“นราธิวาส” สั่งปิดโรงเรียนเพิ่มรวมกว่า 100 แห่ง
น้ำท่วมนราธิวาสระดับน้ำยังทรงตัว โรงเรียนปิดเพิ่มเติมรวมแล้วกว่า 100 แห่ง ชาวบ้านต้องใช้เรือเป็นพาหนะ และอพยพสัตว์มาเลี้ยงบนถนน จนเกิดอุบัติเหตุไม่เว้นในแต่ละวัน
สถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ จ.นราธิวาส ในปัจจุบันพบว่า บรรยากาศโดยทั่วไปบนท้องฟ้าเริ่มแจ่มใส หลังจากที่ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาได้มีฝนตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องในพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ ส่งผลทำให้ปริมาณระดับน้ำท่วมขังบ้านเรือนของราษฎรและพื้นที่ทางการเกษตรยังคงมีระดับน้ำท่วมขังที่ทรงตัว โดยมีระดับน้ำท่วมสูงโดยเฉลี่ย 60-150 เซนติเมตร
สำหรับพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังสูงอยู่บริเวณชุมชนหัวสะพาน เขตเทศบาลเมืองสุไหงโกลก ซึ่งได้รับผลกระทบจากระดับน้ำในแม่น้ำสุไหงโกลกที่ล้นตลิ่ง จากการไหลทะลักของน้ำป่าบนเทือกเขาสันกาลาคีรี ซึ่งมีต้นกำเนิดอยู่ในพื้นที่ อ.สุคิริน ทำให้ชาวบ้านโดยภาพรวมที่ประสบอุทกภัยต้องหันมาใช้เรือเป็นพาหนะ เพื่อเดินทางไปสู่โลกภายนอก
นอกจากนี้ ผลจากภาวะน้ำท่วมยังส่งผลทำให้โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษา จ.นราธิวาสทั้ง 3 เขต ต้องประกาศปิดการเรียนการสอนเป็นการเพิ่มเติมจากวานนี้รวมแล้วทั้งสิ้นกว่า 100 โรง เนื่องจากสถานศึกษาถูกน้ำท่วมขัง และบ้านเรือนของนักเรียน และถนนถูกน้ำท่วมขัง ทำให้ไม่สามารถที่จะเดินทางมาเรียนหนังสือได้สะดวก และต้องช่วยเหลือผู้ปกครองในการขนย้ายข้าวของหนีระดับน้ำท่วม
ขณะเดียวกัน ผลจากน้ำท่วมยังขยายผลไปสู่อุบัติเหตุบนท้องถนนไม่เว้นแต่ละวัน อันด้วยมาจากชาวบ้านได้อพยพสัตว์เลี้ยง อาทิ วัว ควาย แพะ และแกะ ไปเลี้ยงไว้ตามไหล่ทาง จนชาวบ้านที่ใช้ยานพาหนะสัญจรไปมาบนท้องถนนโดยเฉพาะในเวลาค่ำคืนที่ทัศนวิสัยการมองเห็นไม่ค่อยชัดเจนนักจนเกิดอุบัติเหตุขึ้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บไปเป็นจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากปัญหาอุทกภัยครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ยังขยายผลสู่สภาพคล่องด้านเศรษฐกิจ และด้านการสื่อสารในพื้นที่ จ.นราธิวาสครั้งนี้ด้วย โดยเฉพาะการติดต่อสื่อสารด้วยโทรศัพท์มือถือระบบต่างๆ เกิดขัดข้องใช้การได้เป็นช่วงๆ และในบางพื้นที่เท่านั้น แถมตู้ เอ.ที.เอ็ม.ของธนาคารพาณิชย์หลายแห่งไม่สามารถใช้งานได้ ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนมาเป็นเวลานานกว่า 2 วันแล้ว
