น้ำท่วมเหนือ-อีสานจากอิทธิพลพายุนกเตน
กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่าช่วงบ่ายวันนี้ (31 ก.ค.) พายุนกเตนได้อ่อนกำลังลงจากพายุโซนร้อนมาเป็นพายุดีเปรสชั่น โดยศูนย์กลางพายุได้มาถึงจังหวัดน่านเมื่อเวลา 13.00 น.ที่ผ่านมา ขณะนี้ได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำแล้ว แต่ยังส่งผลให้เกิดฝนตกหนักในจังหวัดน่านต่อไปอีก 1-2 วัน รวมทั้งหลายจังหวัดทางภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จนทำให้เกิดน้ำท่วมแล้วหลายพื้นที่
ฝนที่ตกลงต่อเนื่องทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำยมที่เอ่อเข้าท่วมชุมชนในอำเภอร้องกวาง และ อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ ขยายวงกว้าง ทำให้ถนนบางสายรถเล็กไม่สามารถผ่านได้ ล่าสุดน้ำในลำห้วยหลายสายเริ่มเอ่อล้นเข้าท่วมชุนชน และพื้นที่เกษตร ในตำบลป่าแมต ตำบลวังธง อำเภอเมืองแพร่ ส่วนพื้นที่รอบนอกเริ่มมีน้ำท่วมในที่ลุ่ม 5 อำเภอแล้วเช่นกัน โดยโรงเรียนเทพพิทักษ์ ตำบลในเวียง ต้องปิดทำการในวันพรุ่งนี้ (1 ส.ค.) จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
ส่วนหลายพื้นที่ในจังหวัดพิษณุโลกเร่งเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วม โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มลำคลองน้ำปาก ตำบลชมพู อำเภอเนินมะปราง ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำจากร่องเขาสามลูก ฝ่ายปกครองได้ขุดลอกคลองกำจัดสิ่งขวางทางน้ำ เป็นระยะทางกว่า 5 กิโลเมตร พร้อมจัดชุดสำรวจสิ่งผิดปกติบนภูเขา ล่าสุดฝนที่ตกหนักทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ส่วนที่จังหวัดหนองคายเจ้าหน้าที่ติดตั้งเครื่องสูบขนาดใหญ่ 6 เครื่อง บริเวณริมแม่น้ำโขง เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากเขตเทศบาลเมืองหนองคาย หลังฝนตกหนักปริมาณน้ำฝนวัดได้สูงถึง 400 มิลลิลิตร ทำให้เกิดน้ำท่วมขังในตัวเมืองสูงกว่า 80 เซนติเมตร ขณะนี้เริ่มลดลงเล็กน้อยแต่ยังท่วมสูง โดยนายกเทศมนตรีเมืองหนองคายระบุว่า หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มจะสามารถระบายน้ำออกได้ภายในเวลา 3 ทุ่ม
ขณะที่น้ำป่าจากอุทยานแห่งชาติภูลังกาไหลเข้าท่วมบ้านเรือนในตำบลไผ่ล้อมและตำบลนางัว อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม บ้านเรือนถูกน้ำท่วมเสียหาย โรงเรียนบ้านพืชผลต้องประกาศหยุดเรียน 1 วัน เพื่อรอดูสถานการณ์ ซึ่งตำบลไผ่ล้อมและตำบลนางัวมีลำห้วยลังกาไหลผ่าน ทำให้เกิดน้ำท่วมประจำทุกปีโดยเฉพาะในฤดูน้ำหลาก ซึ่งเหตุน้ำท่วมชุมนุมครั้งนี้หน่วยงานราชการได้แจ้งเตือนล่วงหน้าทำให้ชาวบ้านอพยพสิ่งของไปไว้ในที่สูงได้ทัน
