นายกฯ ระบุแก้ รธน.ต้องดูประชาชนได้ประโยชน์หรือไม่

การเมือง
14:52
จำนวนผู้ชม 752
Thai PBS
นายกฯ ระบุแก้ รธน.ต้องดูประชาชนได้ประโยชน์หรือไม่

วันนี้ (6 ส.ค.62) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านเดินสายรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า เรื่องนี้อยู่ในนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้ว แต่ต้องมาศึกษาในประเด็นที่จะการแก้ไข โดยสิ่งสำคัญต้องดูว่าจะแก้รัฐธรรมนูญเพื่ออะไร เพื่อใคร ประชาชนจะได้ประโยชน์หรือไม่ ส่วนประเด็นอื่นๆต้องหารือกันต่อไป

ยังมีเรื่องเร่งด่วนที่สำคัญกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือ เรื่องปัญหาเศรษฐกิจที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ปัญหาปากท้องประชาชน เรื่องการบริหารจัดการ เรื่องปัญหาภัยแล้ง

นายกฯ ระบุ มีความคืบหน้าเหตุระเบิดป่วนกรุ

พล.อ.ประยุทธ์ ยังเปิดเผยถึงความคืบหน้าเหตุระเบิดในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ว่ามีการรายงานความคืบหน้าประจำวันให้ได้รับทราบ โดยมีความคืบหน้าไปมากแต่อยู่ในกระบวนการสืบสวนสอบสวนและทราบว่ามีผู้เกี่ยวข้องถึง 9 คนแล้ว ซึ่งจะดำเนินการต่อไปเพื่อนำผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลพยายามทำเรื่องนี้ให้ดีที่สุด และขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายรวมถึงประชาชนที่ช่วยเป็นหูเป็นตาและให้ข้อมูลกับภาครัฐ

ส่วนกรณีนางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.พลังประชารัฐ โพสต์ข้อความในโซเชียลฯ พาดพิงตัวบุคคลที่อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิด นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้สอบถามนักการเมืองหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทางนางสาวปารีณาก็คงจะชี้แจงผ่านทางเฟซบุ๊ก ซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องพิสูจน์กันต่อไป

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้ต้องช่วยกันระวังข่าวเท็จ ข่าวมั่ว หรือเฟคนิวส์ ซึ่งหลายครั้งมีการโพสต์โดยไม่มีข้อเท็จจริง แม้จะเป็นสิทธิส่วนบุคคลในการแสดงความเห็นผ่านโซเชียลฯ แต่ทุกคนต้องรับผิดชอบด้วย

ถ้าเราใช้เชิงสร้างสรรค์ก็มีประโยชน์มหาศาล มีทั้งประโชน์ มีทั้งโทษในการใช้โซเชียล หลายเรื่องเขาโพสต์ส่งมาในนามผมก็มี เพจลุงตู่ เลอะเทอะไปหมด ทั้งๆที่ผมไม่ได้ตั้งเพจมากมาย เป็นเรื่องคณะทำงานเขาตั้งไป

นายกฯเห็นใจปวิน ถูกทำร้าย ยืนยันรัฐบาลไม่เกี่ยวข้อง

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ผู้ต้องหาที่หลบหนีในคดี 112 ถูกทำร้ายร่างกายที่กรุงเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ว่า ส่วนตัวรู้สึกเห็นใจ และยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว ซึ่งแต่ละประเทศต่างมีกติกา ที่จะไม่ให้ผู้ที่เคลื่อนไหวในลักษณะต่อต้านรัฐบาลของประเทศเพื่อนบ้าน ให้พักอาศัยอยู่ในประเทศของตัวเอง แต่ในกรณีที่เกิดขึ้น ส่วนตัวไม่ทราบว่ามีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่.