ดันสายเหยี่ยว “ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์” ขาลุยชายแดนเขมร-ใต้ นั่งเลขาสมช.

การเมือง
18:25
จำนวนผู้ชม 73
Thai PBS
ดันสายเหยี่ยว “ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์” ขาลุยชายแดนเขมร-ใต้ นั่งเลขาสมช.

หลังครม.มีมติอนุมัติเห็นชอบแต่งตั้ง“ฉัตรชัย บางชวด” เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นั่งตำแหน่ง ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี แทนนางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ที่จะเกษียณอายุราชการสิ้นเดือนกันยายนนี้ โดยนายฉัตรชัยเหลืออายุราชการอีก 1 ปี ก่อนเกษียณในปี 2570 และเตรียมตั้ง “เสธ.ปูด้วง” พลเอกชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขานุการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (รมน.) คนปัจจุบันมานั่งในตำแหน่งดังกล่าว นอกจากจัดระเบียบงานการข่าวแล้ว ยังเปิดโอกาสให้ "สายเหยี่ยว" เข้ามามีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายด้านความมั่นคงชายแดน

พลเอกชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์  เสนาธิการทหารบก  ในฐานะเลขานุการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (รมน.)

พลเอกชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขานุการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (รมน.)

หลังมีกระแสข่าวดังกล่าว วันนี้ ( 25ส.ค.2569) ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ถือเป็นการเดินหน้าความมั่นคงอย่างเต็มสูบ และเดิมพันกับความเชื่อมั่นว่า บุคคลที่จะมารับหน้าที่อันหนักอึ้งและท้าทายกับตำแหน่งนี้จะเป็นใคร ตอนนี้ “เข็มทิศชีวิต“ ของรัฐบาลนี้ ตลอดจนคาดการณ์ของสื่อ น่าจะจบลงที่ชื่อ พลเอกชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ "เสธ.ปูด้วง"

...ถ้าถามว่า บุคคลท่านนี้เหมาะสมเพียงใด ก็ต้องขออนุญาตตอบว่า “เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง” คุณสมบัติจากการที่ได้สัมผัส และรับฟังข้อมูลจากหลายแหล่งข่าวข้อมูล มีดังนี้

1. นายกรัฐมนตรี ให้เกียรติและให้ความไว้วางใจในระดับที่สูงมาก มักจะถามถึง หรือโทรศัพท์สอบถามในหลายวาระ ทั้งงานด้านมั่นคง , ชายแดน, การข่าว, งบประมาณ

2. เป็นทหารที่ครบเครื่องทั้งสายบู๊และบุ๋น โดยเฉพาะสายบู๊ ผ่านชีวิตราชการ เป็นทหารชาย แดนฝั่งตะวันตก กาญจนบุรี คู่ขนานกับเป็นกุนซือสายบุ๋น การเติบโตในสายอำนวยการ โดยเฉพาะผ่านตำแหน่งเจ้ากรมยุทธการทหารบก ที่ถือครีม มันสมอง เป็นตำแหน่งที่นายทหารหลายคนหมายปองใฝ่ฝันถึง หากไม่ได้เป็นแม่ทัพภาค แต่เป็น เจ้ากรมยุทธการทหารบก นี่แหละที่แวดวงในกองทัพ จะยอมรับว่า เก่งจริง สุดจริง

3. เป็นนายทหารที่มีความเชื่อมั่นในตนเองสูง และมีชั้นเชิงไหวพริบในการสื่อสารที่ดีมาก ไม่เคยปฏิเสธการถูกเชิญไปชี้แจงที่กรรมาธิการต่าง ๆ ในรัฐสภา มักมาชี้แจงด้วยตนเองเสมอ ตั้งแต่ยังอยู่ในกรมยุทธการทหารบก มาแล้ว มีวาทะศิลป์มีวิธีการที่คนฟังรับสารรู้ทันทีว่า ทำการบ้านมาหรือไม่ รู้จริงหรือไม่ และฝ่ายการเมืองทุกขั้วมักจะยอมรับเสมอว่า ครบทุกประเด็น และยิ่งเป็นช่วงภาวะชุลมุนที่ผู้คนทั้งประเทศกำลังสับสน หรือมีคำถาม และต้องการรับฟัง บุคคลที่สื่อสารเข้าใจง่าย และตรงประเด็น โดยเฉพาะงานด้านความมั่นคง ถือว่านายทหารท่านนี้ มาได้จังหวะ

4. เหมาะสมกับตำแหน่งเลขาฯ สมช. ไม่ใช่เพราะเป็นทหาร จะรู้แต่ด้านทหาร หรือความมั่นคงแต่พลเอกชัยพฤกษ์ มีคุณสมบัติในการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทุกมิติ ได้ครบรอบด้าน โดยเฉพาะความมั่นคงพลังงาน , สังคม และเทคโนโลยี , ข่าวสาร

5. การเคยผ่านงานด้านยุทธการ มายาวนาน เป็นผู้สันทัดในการทำแผนปฏิบัติ แผนยุทธศาสตร์ของประเทศ เก็บประเด็นในที่ประชุมได้ไว ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของนายกรัฐมนตรีได้ หากนายกฯ มีคำถามอะไร ก็สามารถให้คำอธิบาย หรือข้อมูลนายก หรือฝ่ายการเมืองได้ทันที

โยกสายเหยี่ยว “ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์” ขาลุยชายแดนเขมร-ใต้ นั่งเลขาสมช.

