"สนธิรัตน์" เล็งหารือ "กัมพูชา" ใช้ประโยชน์พื้นที่ทับซ้อนทางทะเล

เศรษฐกิจ
12:10
จำนวนผู้ชม 518
Thai PBS
"สนธิรัตน์" เล็งหารือ "กัมพูชา" ใช้ประโยชน์พื้นที่ทับซ้อนทางทะเล

วันนี้ (4 ก.ย.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงาน ครั้งที่ 37 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพได้เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการประชุม ซึ่งมี 10 รัฐมนตรีอาเซียนร่วมการประชุมในครั้งนี้ และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยมีรัฐมนตรีพลังงานจากประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ เข้าร่วมประชุม

นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้จะช่วยให้อาเซียนเดินหน้าสู่การสร้างยุทธศาสตร์พลังงานของอาเซียนร่วมกันและสร้างความยั่งยืนด้านพลังงานระหว่างกันโดยไม่ทิ้งประเทศใดไว้ข้างหลัง เนื่องจากประเทศภูมิภาคอาเซียนมีความต้องการด้านพลังงาน และกำลังก้าวเข้าสู่ยุคพลังงานแห่งอนาคต ดังนั้น พลังงานสะอาดและพลังงานทดแทนจะกลายเป็นพลังงานหลักต่อไปในอนาคต ซึ่งการพัฒนาตลาดและการลงทุนด้านพลังงาน รวมทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีด้านพลังงานแห่งอนาคต ทั้งในส่วนของเชื้อเพลิงฟอสซิลและไม่ใช่ฟอสซิล จึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งต่อการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับภูมิภาค เพราะอาเซียนได้เห็นชอบร่วมกันในการผลักดันเป้าหมายด้านพลังงานทดแทนให้ถึงร้อยละ 23 ในปี 2568 และในฐานะไทยเป็นเจ้าภาพอาเซียน จะผลักดันให้เกิดร่วมมือซื้อขายไฟฟ้าระหว่าง 3 ประเทศ คือ ไทย-สปป.ลาว-มาเลเซีย ที่เป็นรูปธรรม และจะขยายไปสู่ประเทศอื่นๆ ในอาเซียน

ผมขอให้ผู้เข้าร่วมประชุมและจดจำรอยยิ้มสยามของนายกรัฐมนตรีเอาไว้ด้วย เพราะถือว่าคนไทยชอบยิ้มแม้จะทำงานหนักก็ต้องยิ้มเอาไว้ก่อน

นายกรัฐมนตรี ยังระบุว่า วันนี้มีภารกิจต้องไปพบประชาชนที่ประสบอุทกภัยภาคเหนือ โดยไป 2 จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งช่วงนี้พายุกำลังเข้าแต่ก็คงผ่านหลายประเทศ แต่ละประเทศก็ได้รับปัญหามากหมือนกัน สะท้อนว่าโลกเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะมีผลกระทบต่อพลังงานด้วยในอนาคตในเรื่องพลังงานจากน้ำเหล่านี้เป็นปัญหาหมด เรื่องการผลิตน้ำจากเขื่อน

ซึ่งไทยประสบปัญหา เนื่องจากฝนตกใต้เขื่อน ซึ่งเขื่อนของเราสร้างมาก่อนแล้ว 20-30 ปี สมัยก่อนน้ำเต็ม จึงเป็นปัญหาที่ไทยต้องแก้ในอนาคต และประเทศที่อยู่ในอาเซียน หรือประเทศที่อยู่ไกลออกไปก็ต้องวางหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ของประเทศไทยได้ดูแลช่วยเหลือซึ่งกันและกันในเรื่องของเศรษฐกิจไปด้วยกัน อาเซียนวันนี้มูลค่าร่วมกัน


ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ระบุว่า หนึ่งในการหารือกับอาเซียนวันนี้ คือการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ไทย-กัมพูชา ที่ยุติการเจรจามานาน 20-30 ปี ไทยจะหารือเพื่อให้ได้ข้อสรุปและจะกำหนดเป็นยุทธศาสตร์ชาติด้านพลังงานในอนาคต แม้ว่าวันนี้จะไม่ได้ข้อยุติ เพราะเป็นที่เจรจาในกรอบระหว่างประเทศ แต่จะเป็นเรื่องแรกของรัฐบาลชุดนี้จะหารือ และเชื่อว่าทุกฝ่ายมีความตั้งใจร่วมกันในการผลักดันของทั้ง 2 ประเทศ เพราะโดยพื้นฐานกัมพูชามีความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าค่อนมาก ขณะที่ไทยสามารถผลิตไฟฟ้าได้สูง จึงต้องวางนโยบายให้ไทยเป็นตัวกลางของภูมิภาค เพื่อนำพลังงานไปสู่ประเทศกัมพูชาได้อย่างไร

กัมพูชาต้องการจะขยายโรงไฟฟ้า และไทยมีศักยภาพในด้านผลิตไฟฟ้า เช่นเดียวกับความร่วมมือกับ 3 ประเทศ ไทย-ลาว -มาเลเซีย ที่ร่วมเชื่อมโยงสายส่งระหว่างอาเซียน หรือ Grid ของภูมิภาค จะเป็นโมเดลต้นแบบนำไปสู่พหุภาคีและสนองให้ไทยเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยง พลังงานไฟฟ้าสู่อาเซียน

สำหรับการเจรจากับอาเซียน จะวางกรอบการเพิ่มการใช้พลังงานทดแทนในอาเซียน เนื่องจากอาเซียนวางสัดส่วนใช้พลังงานทดแทน ร้อยละ 23 แต่ตามแผนพัฒนาพลังงานผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือพีดีพีของไทย ต้องการผลักดันร้อยละ 33 จึงต้องขับเคลื่อนพลังงานทดแทนให้มีบทบาทมากขึ้น โดยเฉพาะพลังงานจากพืชผลทางการเกษตร ตามโครงการหนึ่งชุมชนหนึ่งพลังงาน

การประชุม AMEM ครั้งที่ 37 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-6 ก.ย. 2562 โดย 10 ประเทศ สมาชิกอาเซียน และจะมี 8 ประเทศนอกสมาชิกอาเซียนร่วมสังเกตการณ์ด้วย ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหรัฐฯ รัสเซีย อินเดีย นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย