สถิติพบ Facebook แหล่งรวมมิจฯ พร้อมเตือนภัย! “แก๊งประมูลทิพย์” ลวงโอนเงินก่อนชิ่งหนี

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เปิดสถิติคดีและความเสียหายจากการรับแจ้งผ่านระบบ Thaipoliceonline ระหว่างวันที่ 24-30 พฤษภาคม 2569 พบว่า แม้จำนวนคดีและมูลค่าความเสียหายโดยรวมจะลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า แต่คดี “หลอกซื้อขายสินค้าและบริการ” ยังคงครองอันดับ 1 ของรูปแบบการหลอกลวงที่พบมากที่สุด
Thai PBS Verify เกาะติดสถานการณ์อาชญากรรมออนไลน์ ผ่านการวิเคราะห์สถิติล่าสุด พร้อมถอดบทเรียนจากกรณีผู้เสียหายจริง และเปิดพฤติกรรมกลโกงที่กำลังระบาด เพื่อให้ประชาชนรู้เท่าทันมิจฉาชีพและป้องกันตนเองได้อย่างทันท่วงที
เจาะตัวเลข: แนวโน้มคดีลด เเต่ภัยไซเบอร์ยังน่าเป็นห่วง
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เปิดสถิติคดีและความเสียหายในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ตั้งแต่ช่วงวันที่ 24-30 พ.ค.69 มีคดีที่รับแจ้งเข้ามาผ่านทาง Thaipoliceonline ดังนี้
- จำนวน 5,574 คดี (ลดลงจำนวน 11 คดี)
- มูลค่าความเสียหาย 137,773,929 บาท (ลดลง 76.60 ล้านบาท)
มิจฉาชีพเข้าถึงเหยื่อผ่านช่องทางใดบ้าง ?
จากการวิเคราะห์สถิติการรับแจ้งความออนไลน์ พบว่ามิจฉาชีพยังคงใช้แพลตฟอร์มออนไลน์เป็นช่องทางหลักในการเข้าถึงและหลอกลวงประชาชน โดยสามารถเรียงลำดับจำนวนคดีแต่ละแพลตฟอร์ม จากมากไปน้อย ได้ดังนี้
- Facebook จำนวน 3,992 คดี (เป็นช่องทางที่พบการหลอกลวงมากที่สุด)
- ไม่ระบุช่องทาง จำนวน 613 คดี
- LINE จำนวน 577 คดี
- โทรศัพท์ จำนวน 171 คดี
- TikTok จำนวน 157 คดี
- ช่องทางอื่น ๆ จำนวน 149 คดี
- Instagram จำนวน 77 คดี
- แอปพลิเคชันหาคู่ จำนวน 11 คดี
- Telegram จำนวน 1 คดี
- SMS จำนวน 1 คดี
นอกจากนี้ สถิติยังสะท้อนภาพรวมของการหลอกลวงออนไลน์ในปัจจุบัน โดยเมื่อจำแนกตามประเภทคดี ยังพบว่า
- อันดับ 1 การหลอกลวงด้านสินค้าและบริการ:
พบ 4,735 คดีต่อสัปดาห์ หรือ 84.9% ของคดีทั้งหมด เป็นกลุ่มที่สร้างมูลค่าความเสียหายกว่า 136.44 ล้านบาท
ขณะที่การหลอกลวงด้านการเงินและการลงทุน และการแอบอ้างเป็นบุคคลอื่น คดีสองประเภทนี้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
เปิด Top 3 ประเภทคดี ที่มีผู้เสียหายมากที่สุด
การวิเคราะห์ข้อมูลสถิติคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่า กลุ่มอายุ 21-30 ปี ครองสถิติจำนวนผู้เสียหายสูงสุดใน 3 อันดับแรก ได้แก่
- อันดับ 1 คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ
- อันดับ 2 คดีหลอกลวงเสนอผลประโยชน์
- อันดับ 3 คดีหลอกลวงโดนแอบอ้างบุคคลอื่น
นอกจากนี้ สถิติยังสะท้อนว่า ผู้หญิงยังคงตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพมากกว่าผู้ชาย ขณะที่กลุ่มอายุ 21-30 ปี เป็นกลุ่มที่มีจำนวนผู้เสียหายสูงที่สุด และตกเป็นเป้าหมายของการหลอกลวงอย่างต่อเนื่อง
ตัวอย่าง: เคสจริงที่เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือได้ทันท่วงที ก่อนผู้เสียหายจะสูญเงินให้มิจฉาชีพ
ภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC)
เคสที่ 1: ซื้อของราคาไม่กี่พัน สุดท้ายสูญเงินกว่า 5 แสนบาท
หนึ่งในเคสที่น่าสนใจ เป็นกรณีหญิงวัย 71 ปี สูญเงินครึ่งล้าน โดยมิจฉาชีพมีพฤติกรรมหลอกลวง ดังนี้
