"ศาลรธน."ไม่รับคำร้องเรืองไกร ยื่นสอบเหตุ"ปชป."เป็นแกนนำชุมนุม

การเมือง
04:02
จำนวนผู้ชม 102
Thai PBS
"ศาลรธน."ไม่รับคำร้องเรืองไกร ยื่นสอบเหตุ"ปชป."เป็นแกนนำชุมนุม

ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ที่ยื่นคำร้องให้วินิจฉัยความเคลื่อนไหวของแกนนำการชุมนุมว่าเข้าข่ายล้มล้างการปกครองหรือไม่ ขณะที่ดีเอสไอ เร่งรวบรวมหลักฐาน เพื่อพิจารณาว่า แกนนำการชุมนุม เข้าข่ายมีความผิดต่อ พ.ร.บ. ความมั่นคงฯ ที่เกี่ยวกับข้อหากบฎหรือไม่

หลังพรรคเพื่อไทยยื่นเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ให้ดำเนินคดีกับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และพวกรวม 9 คน ที่ออกมาเคลื่อนไหวเป็นแกนนำชุมนุมคัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยความคืบหน้าล่าสุด นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ เป็นหัวหน้าชุดตรวจสอบ

 src=/sites/default/files/imce/1_20.jpg

" src="/sites/default/files/imce/1_20.jpg


สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ คือการรวบรวมข้อเท็จจริง พยานหลักฐานเพื่อนำมาวิเคราะห์ว่ามีการกระทำที่เข้าข่ายเป็นความผิดต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และ 117 ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระทำในลักษณะเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน และข้อหากบฎตามที่พรรคเพื่อไทยกล่าวหาหรือไม่ ในการเก็บข้อมูลต่างๆนั้น เบื้องต้นจะประสานขอเทปบันทึกภาพการปราศรัยของนายสุเทพและพวก ที่ขึ้นปราศรัยบนเวทีจากช่องบลูสกาย ที่ถ่ายทอดสดตลอดการชุมนุม รวมถึงเทปบันทึกบางส่วนที่ได้จากเจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่เข้าไปร่วมสังเกตการชุมนุม เพื่อถอดถ้อยคำของนายสุเทพและพวกอย่างละเอียด ก่อนพิจารณาว่าเข้าข่ายเป็นความผิดหรือไม่

อธิบดีดีเอสไอบอกด้วยว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่า จะรับเรื่องดังกล่าวไว้เป็นคดีพิเศษหรือไม่ เนื่องจากทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงเป็นหลัก โดยเฉพาะเจตนาในการปราศรัยในลักษณะปลุกปั่นยุยุงให้เกิดความปั่นป่วนในบ้านเมือง

ส่วนกรณีคำร้องของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ว.สรรหา ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ พรรคประชาธิปัตย์และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เข้าข่ายกระทำการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รัฐธรรมนูญมาตรา 68 หรือไม่ จากกรณีจัดตั้งศาลประชาชนและจะใช้อำนาจศาลประชาชน ไปพิพากษาคดีบุคคลอื่นตามอำเภอใจ และขอให้มีคำสั่งคุ้มครองฉุกเฉิน ให้หยุดการกระทำดังกล่าว รวมถึงสั่งยุบพรรคประชาธิปัตย์ และสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ตามรัฐธรรมนูญ

ซึ่งคำร้องดังกล่าว ที่ประชุมศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง โดยเห็นว่า การชุมนุมของนายสุเทพ และนายอภิสิทธิ์ เป็นการชุมนุมคัดค้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำความผิด เนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน และเป็นการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธตามที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ จึงยังไม่มีมูลกรณีที่เป็นการกระทำฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 วรรคหนึ่ง ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย ส่วนประเด็นคำขออื่นไม่จำเป็นต้องพิจาณา