ปชช.ภาคใต้ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
สถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ทำให้ทุกหน่วยงานยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด หลังกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศว่า ในพื้นที่ยังคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องเพราะยังอยู่ในช่วงมรสุม ขณะชลประทานจังหวัดสงขลาเร่งระบายน้ำลงสู่ทะเลสาบสงขลาเจ้าหน้าที่ชลประทานในจังหวัดสงขลานำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เร่งระบายน้ำที่ท่วมขังในอำเภอบางกล่ำ กระแสสินธุ์ และอำเภอระโนดลงไปสู่ทะเลสาบสงขลา โดยเจ้าหน้าที่สามารถระบายน้ำได้วันละ 200,000 ลูกบาศก์เมตร ขณะเดียวกันยังมี 14 หมู่บ้านในอำเภอบางกล่ำที่ยังถูกน้ำท่วมสูงกว่า 3 เมตรเนื่องจากไม่มีการเปิดประตูระบายน้ำ
ส่วนในจังหวัดสตูลยังมีฝนตกหนักลงมาอย่างต่อเนื่อง ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมคลองบำบัง ตำบลพิมาน อำเภอเมือง เริ่มได้รับผลกระทบโดยเฉพาะบ้านเรือนที่อยู่ริมตลิ่งขณะเจ้าหน้าที่ในจังหวัดปัตตานี สำรวจเกลือที่ได้ความเสียหายในตำบลตันหยงลูโละ อำเภอเมือง โดยคิดมูลค่าเสียหายกว่า 20 ล้านบาท
ชลประทานจังหวัดอุบลราชธานีระบุน้ำมูลยังเพิ่มสูงขึ้นอีก 2 เซ็นติเมตร โดยคาดว่าน้ำมูลและน้ำชีที่กำลังจะไหลลงมาสมทบในอำเภอวารินชำราบจะทำให้น้ำมูลสูงขึ้นอีกประมาณ 10 เซ็นติเมตรเช่นเดียวกับร้านอาหารที่หาดคูเดื่อ ต้องปิดกิจการไปกว่า 10 แห่งเนื่องจากไม่มั่นใจสถานการณ์น้ำ
ส่วนชาวบ้านดินแดง ตำบลดงสิงห์ อำเภอจังหาร จังหวัดร้อยเอ็ดเสริมความแข็งแรงบนแนวกระสอบทรายหลังระดับน้ำในแม่น้ำชีเพิ่มสูงอย่างต่อเนื่องโดยเจ้าหน้าที่ชลประทาน ระบุว่า มวลน้ำชีจำนวนกว่า 20 ล้านลูกบาศก์เมตรกำลังอยู่ในพื้นที่จังหวัดมหารสารคามและจังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งจะส่งผลกระทบในอีก 10 วัน
เช่นเดียวกับชาวบ้านในตำบลลำชี อำเภอฆ้องชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ เสริมแนวกระสอบทรายตลอดลำน้ำชี หลังระดับน้ำเพิ่มขึ้นวันละ 10 เซ็นติเมตรปริมาณน้ำบางส่วนเอ่อไหลเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มติดลำน้ำ ชาวบ้านต้องจัดเวรยามเฝ้าระวังระดับน้ำตลอด 24 ชั่วโมง
น้ำจากแม่น้ำยม ยังเอ่อท่วมบ้านเนินสาริกา ตำบลรังนก อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตรต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 แล้ว โดยระดับน้ำสูงประมาณ 2 เมตรผู้ประสบภัยบอกว่า ได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐเพียง 3 ครั้งเท่านั้น
สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครสวรรค์ออกให้ความรู้พร้อมแจกจ่ายวัคซีนสัตว์เลี้ยงให้เกษตรกรที่ประสบภัยถึงแม้น้ำท่วมขังหลายพื้นที่เริ่มลดระดับแต่หลายชุมชนบริเวณต้นแม่น้ำเจ้าพระยายังได้รับผลกระทบ คาดว่าระดับน้ำจะกลับสู่ภาวะปกติภายใน 1 สัปดาห์
ขณะที่โรงเรียนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาหลายสิบแห่งเตรียมเปิดเรียนในวันที่ 15 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้หลังระดับน้ำเริ่มกลับสู่ภาวะปกติ แต่ยังคงมีโรงเรียนที่มีอาคารเรียนชั้นเดียวต้องเลื่อนการเปิดเรียนไปเป็นวันที่ 24 พฤศจิกายนนี้เพราะยังมีน้ำท่วมขัง