- ผู้เสียหายตั้งใจซื้อเครื่องฟอกอากาศออนไลน์ ราคา 1,800 บาท จากนั้นถูกชักชวนให้พูดคุยต่อผ่าน LINE ชื่อ “ศูนย์บริการ Bitkub”
- มิจฉาชีพอ้างว่ามีโปรโมชันพิเศษในลักษณะคล้ายการลงทุน และสามารถรับผลตอบแทนได้
- ผู้เสียหายทดลองโอนเงินครั้งแรกและได้รับผลตอบแทนกลับมาจริง จึงเกิดความเชื่อมั่น
- จากนั้นทยอยโอนเงินเพิ่มอีกหลายครั้ง รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 500,000 บาท
เมื่อผู้เสียหายต้องการถอนเงิน มิจฉาชีพกลับอ้างว่าต้องโอนเงินเพิ่มให้ครบตามเงื่อนไขที่กำหนด จึงจะสามารถถอนเงินทั้งหมดได้
บทเรียนสำคัญจากกรณีนี้ คือ กลโกงจำนวนมากไม่ได้เริ่มจากการลงทุน แต่เริ่มจากการซื้อสินค้าออนไลน์ ก่อนค่อย ๆ หลอกให้เหยื่อโอนเงินเพิ่มผ่านข้อเสนอผลตอบแทนที่ดูน่าเชื่อถือ
เคสที่ 2: “ประมูลทิพย์” ปั่นราคาทำให้เหยื่อเชื่อยอมจ่ายแพง
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เตือนประชาชนให้ระวังเพจเฟซบุ๊กปลอมที่เปิดประมูลสินค้าแบรนด์เนม นาฬิกาหรู หรือพระเครื่องยอดนิยมในราคาต่ำกว่าท้องตลาด มีรูปแบบการหลอกลวง คือ
- มิจฉาชีพจะใช้บัญชีหน้าม้าเข้ามาร่วมประมูล แข่งขันและปั่นราคาให้ดูเหมือนมีผู้สนใจจำนวนมาก
- เหยื่อเชื่อว่าสินค้ามีมูลค่าสูงและตัดสินใจเสนอราคาสู้ ก่อนโอนเงินให้ผู้ขาย
สุดท้ายผู้เสียหายอาจได้รับสินค้าปลอม สินค้าไม่ตรงปก และถูกบล็อกช่องทางติดต่อทันทีหลังชำระเงิน
วิธีสังเกตว่าเพจประมูลนั้นอาจเป็น “เพจปลอม”
ก่อนโอนเงินหรือร่วมประมูลสินค้าออนไลน์ ควรตรวจสอบข้อมูลในเมนู “ความโปร่งใสของเพจ” (Page Transparency) โดยเฉพาะ 3 จุดสำคัญ ได้แก่
- เพจเปลี่ยนชื่อบ่อยครั้งหรือไม่: โดยเฉพาะการเปลี่ยนจากเนื้อหาคนละประเภท เช่น จากเพจคำคมมาเป็นเพจขายสินค้า หรือเพจประมูล
- ตำแหน่งที่ตั้งของผู้ดูแลเพจ: หากส่วนใหญ่อยู่ต่างประเทศควรเพิ่มความระมัดระวัง
- วันเวลาการสร้างเพจ: หากเพจเพิ่งถูกสร้างขึ้นไม่นาน หรือมีการปิดคอมเมนต์และจำกัดการแสดงความคิดเห็น ควรเพิ่มความระมัดระวัง
หากพบความผิดปกติหลายจุดพร้อมกัน ควรหลีกเลี่ยงการโอนเงินหรือทำธุรกรรมทันที เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต
ภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก Anti-Fake News Center Thailand
ก่อนโอนเงินทุกครั้ง ต้องตรวจสอบอะไรบ้าง ?
แม้คดีออนไลน์หลายประเภทจะมีแนวโน้มลดลง แต่การหลอกซื้อขายสินค้าและบริการยังคงพบมากที่สุด ดังนั้น ก่อนโอนเงินหรือทำธุรกรรมออนไลน์ ควรตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบ ดังนี้
- ตรวจสอบข้อมูลร้านค้า ประวัติผู้ขาย และรีวิวจากผู้ซื้อรายอื่นให้รอบคอบ
- เปรียบเทียบราคาสินค้ากับท้องตลาด หากราคาถูกผิดปกติ ควรเพิ่มความระมัดระวัง
- ตรวจสอบชื่อบัญชีรับโอนและข้อมูลติดต่อของผู้ขายให้ตรงกัน
- หลีกเลี่ยงการซื้อขายผ่านช่องทางที่เร่งรัดให้โอนเงิน หรือเสนอผลตอบแทนที่ดีเกินจริง
- ไม่โอนเงินเพิ่มเมื่อถูกอ้างเหตุผลต่าง ๆ เช่น ค่าปลดล็อกระบบ ค่าประกัน หรือค่าดำเนินการเพิ่มเติม
- เก็บหลักฐานการสนทนา สลิปโอนเงิน และข้อมูลการซื้อขายทุกครั้ง
หากพบความผิดปกติหรือสงสัยว่ากำลังถูกหลอกลวง ให้รีบติดต่อธนาคารเพื่อระงับธุรกรรม และแจ้งความออนไลน์ผ่านระบบ Thaipoliceonline หรือสายด่วน AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ข้อมูลจาก: ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC)











