วันนี้ (24 ส.ค.2569) พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เรียกประชุมชุดสืบสวน สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี ติดตามความคืบหน้าคดีครูโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ถูกนักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 อายุ 16 ปี กล่าวหาว่า ล่วงละเมิดทางเพศ โดยอ้างเงื่อนไขเกี่ยวกับการแลกผลการเรียน
รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ระบุว่า ตำรวจรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับกรณีนี้มาประมาณ 1 สัปดาห์ พร้อมตรวจสอบข้อมูล และคลิปหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์
ส่วนผู้เสียหาย ตำรวจได้ประสานบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดชลบุรี เข้าดูแลในเบื้องต้น เพื่อเตรียมนำเข้าสู่กระบวนการสอบปากคำโดยทีมสหวิชาชีพ
รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ยังระบุถึงกรณีที่ผู้เสียหายอ้างว่า โรงเรียนมีเอกสารที่เขียนด้วยลายมือ คล้ายเป็นข้อตกลง เนื้อหาระบุความสัมพันธ์ระหว่างตัวนักเรียนผู้เสียหายกับครูผู้สอน และมีข้อตกลงให้ครูคนดังกล่าวย้ายออก เพื่อให้นักเรียนเรียนต่อได้ และให้ครูที่ถูกกล่าวหา จ่ายเงิน 50,000 บาท เพื่อชดเชยด้านจิตใจให้ผู้เสียหาย
นอกจากนั้น ยังระบุเงื่อนไขด้วยว่า หลังจากเซ็นเอกสารดังกล่าว หากมีวิดีโอหรือคลิปเผยแพร่ออกไป นักเรียนและผู้ปกครอง ต้องรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้น
ซึ่งมองว่าประเด็นนี้จำเป็นต้องพิจารณา ทั้งอายุ วุฒิภาวะ และความสัมพันธ์ระหว่างคู่กรณี โดยเฉพาะครู ซึ่งอยู่ในฐานะผู้ใหญ่ และมีหน้าที่ดูแลนักเรียน ต้องตระหนักถึงความเหมาะสมและข้อกฎหมาย
ผอ.โรงเรียนยืนยันไม่เข้าข้างครูล่วงละเมิดทางเพศ สั่งตั้ง กก.สอบ
ขณะที่ ผู้อำนวยการโรงเรียน ระบุว่า ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเชิญนักเรียน ผู้ปกครอง และครูผู้ถูกกล่าวหามาให้ข้อมูล รวมทั้งพิจารณาพยานหลักฐานที่พบพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดวินัยร้ายแรง พร้อมส่งเรื่องให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา พิจารณาตามขั้นตอน ล่าสุด มีคำสั่งให้ครูคนดังกล่าว หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว
ส่วนกรณีการขอย้ายโรงเรียน ผู้อำนวยการโรงเรียน ชี้แจงว่า ครูคนดังกล่าว ยื่นคำร้องขอย้ายตามรอบปกติ ซึ่งเป็นสิทธิของบุคลากร ไม่ใช่คำสั่งย้ายที่เกิดจากกรณีนี้โดยตรง
ยกระดับกฎหมายป้องกันล่วงละเมิด-หาประโยชน์ทางเพศ
ปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศในโรงเรียน เป็นปัญหาเรื้อรัง ซึ่งมูลนิธิชายหญิงก้าวไกลชี้ว่า เพราะครูหรือผู้บริหารโรงเรียน ใช้ "ความสัมพันธ์เชิงอำนาจ" ก่อเหตุล่วงละเมิดเด็ก ซึ่งเด็กไม่กล้าส่งเสียง และยอมแบกรับบาดแผลทางจิตใจเพียงลำพัง
ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ส.) สร้างกฎเหล็กป้องกัน แม้แต่การอยู่กับนักเรียนตามลำพัง ผู้บริหารโรงเรียนต้องควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด แต่การล่วงละเมิดทางเพศยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง และมีความซับซ้อน รวมถึงการส่งข้อความคุกคามทางออนไลน์ จึงมีความพยายามยกระดับความปลอดภัยให้เด็ก และกลุ่มเปราะบาง
ขณะนี้ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร อยู่ระหว่างเปิดรับฟังความเห็น ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งผ่านการตรวจพิจารณาจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว เพิ่มความผิด และยกระดับการคุ้มครองเด็กและกลุ่มเปราะบาง
สาระสำคัญ ได้แก่ กำหนดความผิดใหม่ 5 ลักษณะ ทั้งการล่อลวงเพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศ ส่งสื่อส่อทางเพศให้เด็ก ข่มขู่เปิดเผยเรื่องทางเพศ การสะกดรอยหรือรบกวนความเป็นส่วนตัว และการกลั่นแกล้งรังแก ทำให้เดือดร้อน หวาดกลัว
ซึ่งร่างแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ จะยกระดับการป้องกัน ทำให้การสะกดรอย รวมถึงกลั่นแกล้งรังแก เป็นความผิดที่ยอมความไม่ได้ และหากกระทำต่อเด็ก ผู้ใต้บังคับบัญชา หรือลูกจ้าง จะมีโทษหนักขึ้น
หากกระทำผิดซ้ำ ศาลสามารถเพิ่มโทษและสั่ง "กักกัน" ได้ รวมถึงขยายอำนาจนำผู้กระทำผิดนอกราชอาณาจักร มารับโทษในไทยโดยกฎหมายฉบับนี้จะเปิดรับฟังความคิดเห็น วันที่ 9 ก.ย นี้ ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี และสภาผู้แทนราษฎรต่อไป
อ่านข่าว :
DSI ส่งฟ้อง "ชนนพัฒฐ์" คดีเว็บพนัน-ฟอกเงิน พร้อมสำนวนคดีกว่า 12,000 หน้า
ราชทัณฑ์เสนอเกณฑ์ลดโทษ คดีประหารต้องจำคุกขั้นต่ำ 25 ปี
บังคับใช้แล้ว! สิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569
