ข้อสังเกต
หลังเห็นโฉมหน้า ครม.ใหม่ ยังคงมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงการปรับเปลี่ยนรัฐมนตรีบางคน ว่าหลักการพิจารณาให้ตำแหน่งทางการเมือง ยังคงยึดโยงกับผลประโยชน์ทางการเมืองและกลุ่มคนใกล้ชิดในตระกูล"ชินวัตร"
นอกจากบรรยากาศการเข้าทำงานของรัฐมนตรีใหม่ ที่กลายเป็นความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่น่าสนใจในวันนี้ (1 ก.ค.)แล้ว ในอีกมุมหนึ่งก็มีข้อสังเกตต่าง ๆ เกิดขึ้น โดยเฉพาะข้อสังเกตที่ว่าด้วยการพ้นจากตำแหน่ง และการได้มาซึ่งตำแหน่งใน "ครม.ยิ่งลักษณ์ 5"
ผู้ที่พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี รวม 11 คนนั้น ส่วนหนึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่า ดำเนินงานผิดพลาดบกพร่อง โดยเฉพาะนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ แม้คนในพรรคเพื่อไทย จะยอมรับว่าเป็นผู้ใกล้ชิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรและนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ แต่ผลการดำเนินนโยบายรับจำนำข้าวเกิดกรณีปัญหาขึ้น จึงต้องปรับออก เพื่อรักษาเสถียรภาพของรัฐบาลไว้
ไม่ต่างกับนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข มีข้อมูลการประเมินผลภายในพรรคเพื่อไทยชี้ว่า"ไร้ผลงาน"แล้ว ยังมีเรื่องการแสดงทัศนะ"ยุบ อบจ."ที่ไปสร้างความไม่พอใจให้ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) อีก ประกอบกับข้อมูลจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีรายงานถึงความขัดแย้งกับข้าราชการ โดยเฉพาะ"เด็กนาย ซึ่งเป็นแกนนำของพรรคและเป็นอดีตรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงด้วย
รวมถึงความไม่เป็นเอกภาพในกระทรวง ยังเป็นประเด็นสำคัญให้ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต ผู้ใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต้องพ้นจากตำแหน่ง โดยเฉพาะบุคลิกที่แข็งกร้าว จากภาพการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปีที่ผ่านมา (55) และน่าจะเกี่ยวข้องกับเหตุผล ที่นายกรัฐมนตรีต้องนั่งควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยมี"นายผู้ใจดี" พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา เป็นรัฐมนตรีช่วย เพื่อการแต่งตั้งโยกย้ายประจำปี 2556 ซึ่งจะมีขึ้นอีกราว 3 เดือนข้างหน้านี้ อย่างรอมชอมและราบรื่น
การปรับ ครม.ครั้งที่ 5 ภายใต้การทำงาน 2 ปี อาจเกี่ยวข้องกับภาพลักษณ์ของรัฐบาล จึงต้องมีรัฐมนตรีที่คาดหวังในผลงานด้วย สอดคล้องกับคำยืนยันของนายกรัฐมนตรี ว่ายึดหลักเหมาะสม อาทิ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาลและนายวราเทพ รัตนากร น่าจะถูกคาดหวังให้เดินหน้าบูรณาการโครงการรับจำนำสินค้าเกษตร และแก้ปัญหาการรับจำนำข้าว
หรือกรณีนายจาตุรนต์ ฉายแสง และ นางปวีณา หงสกุล ก็ถือเป็นรัฐมนตรีผู้ชำนาญการเฉพาะด้าน ซึ่งถูกวางตัวให้ขับเคลื่อนสร้างผลงานด้านสังคมของรัฐบาลให้เด่นชัดขึ้น และน่าจะเกี่ยวข้องกับเป้าหมายทางการเมือง กับกรณี นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา,นายชัยเกษม นิติสิริและนายพีระพันธุ์ พาลุสุข ซึ่งเป็นมือกฎหมายของพรรค และเข้ามาดูงานด้านกฎหมาย โดยมีรายงานว่า เกี่ยวข้องกับการพิจารณาร่างกฎหมายปรองดอง การแก้รัฐธรรมนูญและการเดินหน้าคดีสลายการชุมนุมที่แยกราชประสงค์เมื่อปี 53
แต่ก็มีกระแสว่า รัฐมนตรีบางคนเข้ารับหน้าที่ตามสัดส่วน ส.ส.ของพรรคของกลุ่ม เช่นเดียวกับรัฐมนตรีบางคน ที่ต้องถูกปรับโยก เพราะต้องหลีกทางทางการเมืองให้กับบุคคลที่มีผู้สนับสนุนเหนือกว่า รวมถึงรัฐมนตรีบางคน ที่ไม่มีผลงานเป็นรูปธรรมแล้ว ยังเกิดกรณีปัญหาขึ้น แต่ทำได้แค่ปรับโยก ไม่สามารถปลดออก เนื่องจากนายกรัฐมนตรีหรือรัฐบาลไม่ต้องการสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นใน ครม.หรือในพรรคเพื่อไทย
