัขจรจัดกว่า 600 ตัวมานานเกือบ 40 ปี ในอำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า ปัญหาการลักลอบค้าสุจัข เป็นปัญหาระดับชาติที่รัฐบาลควรให้ความสำคัญ เพราะเชื่อว่าสุนัขจรจัด เป็นเป้าหมายหลักของกลุ่มผู้ลักลอบ ดังนั้น การลดจำนวนด้วยการคุมกำเนิด และการออกกฎหมายควบคุมให้ผู้เลี้ยงรับผิดชอบต่อสัตว์เลี้ยงของตัวเอง เป็นแนวทางที่รัฐบาลควรผลักดันอย่างจริงจัง

สำหรับกฎหมายเอาผิดกับผู้ที่กระทำความผิดในการลักลอบขนสุนัขที่ผ่านมามีเพียงโทษปรับเท่านั้น หลายภาคส่วนจึงมีความพยายามเสนอให้มีการออกกฎหมายบังคับใช้กับผู้เลี้ยง และการคุมกำเนิดให้กับสุนัขจรจัด เพื่อลดจำนวนประชากรสุนัขลง โดยหวังว่าอาจสามารถช่วยแก้ปัญหาการลักลอบขนสุนัขให้หมดไปจากประเทศไทยได้