" id="news_tpbs_images" title="" src="http://news.thaipbs.or.th/sites/default/files/news23102013/203027-imagejpeg-305144.jpg
ในส่วนคดีปราสาทพระวิหารที่ศาลโลกจะมีพิพากษา ในวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ระบุว่า กองทัพเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ทางทหาร หลังคำตัดสิน โดยสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตามแนวชายแดนเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น และฝึกกำลังให้อยู่ในความพร้อมเสมอ ขณะเดียวกันต้องเร่งทำความเข้าใจกับประชาชน เพื่อป้องกันความปลอดภัย พร้อมย้ำต่อการเฝ้าระวังจะอยู่บนพื้นฐานความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศ และเชื่อว่าจะไม่มีสถานการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้น
ส่วนความเคลื่อนไหวคัดค้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ผู้บัญชาการทหารบกปฏิเสธกล่าวถึง เพราะไม่ใช่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยอยากให้ถามผู้ที่ได้รับความสูญเสียว่า ได้รับความเป็นธรรมหรือไม่ ขณะที่การต่อสู้คดีทางทหารเป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย
ขณะที่ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยืนยันจุดยืนของพรรคเพื่อไทย ที่ผลักดันร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม เพราะต้องการเห็นบ้านเมืองสงบสุขและลดความขัดแย้ง ทั้งนี้ไม่ห่วงเสถียรภาพของรัฐบาล เพราะการแก้ไขกฎหมายเป็นเรื่องของฝ่ายนิติบัญญัติ แต่จะมีการจัดตั้งวอร์รูมเพื่อทำความเข้าใจต่อประชาชนผ่านกลไกกระทรวงมหาดไทย
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะแกนนำกลุ่มนปช.กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยยังไม่ได้มีการประชุมหารือถึงการผลักดันร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม เพราะต้องใช้เวลาในการพิจารณาให้เกิดความรอบคอบ ส่วนจุดยืนของ นปช. ย้ำว่าไม่ต้องการรับนิรโทษ และต้องการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
ด้านนายสนธยา คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังชล ขอรอดูท่าทีอีกครั้งก่อนหารือร่วมกับพรรคเพื่อไทยและรัฐบาล เพื่อหาความชัดเจนในการสรุปการตัดสินใจต่อไป
