"ลูเต้อร์" ต้นแบบสุนัขนำทางคนพิการทางสายตาเข้าพื้นที่สาธารณะ

สังคม
09:22
จำนวนผู้ชม 1,711
Thai PBS
 "ลูเต้อร์" ต้นแบบสุนัขนำทางคนพิการทางสายตาเข้าพื้นที่สาธารณะ

วานนี้ (30 ก.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กผู้ว่าฯอัศวิน ของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ในการประชุมหัวหน้าหน่วยงานกทม.ได้เชิญ น.ส.คีริน เตชะวงษ์ธรรม หรือ “น้องทราย” ผู้พิการทางสายตาที่ใช้สุนัขนำทาง ชื่อ “ลูเตอร์” มาร่วมหารือเกี่ยวกับการเข้าถึงบริการต่างๆ สำหรับผู้พิการทางสายตาที่ใช้สุนัขนำทาง

พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า ในเรื่องการให้บริการและจัดสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการทางสายตา รวมถึงผู้พิการทางสายตาที่มีสุนัขนำทางนั้น มีกฎหมายรองรับอยู่แล้ว เพียงแต่ในประเทศไทย ไม่มีโรงเรียนฝึกสอนสุนัขนำทาง และกรณีน้องทรายกับสุนัขนำทางน่าจะเป็นคนเดียวเราจึงจะไม่ทราบข้อปฏิบัติหรือหลักเกณฑ์ที่เหมาะสม

เบื้องต้นได้สั่งการให้สำนักสิ่งแวดล้อม กทม. ซึ่งมีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบสวนสาธารณะในกรุงเทพฯ ไปทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ประจำสวน และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ในการให้บริการสวนสาธารณะสำหรับผู้พิการทางสายตาที่ใช้สุนัขนำทาง และให้ติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนเข้าใจถึงข้อจำกัดในการใช้สวนสาธารณะสำหรับสุนัขนำทางและสุนัขเลี้ยงด้วยครับ

โรงพยาบาล-เข้าได้แต่จัดที่พักให้น้องหมา

ส่วนการเข้าถึงบริการในสถานที่ต่างๆ เช่น โรงพยาบาล และสถานพยาบาลต่างๆ เนื่องจากสภาพแวด ล้อมของต่างประเทศและประเทศไทยอาจมีความแตกต่างกัน ที่ประชุมจึงเสนอทางเลือกในการเข้าสถานพยาบาลที่มีความเหมาะสม โดยเมื่อมาถึงสถานพยาบาล จะจัดให้มีสถานที่พักคอยสำหรับสุนัขนำทาง เพื่อที่จะไม่รบกวนผู้ป่วยท่านอื่น และประชาชนไม่เข้าไปรบกวนสมาธิในการทำงานของสุนัขนำทางด้วย

จากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลมารับช่วงต่อ เพื่ออำนวยความสะดวกผู้พิการทางสายตาไปยังจุดบริการต่างๆ ซึ่งน้องทรายและครอบครัวเห็นด้วยกับทางเลือกดังกล่าว และจะพิจารณารายละเอียดและกำหนดหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมในสถานที่ราชการของกทม.ต่อไป

สำหรับอุปสรรคสำคัญอีกอย่างในการใช้ชีวิตประจำวันของผู้พิการทางสายตา ไม่ว่าจะมีสุนัขนำทางหรือไม่ก็ตาม คือ ปัญหาการข้ามถนน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหารถไม่จอดเมื่อสัญญาณไฟหยุดรถแจ้งเตือน และการขับขี่รถบนทางเท้า ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่แก้ยากเหลือเกินครับ ถึงจะมีกฎหมายเอาผิดก็ตาม

ติดตั้งสัญญาณเตือนทางม้าลายมีเสียง

ส่วนที่ขอให้มีการติดตั้งสัญญาณไฟแบบมีเสียงเพิ่มเติม กทม.ดำเนินการอยู่แล้ว และกำลังทยอยติดตั้งอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ มากที่สุด รวมถึงจะปรับปรุงทางลาดทางเท้าให้เรียบเสมอผิวถนนเพื่อไม่ให้ผู้พิการสะดุดล้มด้วย

ข้อเสนอแนะหลายๆ อย่างต้องขอขอบคุณน้องทรายและครอบครัวอย่างมาก เพราะในอนาคตกทม.อาจจะมีผู้พิการทางสายตาที่ใช้สุนัขนำทาง ทั้งชาวไทยและต่างชาติมากขึ้น เพื่อที่จะได้มีการปรับปรุงการเข้าถึงบริการต่างๆ นอกจากนี้ยังเป็นแนวทางในการฝึกสุนัขนำทางในกรุงเทพมหานครมากขึ้น เพื่อเป็นเสมือนสิ่งอำนวยความสะดวกทางเลือกในการนำผู้พิการทางสายตาไปตามที่ต่างๆ อีกด้วย