นักวิชาการ แนะรัฐถอนร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ลดขัดแย้ง-เอกชนหวั่นกระทบศก.
การชุมนุมเพื่อคัดค้านร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม และอาจสุ่มเสี่ยงต่อเหตุความวุ่นวายทางการเมือง นักวิชาการมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เสนอให้รัฐบาลถอนร่างกฎหมายออกไปก่อน เพื่อลดความขัดแย้ง ขณะที่ภาคเอกชนยอมรับว่าการชุมนุมครั้งนี้ยังคงมีความเสี่ยงทำให้เศรษกิจไทยได้รับผลกระทบมากกว่าที่คาดหากมีความรุนเเรงเกิดขึ้น
นายนิพนธ์ สุรพงษ์รักเจริญ อดีตรองประธานสภาอุตสาหกรรม ระบุว่า แม้ที่ผ่านมาผู้ประกอบการไทยจะมีประสบการณ์ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการชุมนุม ซึ่งเอกชนประเมินความเสี่ยงไว้พอสมควร โดยนักลงทุนรายใหญ่ เช่น ญี่ปุ่น เข้าใจสถานการณ์ จนถึงเวลานี้อยู่ในสถานการณ์ที่ยังพอรับได้ แต่หากรุนแรงขึ้น จะส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจท่องเที่ยวทันที
ทั้งนี้ มองว่าการเมืองเป็นปัจจัยเสี่ยงของเศรษฐกิจไทย แต่ภาครัฐควรมีบทบาทคลี่คลายสถานกรณ์ให้มากที่สุด โดยไม่ให้กระทบรุนแรงเกินกว่าการควบคุมได้ ซึ่งภาคเอกชนยังคงติดตามสถานการณ์ต่อเนื่อง
ด้านนักวิชาการมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยระบุว่า การชุมนุมที่้เกิดขึ้นในระยะสั้นจะทำให้การบริโภคและการลงทุนชะลอตัว แต่หากยืดเยื้อบานปลายจะกระทบต่อเศรษกิจระยะยาว และหากรัฐบาลเห็นว่าการชุมนุมครั้งนี้สุ่มเสี่ยงเกิดเหตุรุนแรงก็ควรถอนร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมออกไปก่อน
อาจารย์ธนวรรธ์ ประเมินด้วยว่า กรณีการชุมนุมรุนแรงจนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และทำให้การผลักดันกฎหมายสำคัญด้านการลงทุนไม่สามารถเกิดขึ้นได้ จะส่งผลให้อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปีนี้ลดลงร้อยละ 0.3 ถึง 0.5 จากกรอบเดิมที่ประเมินไว้ว่าจะขยายตัวได้ที่ร้อยละ 4-4.5 แต่หากการชุมนุมเป็นไปด้วยความสงบ ไม่มีการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้ชุมนุม อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยจะลดลงเพียงร้อยละ 0.1 เท่านั้น
