"ครม." เร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในภาคกลาง-อีสาน-ตะวันออก

การเมือง
07:50
จำนวนผู้ชม 58
Thai PBS
"ครม." เร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในภาคกลาง-อีสาน-ตะวันออก

นายกฯประชุมคณะรัฐมนตรีเร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก รวมถึงปัญหายางพาราและปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ จากนั้นในช่วงบ่ายวันนี้ (24 ก.ย.)นายกฯ เตรียมนำครม.แถลงผลงานในวาะครบ 1 ปีการบริหารราชการแผ่นดินต่อสภาฯ ขณะที่ฝ่ายค้าน เตรียมผู้อภิปรายไว้ 60 คน เพื่อชี้ถึงการบริหารที่ผิดพลาดล้มเหลว และเกิดการทุจริตในหลายกรณี

วันนี้ (24 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงาน ถึงกรณีที่รัฐบาลเตรียมแถลงผลงานต่อสภาผู้แทนราษฎร ในช่วงบ่ายวันนี้ว่า ก่อนการแถลงผลงานของรัฐบาลต่อสภาฯในวันนี้ ยังคงมีการประชุมคณะรัฐมนตรีตามปกติ โดยมีวาระการพิจารณาที่สำคัญหลายวาระ อาทิ การติดตามและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนที่ต้องเร่งแก้ไข อาทิ ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกและภาคกลาง ปัญหายางพารา ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยหรือ กบอ.ระบุว่า ภาพรวมของพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เริ่มคลี่คลายลงแล้ว ซึ่งต้องเร่งแก้ไขในพื้นที่ภาคตะวันออก
โดยเฉพาะจังหวัดปราจีนบุรี และพื้นที่ภาคกลางที่ต้องเร่งระบายน้ำลงสู่ทะเล หากไม่มีปัจจัยในเรื่องในฝนก็เชื่อว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

นอกจากนี้ยังต้องจับตา การพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการในกระทรวงมหาดไทยรวม 36 ตำแหน่ง ซึ่งรวมถึงกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชซึ่งขอย้ายตัวเองออกนอกพื้นที่

ขณะที่การแก้ไขปัญหาราคายางพารา พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. ระบุว่า ยังคงเฝ้าระวังเหตุรุนแรง และเผชิญหน้าระหว่างผู้ชุมนุมชาวสวนยางกับเจ้าหน้าที่พร้อมย้ำว่า ไม่มีความจำเป็นในการใช้กฎหมายพิเศษ ขณะที่กรณีเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขณะนี้ภาคประชาสังคมและภาควิชาการ กำลังพิจารณา 5 ข้อเสนอของกลุ่มบีอาร์เอ็น เพื่อเสนอความเห็นให้กับคณะพูดคุยสันติภาพว่าจะกำหนดการพูดคุยสันติภาพในครั้งต่อไปได้ในช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน ต.ค.ซึ่งจะมีความชัดเจนในการพูดคุยมากขึ้น

จากนั้น เวลาประมาณ 14.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้นำฝ่ายบริหาร จะนำคณะรัฐมนตรีแถลงผลงานในรอบ 1 ปีแรกของรัฐบาลต่อสภาฯ โดยมีสาระสำคัญใน 2 ส่วนคือ ผลของการดำเนินนโยบายเร่งด่วน และนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ทั้งการสร้างความปรองดอง การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ และกลุ่มโครงการที่ถูกมองว่าเป็นนโยบายประชานิยม อาทิ โครงการบ้านหลังแรก รถคันแรก บัครเครดิตพลังงาน โครงการรับจำนำข้าว และการปรับโครงสร้างรายได้ ซึ่งเป็นประเด็นที่ฝ่ายค้านได้เตรียมอภิปรายชี้ถึงความล้มเหลวเกิดการทุจริตคอรัปชั่นและการกระทำผิดกฎหมาย รวมถึงการสร้างความปรองดองที่สรางความแตกแยกของสังคม โดยเฉพาะการแก้ไขและการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ทั้งนี้ กรอบระยะเวลาในการอภิปรายรวม 2 วัน คือ ในวันที่ 24 -25 ก.ย.นี้