ครม.เตรียมสรุปกรอบพูดคุยสันติภาพ พรุ่งนี้
ขณะที่กระทรวงกลาโหมแสดงความเชื่อมั่นการพูดคุยสันติภาพที่จะมีขึ้นในวันที่ 13 มิถุนายน จะส่งผลดีต่อสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แม้จะยังพบว่ามีแนวร่วมต่อต้านรัฐไทยเพิ่มขึ้นก็ตาม
การพูดคุยสันติภาพระหว่างตัวแทนฝ่ายไทยกับตัวแทนกลุ่มบีอาร์เอ็น ที่จะมีขึ้นในวันที่ 13 มิถุนายนนี้ พล.อ.สำเร็จ ศรีหร่าย แสดงความเชื่อมั่นจะส่งผลดีต่อสถานการณ์ในภาคใต้ และยืนยันว่าตัวแทนกลุ่มบีอาร์เอ็นที่ร่วมพูดคุยเป็นตัวจริง
พร้อมคาดการณ์ว่าการเปิดเผยตัวและเข้าร่วมพูดคุยน่าจะเกิดจากแรงกดดันจากทางการมาเลเซียและชี้ว่าการก่อเหตุในพื้นที่อย่างต่อเนื่องนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับการพูดคุยสันติภาพแต่อย่างใด
พล.อ.สำเร็จ ยังระบุว่า การเคลื่อนไหวของขบวนการในภาคใต้ ขณะนี้อยู่ในระยะที่ 3 โดยมีกลุ่มบีอาร์เอ็นเป็นกลุ่มหลัก ส่วนกลุ่มพูโลถือเป็นกลุ่มเก่า ซึ่งซ่อนตัวให้ข้อมูลกับภาครัฐ โดยยอมรับว่าปัญหาในภาคใต้ถูกสะสมมานาน ซึ่งวางแผนก่อเหตุมากว่า 20 ปี ทั้งการปลุกระดมในเชื้อชาติ สร้างความเหลื่อมล้ำ ใช้หมู่บ้านเป็นฐานสู้รบ และมีประชาชนเป็นเกราะกำบัง
โดยมีหมู่บ้านเชิงเขาเป็นพื้นที่สนับสนุน และจัดองค์กรมวลชนในรูปแบบหมู่บ้านจัดตั้งจาก 1,000 แห่ง ทำได้ 800 แห่ง ส่วนองค์กรสู้รบในรูปแบบ อาร์เคเค มีประมาณ 3,000 คน มีแนวร่วมกว่า 20,000 คน
และในวันพรุ่งนี้ ( 4 พ.ค.) พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. เตรียมเข้าสรุปสถานการณ์ใต้ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี และจะหารือถึงกรอบการพูดคุยสันติภาพ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 13 มิถุนายนนี้
พล.ท.ภราดร ยืนยันว่า จะทำหน้าที่เต็มความสามารถ โดยปฏิเสธความรู้สึกหวั่นไหวหลังศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้นายกรัฐมนตรีคืนตำแหน่งเลขาฯ สมช.ให้นายถวิล เปลี่ยนศรี
ขณะที่นายคลองธรรม แซ่เจน ปราชญ์ชาวบ้านจังหวัดยะลา เห็นว่า รัฐจะส่งใครไปเจรจานั้น ไม่มีความสำคัญ เพราะผู้เจรจาทำหน้าที่เป็นเหมือนบุรุษไปรษณีย์เท่านั้น แต่ความสำคัญอยู่ตรงที่นโยบายของรัฐบาลมากกว่า ว่าจะมีข้อเสนออย่างไรและดำเนินการในทิศทางใด
