" id="news_tpbs_images" title="" src="http://news.thaipbs.or.th/sites/default/files/news23092013/197416-imagejpeg-294282.jpg
แม้เป้าหมายของพรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้วินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ ว่าขัดต่อมาตรา 169 ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ ภายในสัปดาห์นี้ แต่ยังคงย้ำเจตนาจะสนับสนุนให้รัฐบาลเดินหน้าพัฒนาประเทศ ทำให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แถลงเปิดตัวโครงการ"อนาคตที่เลือกได้-อนาคตไทยเข้มแข็ง 2020" เสนอรัฐบาล เพื่อพิจารณาดำเนินการและชี้ให้ใช้จ่ายผ่านระบบงบประมาณประจำปีและกำหนดให้ใช้แนวทางการร่วมทุนกับภาคเอกชน
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวชี้แจงถึงโครงการว่า กำหนดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไว้ 4 ด้าน ประกอบด้วย ด้านคมนาคม 1,200,000 ล้านบาท ด้านการศึกษาและการวิจัย 400,000 ล้านบาท ด้านการสาธารณสุข 200,000 ล้านบาท และการพัฒนาระบบชลประทานเพื่อการเกษตร 200,000 ล้านบาท และกล่าวยืนยันว่า ประเทศจะได้ความคุ้มค่าและครอบคลุมมากกว่า เพื่อรองรับอนาคตของคนและของประเทศในอีก 7 ปีข้างหน้า
สำหรับการแถลงผลการดำเนินงานของรัฐบาลต่อรัฐสภา ในโอกาสครบวาระ 1 ปี ตามมาตรา 75 ของรัฐธรรมนูญนั้น สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ประกาศเรียกประชุมสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ในเวลา 14.00 น.ของวันพรุ่งนี้ (24 ก.ย.)
นายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำในความพร้อมของการแถลงและชี้แจงว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจในการรายงานผลการดำเนินงานต่อรัฐสภาทั้งปีแรก และปีที่ 2 ที่ได้จัดเตรียมรูปเล่มรายงานแล้ว และจะเสนอต่อรัฐสภาในช่วงปลายปีนี้
ขณะที่นายอำนวย คลังผา ประธานวิปรัฐบาล ระบุถึงกรอบเวลาในการอภิปราย โดยจัดสรรไว้สำหรับรัฐบาล 5 ชั่วโมงและฝ่ายค้าน 10 ชั่วโมง และอาจต้องใช้เวลาในการอภิปรายรวม 2 วัน คือวันที่ 24 และ 25 กันยายน พร้อมถ่อยทอดสดผ่านทางสถานีโทรทัศน์กรมประชาสัมพันธ์
ส่วนการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าด้วยที่มาของ ส.ว.ในวาระ 3 จะเรียกประชุมรัฐสภา ในเวลา 10.00 น. ของวันที่ 28 กันยายนนี้