โยกสายเหยี่ยว “ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์” ขาลุยชายแดนเขมร-ใต้ นั่งเลขาสมช.

สำหรับประวัติ “เสธปูด้วง” พลเอก ชัยพฤกษ์ เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 26 เพื่อนร่วมรุ่นกับ “บิ๊กปู” พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) “บิ๊กคิม” พล.อ.อ.เสกสรร คันธา “บิ๊กคิม” ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.กลาโหม และ พล.อ.บุญสิน พาดกลาง “แม่ทัพกุ้ง” อดีตแม่ทัพภาคที่

เส้นทางรับราชการ เติบโตจากชายแดนภาคตะวันตก กองทัพภาคที่ 1 สังกัด กองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ เมืองกาญจนบุรี หลังเรียนจบจากโรงเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 26 และนายร้อยจปร.รุ่นที่ 37 ก็ลงประจำการในตำแหน่ง ผู้บังคับหมวดปืนเล็กกองร้อยอาวุธเบา (ร.19 พัน2) (ผบ.มว.ปล. ร้อย.อวบ. ร.19 พัน.2)

ต่อม ย้ายมาเป็นผู้บังคับหมวด กรมนักเรียนนายร้อย จปร. รักษาพระองค์ ก่อนย้ายมาเป็นผู้หมวดปืนเล็ก ร.1 พัน.4 รอ. และก้าวหน้าตามลำดับ จนเป็นผู้บังคับกองร้อยสนับสนุน หลังจบจากโรงเรียนเสนาธิการทหารบกได้ย้ายมาเป็น ฝ่ายเสนาธิการประจำกรมยุทธการทหารบก (ยก.ทบ.) เข้ามาสู่ฝ่ายอำนวยการ และกลายเป็นหน่วยสำคัญ

พลเอกชัยพฤกษ์ได้เรียนรู้งานด้านยุทธการ การวางแผนและการรบ จนเป็นผู้อำนวยการกองยุทธการฯ และ ผอ. กองสำนักนโยบายและแผน และผู้อำนวยการกองการฝึก ยก.ทบ. จนกระทั่ง “บิ๊กป็อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ในยุคนั้น ได้ดึงตัวไปช่วยงานอยู่ในทีมฝ่ายเสนาธิการ ต่อเนื่องมาจนยุคของ “บิ๊กตู่” พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาเป็นผบ.ทบ.

ต่อมาได้ขยับเป็น รองเจ้ากรมยุทธการทหารบกและเป็น เจ้ากรมยุทธการทหารบก และ เป็น รอง เสธ.ทบ. และขึ้นเป็นพลเอกใน ตำแหน่งเสนาธิการทหารบก ควบตำแหน่งเลขาธิการกอ.รมน. ในการโยกย้ายตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ถือเป็นมือหลักด้านงานความมั่นคงคนสำคัญ และมีบทบาทในช่วงเหตุการณ์สู้รบระหว่างไทย-กัมพูชา ทั้ง 2 รอบ ตั้งแต่ ก.ค. และธ.ค. 2568

โดยช่วงเกิดเหตุการณ์การสู้รบระหว่างไทยและกัมพูชา “เสธปูด้วง” พลเอกชัยพฤกษ์ ได้รอบมอบหมายให้เป็นตัวแทนผบทบ. เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจกำลังพลอยู่เสมอ รวมทั้งเดินทางลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่บ่อยครั้ง

การใช้คนให้เหมาะกับงาน โดยเฉพาะการปิดช่องโหว่ “งานด้านการข่าว” จึงทำให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เปิดไฟเขียว ย้ายโอน “เสธปูด้วง” นายทหารสายเหยี่ยว จากกองทัพบก ไปอยู่สำนักนายกรัฐมนตรีในตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ตามรอยนายทหารรุ่นพี่ ทั้ง “บิ๊กเล็ก” พล .อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ และพล.อ.สุพจน์ มาลานิยม รวมทั้งนายทหารก่อนหน้านี้อีกหลายนาย

อ่านข่าว

มวลชนพร่อง -ช่องโหว่การข่าว สะท้อนศักยภาพรัฐ ท้าทายป่วน "ชายแดนใต้"