วันนี้ (25 ส.ค.2569) เวลา 09.35 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้ กระทรวงแรงงานมีภารกิจที่สำคัญ คือ การประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน หรือ ALMM ซึ่งจะจัดขึ้นที่โรงแรมดุสิตธานี โดยมีรัฐมนตรีในประเทศอาเซียน+3 ประกอบด้วยจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เดินทางมาร่วมประชุม
นอกจากนี้ รองผู้อำนวยการโออีซีดี และอำนวยการใหญ่องค์กรแรงงานระหว่างประเทศ จะร่วมประชุมด้วยเพื่อขับเคลื่อนมิติด้านแรงงานของภูมิภาคอาเซียนให้เป็นรูปธรรม และมีผลลัพธ์ของการประชุมที่จะเป็นแนวการดำเนินภารกิจด้านแรงงานของประเทศในภูมิภาค รวมถึงเสริมความแข็งแกร่งในภูมิ ซึ่งธีมหลักคือให้มีการรับรองฝีมือแรงงานกลางของประเทศภูมิภาคอาเซียน เพื่อให้กระบวนการเคลื่อนย้ายแรงงานในภูมิภาคมีความสะดวก และมีคุณภาพ
ทั้งนี้ จะมีการคุยกันในระยะ 2 ปีข้างหน้าที่ประเทศไทยจะเป็นประธานรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน โดยจะขับเคลื่อน AI Framework เพราะการเข้ามาของ AI ส่งผลกระทบต่อความเสี่ยงของแรงงานพอสมควร จึงต้องมีการกำกับดูแลเรื่องนี้ ให้มีรูปธรรม สามารถยืนยันเรื่องความมั่นคงสวัสดิภาพ และสวัสดิการของแรงงานได้
นายจุลพันธ์ กล่าวด้วยว่า เรื่องที่จะเข้าที่ประชุม ครม.วันนี้ ในส่วนของกระทรวงแรงงานมี 2 เรื่อง คือ จากการที่ผู้อำนวยการใหญ่แรงงานระหว่างประเทศ ได้ริเริ่มภาคีเครือข่ายด้านความเป็นธรรมทางสังคมระดับโลก (Global Coalition for Social Justice) โดยขณะนี้มีสถาบันการศึกษาเข้าร่วมกว่า 400 หน่วย ซึ่งวันนี้ประเทศไทยมีความพร้อมจะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุม ครม.เพื่อให้ความเห็นชอบที่จะเข้าร่วมเครือข่ายดังกล่าว ลดความเหลื่อมล้ำ และผลักดันสิทธิแรงงาน รวมถึงพัฒนาที่ยั่งยืน
นอกจากนี้ กระทรวงแรงงาน จะเสนอพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การขยายความคุ้มครองของสำนักประกันสังคมในมาตรา 33 เนื่องจากมีกลุ่มอาชีพที่ถูกยกเว้นตาม พ.ร.ก.ประกันสังคม จึงต้องการขยายความคุ้มครองให้มากขึ้น โดย 3 กลุ่มที่จะได้รับการเพิ่มเติมเข้ามาในมาตรา 33 คือ ลูกจ้างของกลุ่มทำการเพาะปลูก ป่าไม้ และเลี้ยงสัตว์ กลุ่มลูกจ้างของแม่ค้าหาบเร่แผงลอย และกลุ่มลูกจ้างของกลุ่มที่เป็นแรงงานในครัวเรือนหรือแม่บ้าน
เมื่อ พ.ร.ก.ได้รับความเห็นชอบจาก ครม.ส่งให้กฤษฎีกาพิจารณาเสร็จแล้ว เมื่อประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา จะมีระยะเวลาหลังจากประกาศตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาให้ความเห็น 180 วัน หลังจากนั้นแรงงานทั้ง 3 กลุ่มจะได้รับสิทธิในการเข้าสู่ระบบประกันสังคม โดยจ่ายสบทบจากนายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐ เพื่อให้มีความมั่นคงในชีวิต
นอกจากนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จะเสนอร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งเป็นการปรับแก้กฎหมายเพื่อให้ครอบคลุมทุกมิติของความรุนแรง โดยปรับเป็น 4 ด้านจาก 3 ด้าน คือ ด้านร่างกาย จิตใจ เพศ และเศรษฐกิจ รวมถึงการสร้างมาตรการที่คุ้มครองรวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ โดยเจ้าหน้าที่จะมีอำนาจที่ชัดเจนในการให้ความช่วยเหลือ มีการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน การดำเนินการจะมีความเป็นธรรม และมีมาตรฐาน
ที่สำคัญเรื่องของความรุนแรงในครอบครัวจะเป็นคดีที่ไม่สามารถยอมความได้ มีการกำหนดบทลงโทษที่เหมาะสม และได้สัดส่วนกับการใช้ความรุนแรง และสภาพของผู้ถูกกระทำ และมีการกำหนดบทลงโทษที่มากขึ้น กรณีที่ทำซ้ำหรือกระทำต่อเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี รวมถึงการสร้างฐานข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นกลไกที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และเป็นโครงสร้างกฎหมายที่มีความชัดเจน
รมว.แรงงาน ยืนยันว่า รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะทุกวันนี้ในสังคมมีข่าวลักษณะนี้จำนวนมาก ดังนั้นจะมีกฎหมายที่ทำให้คนไทยได้อยู่ในครอบครัวด้วยความมั่นใจ และมีความปลอดภัย
อ่านข่าว :
รมว.ท่องเที่ยว เผย "ถอนวีซา" แล้ว นักท่องเที่ยวต่างชาติข่มขู่เจ้าของสวนสัตว์ในเกาะสมุย
ส.อ.ท.หนุนเร่งปิดดีล ART ดันการค้า-ลงทุนไทย-สหรัฐฯ
