เครือข่ายภาคประชาชน ยื่นข้อเรียกร้องเจรจาเอฟทีเอไทย-อียู

สังคม
06:52
จำนวนผู้ชม 21
Thai PBS
เครือข่ายภาคประชาชน ยื่นข้อเรียกร้องเจรจาเอฟทีเอไทย-อียู

เครือข่ายภาคประชาชนหลายองค์กร เดินเท้ามายังทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นข้อเรียกร้องกับรัฐบาลและคณะเจรจาการเปิดเขตการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป ให้แสดงจุดยืนที่ชัดเจนใน 5 ประเด็นหลัก หลังพบว่ากรอบร่างการเจรจายังมีข้อบกพร่องทั้งกระบวนการและเนื้อหา โดยหัวหน้าคณะเจรจาฯ จะออกมารับหนังสือในช่วงบ่ายวันนี้

ตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชนหลายองค์กร ร่วมเดินเท้า 5 ก้าวแล้วก้มลงกราบพื้นดิน เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์แสดงให้เห็นถึงการเคลื่อนไหวโดยสงบและเคารพต่อแผ่นดินเกิดโดยเดินเท้าจากลานพระบรมรูปทรงม้า มาปักหลักชุมนุมที่บริเวณประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล เพื่อรณรงค์ให้รัฐบาลทบทวนกรอบการเจรจาการเปิดเขตการค้าเสรีหรือ เอฟทีเอ ไทย-สหภาพยุโรป โดยในวันที่ 6-7 มีนาคมนี้ รัฐบาลจะเริ่มเจรจากรอบเอฟทีเอ ที่เมืองบรัสเซล ประเทศเบลเยียม ซึ่งภาคประชาชนมองว่า กรอบร่างการเจรจาที่ยังมีข้อบกพร่องทั้งกระบวนการและเนื้อหา อาจส่งผลกระทบต่อประเทศและทุกภาคส่วนของสังคมในระยะยาว เช่น การเจรจาทรัพย์สินทางปัญญาด้านยา ซึ่งจะส่งผลให้ยารักษาโรคถูกผูกขาด ราคายาแพงขึ้นส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากเข้าไม่ถึงยา

ทรัพย์สินทางปัญหาด้านความหลากหลายทางชีวภาพ จะทำให้บริษัทด้านการเกษตรรายใหญ่ เข้ามาผูกขาดด้านเมล็ดพันธุ์ ต้นทุนการผลิตอาจสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในอาหาร รวมถึงการเจรจาครั้งนี้พูดถึงการเปิดเสรีสินค้าที่ทำลายสุขภาพ เช่นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ เพราะถือเป็นเรื่องน่าเป็นห่วงเนื่องจากไทย นำเข้าสุราจากสหภาพยุโรป กว่าร้อยละ 80 มูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาทต่อปี หากมีการทำเอฟทีเอจะสุราต่างประเทศจะปลอดภาษี ราคาจะถูกลงทำให้คนไทยเข้าถึงสุราต่างประเทศได้ง่ายขึ้น

ทั้งนี้ภาคประชาชนยังมองว่าเอฟทีเอ จะเป็นอุปสรรคสำหรับกำหนดนโยบายกฎหมายและมาตรการต่างๆในด้านสาธารณสุข การคุ้มครองผู้บริโภค ปกป้องสิ่งแวดล้อมและช่วยเหลือเกษตรกร โดยเห็นประโยชน์ของเอกชนมากกว่าประโยชน์ของประชาชน

ด้าน ผู้ประสานงานกลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน หรือ เอฟทีเอ วอท เปิดเผยว่าได้เรียกร้องให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายโอฬาร ไชยประวัติ หัวหน้าคณะเจรจาการเปิดเขตการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป แสดงจุดยืนที่ชัดเจนใน 5 ประเด็น ได้แก่ ต้องไม่ยอมรับเนื้อหาการเจรจาที่เกินไปกว่าข้อตกลงด้านทรัพย์สินทางปัญหาขององค์การการค้าโลก โดยเฉพาะการคุ้มครองสิทธิบัตรยา ไม่ยอมรับการแก้ไขกฎหมายระบบการคุ้มครองพันธุ์พืช การระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐและเอกชน ต้องไม่นำไปสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการ ไม่เปิดเสรีการลงทุนที่เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร ถอดการเจรจาสินค้าเหล้า-บุหรี่ และจัดให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ได้เข้าใจท่าทีของคณะเจรจาโดยต้องรายงานความคืบหน้าพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะอย่างรอบด้าน


แท็กที่เกี่ยวข้อง

-