"กทพ." พร้อมชะลอสร้างทางด่วนขั้นที่ 3 ชี้ "รถไฟฟ้า" ไม่แก้ปัญหาจราจร

สังคม
03:50
จำนวนผู้ชม 86
Thai PBS
"กทพ." พร้อมชะลอสร้างทางด่วนขั้นที่ 3 ชี้ "รถไฟฟ้า" ไม่แก้ปัญหาจราจร

การทางพิเศษแห่งประเทศไทยพร้อมชะลอการก่อสร้างทางด่วนขั้นที่ 3 ออกไป ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมต้องการ แต่เห็นว่า แนวคิดสร้างรถไฟฟ้าแทนการสร้างทางด่วนนั้น ไม่สามารถแก้ปัญหาจราจรได้ วัดผลจากรถไฟฟ้า 2 เส้นทางที่มีอยู่ในขณะนี้ ก็ไม่ได้ทำให้ปริมาณรถลดน้อยลง

นายอัยยณัฐ ถินอภัย ผู้ว่าการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยว่า มีความพร้อมในการดำเนินการตามนโยบายของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่เสนอให้ชะลอการดำเนินโครงการทางพิเศษ ขั้นที่ 3 สายเหนือ ตอน N1-3 ทั้งหมด เพื่อรอการศึกษาปรับการก่อสร้างเป็นรถไฟฟ้าขนาดเบา

ที่ถึงแม้ว่าที่ผ่านมา กทพ.จะใช้งบศึกษาทางด่วนขั้นที่ 3 ไปแล้วประมาณ 80 ล้านบาท และมีการก่อสร้างเสาตอม่อไปแล้วบางส่วน โดยตอม่อที่มีสามารถนำมาใช้ประโยชน์รองรับโครงสร้างรถไฟฟ้าได้ไม่มีปัญหา

ทั้งนี้ กทพ. เห็นว่า โครงการทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือมีความจำเป็นในการรองรับรถยนต์ ซึ่งปัจจุบันถนนเกษตร-นวมินทร์มีการจราจรที่หนาแน่นมาก และโครงข่ายของระบบทางด่วนยังคงมีความสำคัญต่อการเดินทางของประชาชน เนื่องจากรถไฟฟ้าไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้ทั้งหมด

โดยจะเห็นได้จากกว่า 10 ปีที่ผ่านมา แม้จะมีรถไฟฟ้าใต้ดินและรถไฟฟ้า BTS ให้บริการแล้ว แต่ปริมาณรถยนต์บนถนนยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดนโยบายคืนภาษีรถยนต์คันแรก ซึ่งส่งผลให้ปริมาณรถยนต์เพิ่มสูงขึ้นอีก โดยทางด่วนเป็นทางเลือกการเดินทางในช่วงที่รถไฟฟ้ายังก่อสร้างไม่ครบทั้ง 10 สาย

นอกจากนี้ กทพ.ยังได้สำรวจความเหมาะสมในการก่อสร้างทางด่วนบริเวณด้านทิศเหนือของกรุงเทพมหานครเพิ่มเติม เริ่มตั้งแต่ช่วงรังสิตไปจนถึงจ.นครนายก ซึ่งต้องศึกษาก่อนว่ามีบริเวณใดบ้างที่เกิดปัญหาจราจรอีกด้วย

ด้านพล.อ.พฤณฑ์ สุวรรณทัต รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ผู้กับดูแล กทพ. กล่าวว่า ขณะนี้โครงการก่อสร้างทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ช่วง N1-3 ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงและได้สั่ง กทพ.ให้ยึดตามแนวทางเดิม เนื่องจากการปรับโครงการมาเป็นรถไฟฟ้าขนาดเบานั้น ต้องรอผลการศึกษาก่อนว่า จะเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน

สำหรับทางด่วนขั้นที่ 3 มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ปัญหาการจราจรของถนนเกษตร-นวมินทร์ เชื่อมไปยังถนนงามวงศ์วานและวงแหวนรอบนอก ซึ่งปัจจุบันมีปริมาณรถยนต์หนาแน่นมาก เป็นการเพิ่มพื้นที่เพื่อรองรับปริมาณรถยนต์และระบายการจราจรด้านตะวันตกและตะวันออกของ กทม. ซึ่งหากผลการศึกษามีความชัดเจนแล้วคงมีการพิจารณาร่วมกันอีกครั้ง