ปภ.เตือน 8 จังหวัดภาคใต้เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก-ดินถล่ม
จากรายงานของกรมอุตุนิยมวิทยาในช่วงตั้งแต่เมื่อวานนี้จนถึงวันพรุ่งนี้ที่กำลังของมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือยังมีกำลังแรงทำให้ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยยังมีฝนตกต่อเนื่อง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจึงได้ประกาศเตือนให้ 8 จังหวัดในภาคใต้ฝั่งตะวันออกต้องติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดต่อไปอีก
โดย 8 จังหวัดในภาคใต้ฝั่งตะวันออกที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประกาศเตือนให้ต้องเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก และดินถล่มอย่างต่อเนื่องต่อไป โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดเชิง ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ราบลุ่มริมแม่น้ำได้แก่จังหวัดชุมพร นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี สงขลา พัทลุง นราธิวาส ยะลา และ ปัตตานี ซึ่งหากเกิดกรณีฉุกเฉินประชาชนสามารถขอรับความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
โดยพื้นที่บ้านควนมุย ตำบลตะกุกเหนือ อำเภอวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากฝนที่ตกต่อเนื่องในช่วงนี้ เพราะได้เกิดดินถล่มลงมาปิดถนนภายในซอยเวียงทองเป็นระยะทางยาวกว่า 5 กิโลเมตร แม้จะเกิดเหตุมาแล้ว 2 วันแต่ชาวบ้านควนมุยส่วนใหญ่ก็ยังสมัครใจจะอยู่ในพื้นที่ต่อไปเพราะเกรงว่า หากอพยพไปอยู่ที่อื่นก็จะไม่มีที่ทำกิน
สำหรับการเฝ้าระวังและเตรียมรับมือสถานการณ์ของจังหวัดนครศรีธรรมราช 1 ในพื้นที่เฝ้าระวังอาสาสมัครหนึ่งตำบล หนึ่งทีมกู้ภัยของ ตำบลเขาแก้ว อำเภอลานสกา ต้องฝึกซ้อมช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้งน้ำท่วมและดินถล่มอย่างสม่ำเสมอโดยเฉพาะการกู้ชีพในสถานการณ์คับขัน
ส่วนที่จังหวัดชุมพรแม้จะอยู่ในรายชื่อเตือนภัย แต่ขณะนี้สถานการณ์น้ำบริเวณริมชายฝั่งทะเลสาบสงขลาน้ำที่ท่วมขังในอำเภอเมือง อำเภอบางแก้ว อำเภอควนขนุน อำเภอปากพะยูน และอำเภอเขาชัยสน เริ่มลดระดับลง คาดว่า 1-2 วัน จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
ขณะที่ปศุสัตว์ จังหวัดยะลา ประกาศเตือนประชาชนให้ระวังการระบาดของโรคปากเท้าเปื่อยในวัวและควาย โดยห้ามไม่ให้นำสัตว์ที่ป่วยมาประกอบอาหาร ซึ่งหากสงสัยว่าสัตว์ที่เลี้ยงไว้ป่วยให้รีบแจ้งทางปศุสัตว์อำเภอเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค
ส่วนในลุ่มน้ำภาคกลางบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยาที่จังหวัดพิจิตรยังมีน้ำท่วมขังอีกหลายพื้นที่ โดยที่อำภอโพธิ์ประทับช้าง อำเภอสามง่าม อำเภอโพทะเล และ อำเภอบึงนาราง มีน้ำท่วมขังมานานกว่า 4 เดือนแล้วโดยคาดว่าต้องใช้เวลาอีก 1 เดือนจึงจะเข้าสู่ภาวะปกติ
ส่วนบริเวณใต้เขื่อนเจ้าพระยาที่จังหวัดชัยนาทน้ำลดระดับลงจนเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่ยังมีน้ำท่วมในทุ่งหลายแห่งในจังหวัดสิงห์บุรี อ่างทอง และ อยุธยา แต่ไม่พบว่าขณะนี้ไม่น้ำล้นตลิ่งอีกจึงคาดว่า การระบายน้ำจากทุ่งต่างๆ ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาจะทำได้เร็วขึ้น
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยสรุปสถานการณ์ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคมจนถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน โดยระบุว่ามีผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยัน จากเหตุอุทกภัยและวาตภัยที่เกิดขึ้น 224 ราย ขณะนี้ยังมีจังหวัดที่ได้รับผลกระทบอยู่อีก 17 จังหวัด
