ผู้เลี้ยงสุกรวอนรัฐและผู้บริโภคเห็นใจ เลิกคุมราคาบิดเบือนกลไกตลาด
นายสุรชัย สุทธิธรรม นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เปิดเผยเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมว่า ขณะนี้ปริมาณผลผลิตสุกรในภูมิภาคเอเชียโดยรวมลดลงถึง 30-40% ราคาสุกรหน้าฟาร์มจึงปรับตัวสูงขึ้นแบบไม่เคยเป็นมาก่อนในประวัติการณ์ ด้านปริมาณผลผลิตสุกรของไทย ยังนับว่าน่ายินดีที่ลดลง 20-25 % เนื่องจากที่ผ่านมาเกษตรกรมีความมุ่งมั่นพัฒนาระบบการป้องกันโรค โดยเฉพาะโรค PRRS ตามมาตรการของกรมปศุสัตว์ กระทั่งเข้าสู่มาตรฐานที่เรียกได้ว่าดีและค่อนข้างทันสมัยกว่าฟาร์มทั่วไปในภูมิภาค แต่น่าเห็นใจเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรทั่วประเทศ กลับต้องแบกรับภาระการขาดทุนอย่างหนัก เพราะสุกรถูกคุมราคาให้อยู่ที่กิโลกรัมละ 70 บาทขณะที่ราคาต้นทุนในการเลี้ยงและผลิตจริงพุ่งสูงขึ้นถึงกิโลกรัมละ 75 - 80 บาทแล้ว
นายสุรชัย กล่าวว่า ภาระต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นหากเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2553 เพิ่มขึ้น 22-25% เนื่องด้วยผลผลิตสุกรที่ลดลงจากภาวะโรคระบาดและอากาศที่แปรปรวนอย่างที่ทราบ เป็นจำนวนมากถึง 22% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ภาครัฐกลับกดราคาให้เกษตรกรต้องขายสุกรในราคาต่ำกว่าทุนมาก โดยไม่คำนึงถึงความอยู่รอดของเกษตรกร ขณะที่เกษตรกรผู้เลี้ยงทำได้เพียงอดทนอดกลั้นแบกรับภาระขาดทุน โดยต้องสูญเสียส่วนต่างจากราคาสุกรที่ถูกคุมทั้งที่ควรจะได้รับไปจำนวนไม่น้อย
"เกษตรกรจึงขอวอนให้รัฐบาลและผู้บริโภคเห็นใจผู้เลี้ยงด้วย ก่อนที่ผู้เลี้ยงจะทนแบกรับภาวะขาดทุนไม่ไหวต้องเลิกเลี้ยงสุกรไปในที่สุด ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นยิ่งจะทำให้ปริมาณสุกรในตลาดลดลง ซึ่งจะกระทบต่อผู้บริโภคโดยตรง เนื่องจากจำเป็นต้องบริโภคเนื้อสุกรในราคาสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่หากรัฐบาลมีความเข้าใจและสามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ได้อย่างตรงจุดอย่างที่ท่านรองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีความเข้าใจ โดยเห็นว่าไม่ควรใช้มาตรการคุมราคาสินค้าเกษตร เพราะเป็นการบิดเบือนกลไกตลาด ไม่เป็นผลดีต่อการแข่งขันทางการค้า ทั้งยังเป็นการปิดโอกาสเกษตรกรที่จะได้ขายสินค้าเกษตรในราคาที่เหมาะสม" นายสุรชัย กล่าว
