"ฝ่ายค้าน"กังวลปัญหากดบัตรแทนกัน ขณะ"แก้รธน."

การเมือง
06:15
จำนวนผู้ชม 63
Thai PBS
"ฝ่ายค้าน"กังวลปัญหากดบัตรแทนกัน ขณะ"แก้รธน."

ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งไม่รับคำร้องของฝ่ายค้าน และ ส.ว. กรณีขอให้ศาลวินิจฉัยร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มาของ ส.ว. เนื่องจากเห็นว่าร่างกฎหมายดังกล่าว มีกระบวนการพิจารณาตามกระบวนการทางรัฐสภาแล้ว ขณะที่พรรคฝ่ายค้าน มีข้อกังวลใจว่า หากในอนาคตเกิดปัญหาเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เช่นการเสียบบัตรแทนกัน อาจไม่มีช่องทางในการหยุดกฎหมายที่มิชอบได้

ที่ประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งไม่รับคำร้องของประธานรัฐสภา ที่ส่งความเห็นของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือ วิปฝ่ายค้าน กับคณะ และคำร้องของประธานวุฒิสภา ที่ส่งความเห็นของ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา กับคณะ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 154 เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 154 วรรคหนึ่ง ว่า ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มาของ ส.ว.ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่

สำหรับประเด็นดังกล่าว คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า รัฐธรรมนูญ ฉบับ 2550 ได้บัญญัติเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญไว้เป็นการเฉพาะ ในมาตรา 291 ว่า การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญให้กระทำได้ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการตามกฎหมาย ให้ทำเป็นญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติม และเสนอเป็นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ไม่ใช่ทำเป็นร่าง พ.ร.บ. และในมาตรา 291ได้บัญญัติให้นำบทบัญญัติในมาตรา 150 และมาตรา 151 มาบังคับใช้โดยอนุโลม ดังนั้น จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 154 วรรคหนึ่ง ที่ศาลจะรับไว้วินิจฉัยได้

ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานวิปฝ่ายค้าน ในฐานะผู้ร้อง เปิดเผยว่า ต้องเคารพคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากไม่มีการตรากฎหมายไว้ในกรณีนี้ โดยกรณีที่มีการทุจริตการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากจะยื่นให้วินิจฉัยตามมาตรา 154 สามารถทำได้เฉพาะกฎหมายที่เป็น พ.ร.บ. หรือ ร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ แต่หลังจากนี้เป็นห่วงว่าในอนาคต หากมีกรณีที่มิชอบในการแก้ไขรัฐธรรมนูญอีก เช่น การกดบัตรแทนกัน การตัดสิทธิ์ผู้แปรญัตติในการอภิปราย จะมีช่องทางใดที่ระงับการลงมติได้หรือไม่ เพราะหากมีการปล่อยไปก็อาจกลายเป็นรัฐธรรมนูญฉบับทุจริต แต่ที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะพรรคฝ่ายค้านก็ได้ทำหน้าที่อย่างสุดความสามารถ

และแม้ว่าศาลจะยกคำร้องในส่วนมาตรา154 แต่ก็ยังเหลือการยื่นตีความว่า ร่างแก้ไขดังกล่าว ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 68 หรือไม่ ซึ่งศาลได้รับไว้พิจารณาแล้ว ซึ่งทางฝ่ายค้านเห็นว่า การกระทำทุจริตในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีน้ำหนักเข้าข่ายเป็นการกระทำให้ได้มา ซึ่งอำนาจโดยมิชอบตามวิถีของรัฐธรรมนูญมาตรา 68

ส่วนร่างกฎหมายที่ส.ส. และ ส.ว. ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ยังมีกรณีร่าง พ.ร.บ กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ที่ยื่นให้ศาลวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 154 ว่าร่างดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 169 เกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินแผ่นดินในกรณีจำเป็นเร่งด่วนหรือไม่ อีกกรณีหนึ่งด้วย