จนท.ยังกู้เรือน้ำตาลไม่ได้เพราะน้ำเหนือเพิ่มขึ้น
กรมเจ้าท่าเริ่มอนุญาตให้เรือสินค้าสัญจรไปมาในแม่น้ำเจ้าพระยาได้แล้วในวันนี้ (4 มิ.ย.) แต่จะอนุญาตให้วิ่งได้พร้อมกันเพียง 2 ลำเท่านั้น ปัญหาเรือน้ำตาลล่มยังส่งผลกระทบต่อระดับออกซิเจนในแม่น้ำเจ้าพระยาที่ลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่จุดเกิดเหตุเรือชนตอม่อใน อ.พระนครศรีอยุธยา ไปจนถึง อ.บางปะอิน อ.บางไทร อ.สามโคก และ อ.เมือง จ.ปทุมธานี รวมถึง อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พื้นที่ที่อยู่ตามเส้นทางน้ำได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติแล้ว 2 จังหวัด คือ จ.พระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี เพื่อนำงบมาช่วยเหลือเจ้าของกระชังปลา และ บ้านเรือนได้รับผลกระทบ
ด้านกรมควบคุมมลพิษ รายงานว่า ในปัจจุบันได้มีการดูดน้ำตาลทรายออกจากเรือที่ล่มได้หมดแล้ว แต่ยังต้องรอผลวิเคราะห์ค่าน้ำตาลในแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อตรวจสอบว่ายังมีน้ำตาลตกค้างอยู่อีกหรือไม่ ขณะที่ค่าออกซิเจนละลายน้ำ หรือ ค่าดีโอ ในแม่น้ำเจ้าพระยา ที่สถานีวัดน้ำบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยากลับสู่ภาวะปกติแล้ว แต่ที่สถานีวัดน้ำสะพานกรุงเทพ ออกซิเจนลดลงเหลือเพียงแค่ 0.7 มิลลิกรัมต่อลิตร ขณะที่ค่าออกซิเจนในน้ำปกติจะอยู่ที่ประมาณ 3 มิลลิกรัมต่อลิตร กรมควบคุมมลพิษ คาดว่าระดับออกซิเจนในน้ำจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 1 -2 วัน
ส่วนนายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า วันนี้เขื่อนเจ้าพระยาจำเป็นต้องระบายน้ำมากขึ้นกว่าเดิม จากเมื่อวานที่ลดระดับการระบายน้ำให้เหลือเพียง 600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อให้สามารถกู้เรือน้ำตาลขึ้นได้ แต่หลังจากมีฝนตกหนักในภาคเหนือ ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำน่านเพิ่มสูงขึ้นมาก เขื่อนเจ้าพระยาจึงจำเป็นต้องระบายน้ำเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อป้องกันภาวะน้ำท่วมในภาคเหนือ ซึ่งจะสามารถลดระดับการระบายน้ำลงมาได้เมื่อสถานการณ์น้ำเหนือเริ่มดีขึ้น
